“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 8

ดูเหมือนผมกับกรจะจบลงเพียงเท่านี้ หลัง ๆ ผมได้ยินจากปากของเพื่อนว่า เห็นกรออกไปดูหนังกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ผมพอเดาว่าคงเป็นเพื่อนทางโทรศัพท์ เพราะกรเคยเล่าให้ผมฟังว่าเขาเคยเล่น “เพื่อนกัน 1900” แล้วไปเจอผู้ชาย อืม… ผมคงคิดว่าเป็นอย่างนี้ แต่ช่างมันเหอะ แล้วต้นรักของผมที่เบ่งบานสวยงามในช่วงปีใหม่ก็กลับเหี่ยวเฉาลงอีกครั้ง แต่ไม่หรอกครับ ผมไม่ยอมถอนต้นไม้นี้ออกอย่างเด็ดขาด ทำไมเหรอครับ ก็ผมจะให้โอ๊ตเนี่ยแหล่ะ เป็นคนดูแลบำรุงรักษาต้นรักต้นนี้ให้กลับเบ่งบานอีกครั้งหนึ่ง…

เปิดเทอมเข้าชั้น ปวส.นี้ผมดีใจจนบอกไม่ถูกครับ (เพราะไม่รู้จะบอกอะไร) ผมจะไม่ได้เจอหน้าคนที่ไม่อยากจะเจออีกแล้วนะซี ก็เจ้ากรไง (แล้วมันก็ย้ายไปหออื่นแล้วล่ะ) ชาตินี้อย่ามาพบกันอีกเลย เหอ ๆ ผมดูสดใสขึ้นเป็นพิเศษ ทักเพื่อนไปทั่ว (เพื่อนผมเองนะ เพื่อนคนอื่นเขาไม่รู้จัก จะหาว่าบ้าเอาได้) จนหลายคนมองผมว่าเป็นคนละคนกับตอน ปวช. ก็แหงล่ะซิ ชีวิตใหม่ รวมทั้งความรักใหม่ มันเริ่มต้นขึ้นแล้ว…

เป็นอันว่ากลุ่มผมกับกลุ่มโอ๊ตก็มารวมกันครับ กลายเป็นก๊กใหญ่เลยทีนี้ ไปเที่ยวกันทีห้างแทบแตก ผมชอบไปเดินอยู่ข้าง ๆ โอ๊ตนะ ไม่รู้เป็นไร ส่วนโอ๊ตเขาก็ไม่ได้หนีอะไร เขามักจะทักผมเรื่องโทรฯ มือถือของพี่สาว ว่าเป็นไงบ้าง ผมก็ตอบไป ผ่านร้านมือถือ โอ๊ตก็มักจะหยุดดู และอธิบายให้ผมฟัง ชนิดคนขายยังงง ผมเองก็นึกเหมือนกันว่า มันจะบอกผมทำไมเนี่ย ผมเองใช้แต่ PCT (ถูกดี ครั้งละ 3 บาท ฮ่า ๆ แต่สัญญาณห่วยฉิบ… เออ มึงบ่นก็เลิกใช้ดิ… อ้าวเรื่องอะไร ยุ่งน่า อ่านต่อไปเหอะ) แต่ผมแปลกใจมากที่ว่าพ่อโอ๊ตเปิดร้านมือถือแต่ไหงมันไม่ยักกะมีมือถือฟ่ะ พอถามมัน ผมจับความได้ประมาณว่า พ่อเคยให้ใช้แล้ว แต่ทำหาย เพราะขี้ลืม มันก็เลยไม่ใช้ เออ… ให้มันได้อย่างนี้ดิ๊ ลองเป็นผมนะเหรอ เฮอะ… จะเปลี่ยนวันละเครื่องเลยคอยดูสิ (เออ… แล้วกูจะคอยดู) บางวันผมก็ไปเที่ยวกันแค่ไม่กี่คนหรอกครับ เพราะส่วนใหญ่เลิกเรียนก็จะกลับบ้าน ผมก็จะไปกับโอ๊ต และเพื่อนอีก 2 - 3 คน ไปกินอะไรกันบ้าง เดินดูของบ้าง บางทีผมก็ไปกับโอ๊ต 2 คน ไปส่งเขาที่ร้านนะครับ แล้วผมก็กลับ โอ๊ตบอกว่าไม่ต้องมาส่งก็ได้ แต่ผมก็อ้างไปครับว่า กะจะมาซื้อไอ้นั่นซื้อไอ้นี่ แต่สุดท้ายก็กลับบ้านตัวเปล่าทุกที (อ้าว เฮ้ย… แล้วไม่ใส่เสื้อผ้าหรือไง) พอตกกลางคืนโอ๊ตถึงบ้านเมื่อไรเขาก็จะโทรหาผม แต่ไม่ทุกวันนะครับ ส่วนใหญ่ก็ถามเรื่องการบ้านก่อนเลย เสร็จแล้วก็คุยกันเรื่องอื่น ผมไม่รู้หรอกนะว่า กับเพื่อนคนอื่นเขาโทรไปหาบ่อยแบบนี้หรือเปล่า

