“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 12

เวลาผ่านไปหลายอาทิตย์ เขาโทรมาหาผมเวลาเดิมพร้อมกับบอกว่า “เราสอบเข้าราชภัฎได้แล้วนะ” ผมก็ยินดีกับเขา แล้วเราก็คุยกันเหมือนเดิมปกติ ในขณะที่ผมพยายามทำใจจะลืมโอ๊ต โดยการไม่โทรไปหา เพื่อไม่ต้องได้ยินเสียง แต่โอ๊ตนะซิ กลับโทรมาหาผม เสียงใส ๆ ของเขานั้นทำให้ผมตัดใจจากเขาไม่ได้สักที ผมก็อยากคบเขาเป็นเพื่อนนะครับ แต่คุณคงเข้าใจว่าผมทำอย่างนั้นไม่ได้…

และแล้ววันที่ผมคิดว่า เราต้องตัดสินใจบอกโอ๊ตเสียที ไม่งั้นชีวิตก็อึดอัดแบบนี้ ถ้าหากคำตอบจากปากของโอ๊ตคือ “ใช่ นายเป็นคนสำคัญของชีวิตเรา” ผมจะได้คบกับโอ๊ตอย่างเปิดเผย และแสดงความเป็นเจ้าของให้คนอื่นได้รู้ซักที แต่หากคำตอบตรงกันข้ามล่ะ “ไม่ นายเป็นแค่เพื่อนเราเท่านั้น” หรือ “ไม่ เราเกลียดนาย เกลียดนายที่เป็นแบบนี้” ดีล่ะ ผมเตรียมคำพูดที่ผมจะพูดไว้หมดแล้ว หากรักไม่สมหวัง เอาล่ะ นายโอ๊ต ทั้งตัวเราและตัวนายจะได้รู้กันซักทีว่าที่ผ่านมาเราคบกันแบบไหน แล้วจะได้รู้อีกว่า เรามันรักนายข้างเดียวหรือเปล่า…

ผมตัดสินใจโทรไปหาโอ๊ตเวลาเดิมที่เราคุยกันทุกวัน โดยคราวนี้ผมแกล้งชวนเขาไปดูโทรศัพท์มือถือ บอกว่าญาติจะซื้อ ซึ่งแน่นอนว่าโอ๊ตต้องไปแน่ ๆ และต้องพาไปที่ร้านพ่อเขาด้วย และที่แน่ ๆ อีกแน่ (ทำไมมันหลายแน่จังว่ะ… เออ ทน ๆ อ่านไปเหอะ ใกล้จบแล้วพี่ท่าน) โอ๊ตจะต้องไม่ชวนคนอื่นไปแน่ และก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริง ๆ เรานัดเวลากันเรียบร้อยสถานที่เดิม

ผมมาถึงก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงได้ อย่างน้อย ๆ เราได้ดูของอื่นก่อน ไม่งั้นโอ๊ตมาละก็ไม่ได้เดินดูอย่างอื่นแน่ ๆ สักพักโอ๊ตก็โทรมา ผมเลยเดินไปหาเขา โอ๊ตยิ้มให้ แปลกเหมือนกันนะ เราเจอหน้ากันทีไรมักไม่ค่อยคุยกัน แต่ถ้าโทรศัพท์ละก็ เม้าท์แตกทุกที เราทักกันตามปกติ เสร็จแล้วโอ๊ตก็พาผมไปเลือกโทรศัพท์ อย่างที่เขาเคยทำตอนที่พี่สาวผมจะซื้อโทรศัพท์ แต่คราวนี้ต่างกันที่ว่า ไม่ได้มีใครจะซื้อโทรศัพท์ทั้งสิ้น ผมต้องการมาพูดกับโอ๊ตเท่านั้น พอดูโทรศัพท์เรียบร้อยปุ๊บผมก็ชวนโอ๊ตไปนั่งร้านแมคฯ ซึ่งผมกะจะพูดความในใจที่เก็บไว้มานานแสนนาน “โอ๊ต เราชอบนายนะ”

เรานั่งกินไอติมร้านแมคฯ อยู่สักพัก ท่านผู้อ่านครับ บอกตรง ๆ เลยนะครับ ผมพูดไม่ออกครับ ผมกลัวคำตอบที่ได้ยินจะทำให้เป็นการเที่ยวกันสองต่อสองครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่มันอาจไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ หากผมสมหวังผมก็จะได้เขามาควงไปเที่ยวไหนต่อไหนได้อีกนาน เฮ้อ… คิดแล้วกลุ้ม ผมนั่งมองหน้าโอ๊ตที่กำลังโซ้ยไอติมอยู่ “มีอะไรเหรอ” โอ๊ตถาม “เปล่า” ผมตอบแล้วก้มหน้า ผมไม่พูดอะไรที่อยากจะพูดออกไป ผมกลัวครับ ผมกลัว ฮือ ๆ หลังจากกินเสร็จผมขอบใจเขาที่ออกมาเป็นเพื่อน เขาบอกไม่เป็นไร และยังพูดแถมท้ายอีกว่า “ต้องมาซื้อร้านเราอีกนะ” โอ๊ตหมายความว่าให้ผมพาญาติมาซื้อมือถือร้านเขา หลังจากผมซื้อให้พี่สาวไปก็ไม่ได้ซื้อมือถือร้านเขาอีกเลย (ก็แหงล่ะ ไม่ได้นามสกุลชินวัตรนี่หน่า) ผมพยักหน้าแล้วยิ้มให้เขา แน่นอนโอ๊ต นายคือคนแรกเสมอ…

