“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 14

ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น ผมบอกทุกคนในบ้านเลยครับว่า ถ้าโทรศัพท์ให้บอกว่าผมไม่อยู่ แต่ไม่ต้องบอกว่าไปไหน ถ้ามีคนถาม บอกไปเลยว่าไม่รู้ ผมปิด PCT ด้วย ผมบอกกับแม่ว่า พอดีทะเลาะกับเพื่อน เลยไม่อยากคุยกัน ขออยู่คนเดียวสักพัก แม่ผมก็เข้าใจ ผมรู้จากคนในบ้านครับว่ามีเพื่อนหลายคนโทรมา เขาบอกชื่อไว้ด้วย แต่ไม่มีชื่อของโอ๊ต ดีครับ เขารักษาสัญญา แต่ผมกลัวแค่ข้อแรกเท่านั้นแหล่ะ ว่าเขาจะรักษาสัญญาไม่ได้ แต่เอาเหอะ บอกไปแล้วนิ ถ้าเป็นลูกผู้ชายต้องไม่ปากโป้ง พอกลางคืน ผมจะยกหูโทรศัพท์ออก เพราะผมไม่อยากให้พ่อกับแม่ตื่นมารับโทรศัพท์ของผม ผมเกรงใจท่านครับ ไม่อยากให้ท่านเดือดร้อนเพราะเรื่องส่วนตัวของผม

ผมไม่รับโทรศัพท์ใครเลยเป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้วครับ แหม พูดถึงมันก็ดีนะ สบายใจขึ้นเยอะ ขืนผมรับโทรศัพท์เพื่อนละก็ มีหวังเรื่องของโอ๊ตต้องเข้าหูผมแน่ เลยใช้วิธีนี้แหล่ะ ไม่รับรู้เรื่องราวอะไรทั้งสิ้นจะดีกว่า แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังบ่อย ๆ นี่ซิครับ ผมเองรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ที่ต้องให้คนในบ้านโกหกว่าผมไม่อยู่ ทั้ง ๆ ที่ผมยืนอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่ทำไงได้ล่ะ เราต้องอดทนซิ พวกมันขยันโทรกันได้ทุกวี่ทุกวันก็ให้มันรู้ไป

สถานการณ์ที่ทำให้ผมต้องรับโทรศัพท์ก็เกิดขึ้นครับ เพราะวันนั้นที่บ้านผมไปเที่ยวข้างนอกกันหมด ผมต้องอยู่เฝ้าบ้าน เอาล่ะซิ ดูซิ ใครจะโทรมาแล้วได้คุยกับเราเป็นคนแรก (ดูมัน ทำเป็นเกมโชว์เชียว) แต่บังเอิญจริง ๆ ครับท่าน ประมาณทุ่มนึงได้ โอ๊ตโทรมาหาผม แน่นอนผมไม่รู้ว่าเป็นเขา (ก็โทรศัพท์บ้านมันมีเบอร์ขึ้นหรือไงล่ะท่าน) ผมรับ “มูเหรอ” โอ๊ตถาม ทั้ง ๆ ที่รู้ ๆ กันอยู่ “อือ” ผมตอบไป โอ๊ตใส่ผมเป็นชุด “เป็นอะไรไป รู้ไหมมีเพื่อนโทรไปหานายตั้งหลายคน ไม่มีใครติดต่อนายได้เลย” น้ำเสียงเขาธรรมดา เป็นเพราะแกนั่นแหล่ะนายโอ๊ต แล้วทำไมฟ้าต้องเล่นตลก (คาเฟ่ไหนล่ะ) ให้ผมรับโทรศัพท์ที่โอ๊ตโทรมาเป็นคนแรกด้วยนะ ฮือ ๆ “สัญญาไว้ว่าอะไร” ผมถามโอ๊ตขึ้นมา โอ๊ตตอบอึกอัก “ก็… ไม่ให้โทรเรามาหา” “งั้นรักษาสัญญาด้วย” ผมพูดจบผมก็วางหูไปเลย ครู่หนึ่งผมก็ยกหูโทรศัพท์ออก ไม่อยากให้เขาโทรมาอีก แล้วผมก็นั่งคิดว่า “เราไม่น่าทำอย่างนี้เลย เพื่อน ๆ หลายคนเขาเป็นห่วงเรานะ แล้วคนที่บ้านก็ต้องคอยโกหกว่าเราไม่อยู่อีก เฮ้อ…”