พอถึงวันเกิดโอ๊ต เขาก็จะมาชวนผมไปกิน KFC โอ๊ย… เจ้าประคุณรุณช่อง พวกคุณ ๆ ทราบไหมครับ เหตุการณ์นี้พาลทำให้ผมนึกถึงวันเกิดของกร วันแรกที่เขาชวนผมไปหม่ำ KFC (แล้วเลี้ยงกันเป็นแต่ KFC อย่างเดียวเหรอ เดี๋ยวก็เป็นเก๊ากันพอดี) ระหว่างที่กินกันอยู่ ผมชวนเพื่อนผมคนหนึ่งไปซื้อของขวัญโดยที่ไม่บอกโอ๊ต “จะไปไหนกันเหรอ” โอ๊ตถามผมขณะลุกออกจากที่นั่ง “เยี่ยว… ไปไหม” ผมถามกลับ โอ๊ตส่ายหน้า แต่แปลกใจหรือเปล่าไม่รู้ ก็ผมไปกับเพื่อนผู้หญิงนี่หน่า (อ้าว… ไปยังไงก็เยี่ยวคนละห้องอยู่แล้ว ไปพร้อมกันไม่ได้หรือไง เออ… ช่างเหอะ) แต่เปล่าหรอกผมขึ้นไปหาซื้อของขวัญให้โอ๊ต สิ่งที่ผมซื้อก็คือ “เกมส์คอมฯ” ผมเดินกลับมาพร้อมกับเกมส์กล่องนึง “อ่ะ สุขสันต์วันเกิด” ผมพูดพร้อมยื่นให้โอ๊ต “ขอบใจ” โอ๊ตพูดพร้อมกับรับของขวัญนั่นไว้ เขาหยิบออกจากถุง (ไม่อยากห่อนี่ เปลืองเงิน เดี๋ยวยังไงแม่งต้องแกะอยู่แล้ว แล้วจะห่อไปทำไม) โอ๊ตยิ้มให้ ท่าทางถูกใจ (หรือเปล่า) เพื่อนคนอื่น ๆ มองผมแบบงง ๆ ว่าปกติไอ้หมอนี่ขี้งกจะตาย แต่ไหงกลับซื้อของแพงให้เจ้าโอ๊ตฟ่ะ… ผมกลับมานั่งคิดที่บ้านเสมอว่า สงสัยเราจะรักโอ๊ตเพียงข้างเดียวกระมังนี่