“ต้องหยุดใจเอาไว้ ว่าเราแค่เพื่อนกัน ต้องหยุดไว้ตรงนั้น และฉันต้องทำได้ จะยอมเจ็บวันนี้ เก็บคำว่ารักเธอไว้ในใจ ดีกว่าพูดออกไปแล้วเสียเธอ…
ฉันไม่รู้ว่าเธอนั้นคิดยังไง แต่ขอขอบใจที่เธอมาห่วงใยกัน ยิ่งวันเวลาผ่านไป ใจฉันยิ่งเริ่มผูกพัน แค่คิดกับเธอในใจก็พอ… บอกรักกับเธอในใจก็พอ…”

ผมกลับมาถึงบ้าน ผมเจ็บใจตัวเอง ทำไมหนอทำไม อยู่ต่อหน้าเขาแล้ว ทำไมเราพูดไม่ออก เห็นหน้าเขาแล้ว เรามันใจอ่อนอย่างนี้เลยเหรอ (ระหว่างที่อ่านเปิดเพลง “คนใจอ่อน อ่อนใจ” ของตาขี้เก๊กสามหน่อไปด้วยนะครับ เพื่ออรรถรส) ดีล่ะ เห็นหน้าไม่กล้าพูดใช่ไหม ดังนั้น ผมตัดสินใจจะโทรไปบอกเขาเสียเลย ให้มันรู้แล้วรู้แร่ดกันไปเลย ผมตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปหาโอ๊ต ตอนกลางคืน แต่ใครไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เชื่อหรอกครับ ว่าการบอกรักหรือชอบกับใครสักคนมันยากมาก ผมกดเบอร์ไปได้ 4 - 5 ตัว ผมก็ต้องวางหู ทำไมเหรอครับ อยู่ ๆ ใจผมก็ไม่กล้า นี่ถ้าได้ยินเสียงเขาละก็ ผมคงพูดอะไรไม่ออกแน่ ๆ ผมส่ายหัวไปมา รู้สึกหนักใจ (หนักใจแล้วทำไมส่ายหัวหว่า) ผมลองกดอีกครั้ง แต่เหมือนเดิมครับ กดไปได้ 4 -5 ตัว ก็ต้องวางอีก ผมลองซ้อมโดยพูดกับตัวเองหลายครั้ง “เราชอบนาย เราชอบนาย” แค่คำว่า “ชอบ” เท่านั้นนะครับ ผมยังไม่หวังถึงขั้น “รัก” แต่ผมรู้ว่าโอ๊ตต้องใจความหมายของคำว่า “ชอบ” นี้อย่างแน่นอน จนผมฮึดครับ เอาก็เอาว่ะ ผมกดเบอร์ไปจนครบเก้าตัว (มี 02 ด้วยไงล่ะเพ่) แต่ปรากฎว่า ฟ้ากลั่นแกล้งครับ สายดันไม่ว่างซะนี่ อะไรว่ะ โทรศัพท์มาเสียได้จังหวะพอดีเลยนะ กว่าจะใจกล้ากดได้ครบหมายเลข เฮ้อ… ไอ้บ้า (ผมด่าโทรศัพท์นะครับ คุณผู้อ่านที่รักอย่าร้อนตัว) ผมลองกดใหม่หลายครั้ง แต่ปรากฎว่าเหมือนเดิมครับ สายไม่ว่าง ผมเลยตัดใจ แล้วก็นอน ระหว่างนอนก็คิดไปด้วยว่า “ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็มีเวลาให้เราคิดในสิ่งที่อยากพูดอีกวัน” วันต่อมาผมลองกดไปอีกครับ เวลาเดิม ต้องทำใจอยู่นานอีกเหมือนกันครับ กว่าจะกดครบ ปรากฎว่า คำตอบออกมาเป็นแบบเดิมครับ คือสายไม่ว่าง เอาล่ะซิ ถ้าโทรศัพท์เสียก็ไม่น่าจะเสียข้ามวันอย่างนี้เลยนะ หรือฟ้ากำลังเล่นตลกอยู่กันแน่ (ฟ้า เขาเป็นนางเอกละครไม่ใช่เหรอ)

เช้าอีกวัน ผมลองกดโทรศัพท์ไปหาโอ๊ตตอนเช้าดู คือถ้ามันยังสายไม่ว่างอีก แสดงว่าโทรศัพท์คงเสียจริง ๆ ผมกดไปหาเขาตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยครับ ปรากฎว่าเสียงดังตามปกติ ผมรีบวางทันทีก่อนจะมีใครรับ แสดงว่าโทรศัพท์ไม่เสียนี่หน่า สงสัยตอนกลางคืนมีคนใช้อยู่ ดีล่ะ งั้นพูดกับเขาตอนกลางวันเลยดีกว่า แล้วสิ่งที่ผมสันนิษฐานไว้ มันก็ไม่ผิดแต่อย่างใด มิตรภาพอันดีของเราสองคนกำลังจะหายไปแล้ว…

To be continue…

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 13) ]

[Home]