“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 13

พอประมาณ 11 โมงกว่า ๆ ผมกดโทรศัพท์ไปหาโอ๊ต ซึ่งแน่นอนครับ ทำใจมาหลายวันแล้ว หากวันนี้ยังไม่ได้พูดสิ่งที่อึดอัดมานานแสนนาน รับรองอึไม่ออกไปหลายวัน (แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะเนี่ย) โอ๊ตรับโทรศัพท์พอดี และต่อไปนี้ เป็นบทสนทนาระหว่างผมกับโอ๊ต
โอ๊ต “มีอะไรมู”
ผม “เอ่อ โอ๊ต ว่างคุยกับเราสักครู่ไหม” น้ำเสียงผมสั่นมาก
โอ๊ต “ได้ซิ”
ผม “เอ่อ…..” ผมเงียบไปซักพัก “คือ…”
โอ๊ต “เป็นอะไรหรือเปล่า”
ผม “โอ๊ต เราอยากถามอะไรนายหน่อยนะ”
โอ๊ต “ได้ดิ”
ผม “เอ่อ… เรานิสัยเป็นยังไงบ้าง” ผมให้เขาบอกนิสัยของผม ตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมา
โอ๊ต “นายนิสัยดีนะ เป็นคนตลกดี พูดจาตรง ๆ ดีด้วย” โอ๊ตตอบเสียงใส
ผม “เอ่อ… แล้วเราหน้าตาเป็นยังไงบ้างล่ะ” นั่น… ผมอยากรู้เหลือเกิน เขามองผมหล่อบ้างหรือเปล่า
โอ๊ต “นายก็หน้าตาดีนะ แต่นายอ้วนขึ้นนะ รู้ตัวหรือเปล่า” โอ๊ตตอบแล้วก็หัวเราะ แต่ผมฟังแล้วกลับซีเรียส
โอ๊ต “ฮั่นแน่ ไปปิ๊งสาวคนไหนอยู่ล่ะซิ” โอ๊ตถามตรงใจผมเป๊ะ แต่คนที่ผมชอบอยู่กลับไม่ใช่สาว แต่เป็นนายนั่นแหล่ะ โอ๊ต
ผมเงียบไปสักครู่นึง… หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าเริ่มแดงขึ้น น้ำเสียงผมสั่นมาก ผมรู้เลยว่าโอ๊ตก็ต้องรู้สึกว่าผมกำลังตื่นเต้นมาก
โอ๊ต “บอกมาซิ AAA เหรอ” โอ๊ตพยายามไล่ชื่อเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ผมเชื่อว่าความรู้สึกของผมตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับที่เขาเคยไปสารภาพรักต่ายในวันนั้นหรอก แต่มันต่างตรงที่ ผมกำลังบอกรักผู้ชายอยู่ ผู้ชายที่เป็นเพื่อนแสนดีของผม
ผม “ไม่ใช่” ผมพูดน้ำเสียงเรียบ โอ๊ตเงียบไป ผมว่าเขาน่าจะรู้แล้วว่าผมหมายถึงใคร
โอ๊ต “เอางี้ดีกว่า ถ้านายยังไม่พูด เดี๋ยวเรามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง คือ ตอนนี้เนี่ย เราติดต่อกับสาวคนนึงอยู่ รู้จักกันทางเน็ตเนี่ยแหล่ะ คุยกันถูกคอมากเลยอ่ะ ทุกคืนนะเราต้องโทรศัพท์ไปหาเธอ วันหนึ่งนะเรานัดบอดกันออกมาดูหนัง เราคิดว่าเธอจะไม่สวย ปรากฎว่า เธอดันสวยว่ะ ถูกใจเรามากเลย หลังจากวันนั้นดูหนังเสร็จ เราคุยกันทุกคืนเลย” ทันทีที่โอ๊ตเล่าจบ ผมแทบช๊อก ที่เขาไม่ค่อยโทรหาผมระยะหลัง ๆ เพราะเขากำลังจีบสาวอยู่ และที่ผมโทรไปหา 2 คืนแล้วสายไม่ว่างที่แท้เพราะกำลังคุยอยู่กับคน ๆ นั้นเหรอ
โอ๊ต “เธอเรียนอยู่ ม.AAA (ขอสงวนชื่อ) น่ารักมากเลย” โอ๊ตจงใจเล่าให้ผมฟังชัด ๆ แต่ผมก็ยังไม่ลดละ โอเค ต่อไปเราได้เลิกติดต่อกันเสียที