ผ่านมา ชะเอิงเงิงเงย… ผ่านไป ฤาหัวใจไม่เคยหยุดพัก เสาะหาเรื่อยมาความรัก เฮ้ย ๆ พอได้แล้ว เป็นเพลงอีกแล้ว เผลอไม่ได้ อุ๊บ… โทษทีครับท่าน ลืมตัว… เวลาผ่านไป วันที่ผมไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ได้มาถึง ผมรู้จากปากของเพื่อนอีกนั่นแหล่ะว่า เจ้าโอ๊ตเนี่ย มันไปชอบผู้หญิงคนนึงในห้องเข้า แต่สาวเจ้ายังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ สุดท้ายเขาบอกว่าขอเวลาสักพักนึงก่อน ลองคบกันไปแบบเพื่อนก่อน ซึ่งสาวคนนี้ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันเนี่ยแหล่ะท่าน คู่นี้คุยโทรศัพท์ด้วยกันบ่อย ซึ่งผมเดาว่า พอโอ๊ตวางจากผมก็โทรหาสาวคนนี้ เพราะว่าสาวคนนี้มักจะพูดกับเพื่อนว่า เมื่อคืนคุยกับโอ๊ตถึงตี 2 อะไรประมาณนี้ สาว (ผู้โชคดี) คนนี้ผมสมมติว่าชื่อ “ต่าย” แล้วกันนะครับ ต่ายเองก็เป็นเพื่อนกับผม ซึ่งหน้าตาหล่อนหน่ะ ก็ไม่ได้สวยอะไรมากมาย แต่ก็ดูน่ารักในสายตาของโอ๊ต เรียกว่าตรงสเป็กว่างั้นเหอะท่าน มิน่าล่ะ พอวันที่ต่ายต้องออกไปรายงานหน้าชั้นทีไร เจ้าโอ๊ตมองไม่กระพริบเชียวล่ะ เฮ้อ… จะเรียกมันเป็นศัตรูหรือเพื่อนกันดีเนี้ยะ

ช่วงที่พวกเรากำลังจะขึ้นปี 2 ปรากฎว่าต่ายต้องย้ายบ้านไปอยู่ต่างจังหวัด รู้สึกจะอยุธยาละมั้งครับ ถ้ามาทุกวันก็มาได้ เพราะเดี๋ยวนี้กรุงเทพฯ กับอยุธยาใกล้กันแค่เอื้อม (ไหน ลองเอื้อมซิ อึ๊บ ๆ) แต่ค่ารถเนี่ยซิ หนูต่ายสู้ไม่ไหว เพราะหลายต่อเลยล่ะ ไหนจะในตัวเมืองรถติดอีก กว่าจะหอบร่างบาง ๆ แต่ท่อนล่างบึ๊บ ๆ มาถึงเนี่ย มีหวังสลบคารถโดยสาร หล่อนจึงทำเรื่องย้ายไปเรียนภาคสมทบ คือ เสาร์ - อาทิตย์ นั่นแหล่ะ พวกผมนั่งกันอยู่ที่โต๊ะในโรงอาหาร ได้ยินเจ้าโอ๊ตมันพูดกับเพื่อน ๆ ว่า ยังไงวันนี้มันจะถามต่ายให้ได้ว่าคิดยังไงกับมันกันแน่ ก่อนที่ต่ายจะย้ายไปเรียนวัน เสาร์ - อาทิตย์ ผมได้ยินโอ๊ตพูดแบบนั้น ผมก็อยากพูดแบบนั้นกับโอ๊ตเหมือนกัน ผมได้แต่นั่งนิ่ง อ้อ… ลืมบอกไปครับ วันนี้วันสุดท้ายของการสอบ เราลงมานั่งกันโรงอาหาร หาอะไรกินก่อนแยกกันกลับบ้าน และดูเหมือนโอ๊ตจะโทรบอกพวกเพื่อน ๆ ล่วงหน้าแล้วเรื่องสารภาพรักในวันนี้ รวมทั้งให้เพื่อน ๆ ช่วยร่วมมือกับเขาด้วย โดยการให้ใครสักคนนัดต่ายมาที่โรงอาหาร แต่แปลกแหะ โอ๊ตไม่โทรบอกผมเรื่องนี้ เราคุยโทรศัพท์กันบ่อย ๆ โอ๊ตไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนนี้ออกมาให้ผมได้ยิน ทำไมน๊า… ทำไมเขาไม่อยากให้ผมรู้ กลัวผมจะล้อเขาหรือ…