คืนนั้นผมตัดสินใจโทรไปหาเพื่อนหญิงคนหนึ่งครับ ซึ่งแน่นอนเธอโทรมาหาผมทุกวัน เธอบอกว่ากดโทรศัพท์มาหาผมวันละ 3 เวลาหลังอาหาร (โคตรเว่อร์เลย) ด้วยความเป็นห่วง แต่ผมไม่อยู่ซักเวลา เธอติดต่อกับเพื่อนทุกคน และโอ๊ตด้วย แต่คำตอบเหมือนกันคือ ติดต่อผมไม่ได้ แน่นอนครับ เรารู้ใจกัน เธอรู้ดีว่าผมไม่ได้ไปไหน ผมเลยบอกเธอไปว่า พอดีผมทะเลาะกับที่บ้าน เลยอยากอยู่ส่วนตัวสักพัก ไม่ต้องเป็นห่วงนะ

หลังจากนั้นผมบอกกับแม่ว่าผมเคลียร์ปัญหากับพวกเพื่อน ๆ ได้แล้ว ต่อไปก็จะรับโทรศัพท์ตามปกติ แน่นอนครับเพื่อนทุกคนรู้จากเพื่อนหญิงคนนั้นแล้วว่า ผมคุยกับเธอแล้ว ก็เลยพากันโทรมาหาผม ต่างถามกันคำถามเดียวเลยว่าเป็นอะไร ผมก็ตอบแบบที่บอกเพื่อนหญิงคนนั้นแหล่ะครับ ผมทะเลาะกับที่บ้าน (โคตรตอแหลเลยว่ะ) แต่โอ๊ตนะซิ หลังจากวันนั้นก็ไม่โทรมาหาผมอีกเลย…

ผมรู้จากเพื่อน ๆ ครับว่า ตอนนี้เขาเรียนอยู่ราชภัฎ แต่เรียนภาคค่ำ เพราะตอนเช้าต้องไปขายโทรศัพท์ที่ร้าน แทนพนักงานที่ลาออกไป แหม ก็ดีครับ พ่อได้ไม่ต้องจ้างคนอื่น เงินทองก็ไม่รั่วไหล แล้วก็แน่นอนอีกแล้วครับว่า ผมไม่ไปเดินเฉียดร้านนั้นอีกเลย ฮ่า ๆ แต่เรื่องของโอ๊ตกับผู้หญิงที่เขาปิ๊งนะเหรอ ผมไม่ทราบเหมือนกัน ไม่มีเพื่อนคนไหนเอ่ยเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะโอ๊ตไม่ได้เล่าให้เพื่อนคนอื่นฟังก็ได้…

นี่ก็ผ่านมาประมาณ 6 เดือนแล้วซิ ที่เราไม่ได้คุยกัน ไม่ได้เจอหน้ากัน เรายังไม่ลืมนายหรอก จะลืมได้ไง เรามีรูปถ่ายของนายกับเพื่อน ๆ เก็บไว้ แต่เราไม่ได้รักนายเหมือนเมื่อก่อน เราไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว ขอบใจนะที่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ หวังว่าชีวิตนายกับแม่สาวคนนั้นคงราบรื่นดีนะ เพราะเรารู้ดีว่า หากเธอรู้นิสัยที่แท้จริงของนาย เธอต้องไม่ทิ้งนายอย่างแน่นอน และหวังว่าเธอคงรักนาย เท่า ๆ กับที่เรารักนายนะ…

ครับ หากต้นไม้ไม่มีการรดน้ำดูแลมาเป็นเวลาถึง 6 เดือน แน่นอนมันต้องเหี่ยวเฉา แล้วก็ตายแน่ ๆ ต้นรักของผมต้นนี้ก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้มันตายไปแล้ว โอ๊ตไม่ยอมดูแลมันมา 6 เดือนแล้ว เขาบอกผมว่าเขามีต้นรักต้นใหม่ที่ต้องดูแล ผมตัดสินใจแล้วครับว่า จะถอนรากถอนโคนมันทิ้งเสีย เหมือนกับต้นรักต้นแรกในชีวิตผม ทำไมนะเหรอ ผมก็จะรอนะซิ รอว่าต่อไป ใครหนอจะมาร่วมปลูกต้นรักต้นใหม่กับผม คอยดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยทุกวัน ให้มันเติบใหญ่ งอกงาม แผ่กิ่งก้านสาขา สวยงามอีกครั้งหนึ่ง…

“ความรักหน่ะมันหาไม่ยากหรอกครับ แต่การรักษาความรักให้อยู่กับเรานาน ๆ นี่ซิ ยิ่งยากกว่า”

The end…

เย้!… จบเสียที ขอบคุณครับทุกท่านที่สละเวลาอ่าน เป็นไงบ้าง ฮ่า ๆ เอ้อ… ขออภัยด้วยนะครับ หากมีข้อความบางตอนไม่สุภาพ ผมอยากให้เป็นกันเองมากกว่าครับ ขอบคุณครับ สวัสดี (ยกมือไหว้)…

.

[Home]