ผม “แล้วนายจะคบกับเธอไหม” ผมถามเสียงสั่น
โอ๊ต “ตอนนี้ก็ดู ๆ กันอยู่นะแหล่ะ” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่น
โอ๊ต “จบแล้ว แล้วเรื่องของนายล่ะ” เอาล่ะ ได้เวลาบอกเสียที
ผม “ฟังให้ดีนะ เรามีเรื่องจะพูดกับนาย ตั้งใจจะพูดตั้งแต่วันที่เราเจอกันวันก่อนแล้ว แต่เราไม่ได้พูดออกไป ฟังให้ดีนะ” ผมตะกุกตะกักครู่นึง
ผม “เราอยากให้นายสัญญากับเรา 2 ข้อ ถ้าเราพูดไปแล้ว”
โอ๊ต “ได้ซิ”
ผม “นายเป็นลูกผู้ชายนะ นายห้ามผิดสัญญา ข้อ 1 หลังจากเราบอกไปแล้ว นายห้ามบอกใครที่เราบอกนายเรื่องนี้” ผมพูดน้ำเสียงสั่น
โอ๊ต “ขนาดนั้นเลยเหรอ” โอ๊ตน้ำเสียงตกใจมาก
โอ๊ต “แล้วมันเกี่ยวกับตัวเราหรือเปล่า”
ผม “เกี่ยวซิ เกี่ยวแน่นอน”
โอ๊ต “เหรอ นี่เรากลัวนะเนี่ย ขนลุกเลย”
ผม “ข้อ 2…” ขณะที่ผมกำลังจะบอกข้อ 2 โอ๊ตรีบขัดขึ้นมา
โอ๊ต “เดี๋ยว ๆ ถ้านายพูดออกมา มันจะดีกับตัวนายหรือเปล่า”
ผม “ดีซิ เราจะสบายใจขึ้นเยอะ” ผมบอกกับโอ๊ตตามความจริง
โอ๊ต “นายอย่าพูดดีกว่า เก็บมันต่อไปเถอะ” โอ๊ตรู้แน่นอนว่าผมจะพูดอะไรออกไป และนั่นจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่จบลง
ผม “ถ้าเราพูดออกมาแล้วเราจะสบายใจมาก นายไม่อยากให้เราสบายใจเหรอ” ผมถามโอ๊ต เขาเงียบไม่ตอบ แต่ผมถือว่านั่นคือสิ่งที่ให้ผมพูดสัญญาข้อ 2 ต่อ
ผม “ข้อ 2 นะ นับจากวันนี้ นายห้ามโทรศัพท์หาเราอีก” ผมกลั้นใจและน้ำตาพูดออกไป
โอ๊ต “หา… ไม่เอานะ นายอย่าพูดออกมาเลย” เสียงโอ๊ตตกใจมาก
ผม “ฟังให้ดีนะ โอ๊ต เราจะพูดครั้งเดียว” ผมไม่สนใจคำพูดของโอ๊ต
ผม “ระ ระ เรา…. ชอบ….นาย” ผมพูดออกไปแบบติดอ่าง น้ำตาผมมันอยากจะไหลออกมาจะแย่อยู่แล้ว สิ่งที่ผมเก็บมานานหลายปี บัดนี้ผมได้ปลดปล่อยมันออกมา คำนั้น เราพูดออกมาได้แล้ว
โอ๊ต “เราว่าแล้ว” โอ๊ตพูดน้ำเสียงแบบเฉย ๆ คุณเข้าป่ะ เฉย ๆ หน่ะ ไอ้เราพูดเกือบตาย แต่มันตอบเฉย ๆ
โอ๊ต “เรารู้มาตลอดแหล่ะมู รู้ว่านายชอบเรา เราดูออก” ก็แหงล่ะ ใครก็ดูออกว่ะ ไอ้เรามันโง่เอง เสือกไปชอบมันซะได้
โอ๊ต “เราไม่ได้ชอบนายแบบนั้น เราเป็นเพื่อนกันได้นะ เราไม่รังเกียจหรอก” คำพูดประโยคหลังมันทำให้น้ำตาผมคลอออกมา ไม่รังเกียจงั้นเหรอ นายจะบอกเป็นนัย ๆ ว่า นายไม่เกลียดเกย์ล่ะซิ
ผม “ไม่ดีกว่า ทำตามสัญญาแล้วกัน นายสัญญาแล้วนะ” ผมพยายามทำเสียงเป็นปกติ
โอ๊ตไม่พูดอะไรออกมา ผมอยากให้เขาพูดอะไรก็ได้ เพื่อบอกให้รู้ว่า เขาสัญญาแล้ว
ผม “ทำตามสัญญานะ โอ๊ต” ผมพูดซ้ำ
โอ๊ต “ตกลง”
ผม “แค่นี้นะ”
โอ๊ต “อืม”

ผมวางโทรศัพท์ไป มือไม้สั่นไปหมด หน้าตาแดงก่ำ จากนั้นผมก็ร้องไห้ออกมาเป็นวรรคเป็นเวร แต่ร้องไห้ด้วยความดีใจหรือเสียใจก็ไม่รู้ “เราพูดได้แล้ว เราพูดประโยคนั้นออกไปแล้ว” ต่อไปเราจะไม่ได้ยินเสียงเขาอีกแล้ว เราจะไม่รับรู้เรื่องราวของเขาอีกแล้ว แล้วนั่นแหล่ะ จะทำให้ผมตัดใจจากเขาได้ซะที ที่สำคัญเขากำลังจะมีแฟน ถ้าหากผมยังเลือกคบเขาแบบเพื่อนอยู่ละก็ ผมรู้ดีว่าคงทนอยู่ในสภาพแบบนั้นไม่ได้ ผมรักเขาข้างเดียวหรือนี่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมคิดไปเองฝ่ายเดียวเท่านั้น เขาไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย โอ๊ย… แต่ผมยังมั่นใจอยู่ว่า ผมทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ผมกำลังจะลืมโอ๊ตได้ อย่างที่ผมลืมกรไปแล้วนั่นเอง…

“เพื่อนเท่านั้น แค่เพื่อนเท่านั้น พึ่งรู้จริง ๆ เธอคิดยังไง กับสิ่งที่คิด ที่อยู่ในใจ ไม่ได้เป็นไป อย่างที่คิดเลย ก็พึ่งได้รู้ รู้ความเป็นจริง ว่าเราเป็นแค่เพียงเพื่อนกัน
เพื่อนเท่านั้น เธอบอกกับฉัน เท่านั้นจริง ๆ จำไว้ในใจ ที่ผ่านมานั้น ไม่เคยเข้าใจ ฉันคิดไปเอง อยู่เพียงข้างเดียว แต่เมื่อได้รู้ รู้ความเป็นจริง ฉันจะทำอย่างไรต่อไป…
ต่อจากนี้เมื่อเจอเธอ จะทำอย่างไร จะให้คบเธออย่างไรได้เหมือนเดิม จะให้ยิ้มให้พูดกัน เหมือนการเป็นคนเดิม ฉันจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ต่อจากนี้จะมองตากับเธอได้ไหม จะมองหน้าเธออย่างไรได้เหมือนเคย เมื่อได้รู้ว่าเธอนั้น ไม่มีใจกันเลย ฉันจะทำอย่างไรต่อไป… ยังไม่รู้เลย…”

To be continue…

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 14) ]

[Home]