สักพักหนึ่งต่ายลงมาพร้อมกับเพื่อนของเขา 2 - 3 คน ซึ่งแน่นอนเพื่อนเหล่านั้นรู้จากเจ้าโอ๊ตแล้วว่ามันจะทำอะไร เพื่อนพวกนั้นก็บอกให้ต่ายรอตรงหน้าโรงอาหารนี้ก่อน เดี๋ยวจะขึ้นไปเอาของ พอดีลืมเอาไว้ ต่ายทำท่าจะขึ้นไปด้วย แต่เพื่อนห้ามไว้บอกว่าแป๊บเดียว ซึ่งแน่นอนจริง ๆ แล้วไม่ได้ลืมอะไรไว้หรอกคุณ เป็นไปตามแผน พอโอ๊ตเห็นว่าต่ายยืนอยู่คนเดียว เขาก็รีบวิ่งไปหาเลยครับ ท่ามกลางเสียงเอาใจช่วยของเพื่อน ๆ ยกเว้นผมที่นั่งยิ้ม ๆ อ้อ… ช่วงนี้โรงอาหารไม่ค่อยมีคนเลยครับ ส่วนใหญ่กลับกันหมดแล้ว มีเพียงกลุ่มผมเท่านั้นแหล่ะ ที่ยังบ้านั่งกันอยู่ ตอนนี้ในใจผมร้องไห้ไปแล้ว ระส่ำระส่ายคำตอบของต่าย แต่แสดงออกมาไม่ได้ ได้แต่ยิ้ม ๆ แล้วก็แซวไปแซวมาตามเพื่อน ผมไม่อยากให้โอ๊ตสมหวัง เพราะต่อไปเขาจะไม่เหมือนเดิมแล้วซิ ถึงผมจะเป็นแค่เพื่อนกับเขาอยู่ เขายังคงทำดีกับผมเหมือนเดิม แต่การกระทำของผมต่อเขา ต้องเปลี่ยนไปแน่ ๆ ผมไม่อยากคิดไปล่วงหน้า ขณะที่เพื่อน ๆ อวยพรให้โอ๊ตสมหวังในรัก แต่ผมกลับไม่ ผมอยากให้เขาผิดหวัง เผื่อเขาจะเห็นผม ผมที่ทำดีกับเขามากกว่าที่ต่ายทำให้กับเขาเสียอีก แต่ผมเป็นผู้ชาย… ใช่ เรามันผู้ชาย โอ๊ตจะมาชอบเราได้ไงล่ะ ยังไงมิตรภาพของเรามันก็ไม่มากกว่าคำว่า “เพื่อน” อยู่แล้วนี่หน่า ทุกสายตามองไปที่คู่ของต่ายกับโอ๊ต ซึ่งยืนพูดอะไรกันอยู่ไม่รู้ ซึ่งไกลพอสมควร จนเวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง…

โอ๊ตเดินหน้าจ๋อยกลับมา ซึ่งพวกเราดูก็รู้ว่า “คำตอบนั้นเป็นอย่างไร” โอ๊ตทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เพื่อนทุกคนช่วยกันปลอบ ยกเว้นตัวผมคนเดียวที่นั่งเงียบ มองดูใบหน้าโอ๊ตยามเศร้า คนอย่างเขาไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าเพื่อน ๆ หรอก โอ๊ตเล่าให้ทุกคนฟังว่า ต่ายเห็นเขาเป็นเพื่อนเท่านั้น และห้ามไม่ให้โอ๊ตพูดถึงเรื่องนี้อีก ผมนั่งนึกเหมือนกันว่า ถ้าเราถามโอ๊ตคำตอบที่ได้รับก็คงเป็นเช่นนี้เหมือนกัน ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมเองเดินห่างกับโอ๊ต โอ๊ตดูไม่มีชีวิตชีวาเลย หลาย ๆ คนเป็นห่วง ผมเองก็เป็นห่วงเขามากกว่าใคร ๆ พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ

เมื่อผมมาถึงบ้านผมก็กลับมาคิดเรื่องโอ๊ตอีกว่า ทำไมเราไม่ดีใจล่ะ เขาทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกัน ก่อนหน้านี้ก็นึกสาปแช่งไว้ไม่ใช่หรือ แล้วเดี๋ยวต่ายก็ย้ายไปเรียนรอบอื่นแล้วนี่โอ๊ตกับต่ายก็จะไม่ได้เห็นหน้ากันแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมผมเห็นใบหน้าของโอ๊ต กับคำตอบที่เขาได้รับ ผมเข้าใจความรู้สึกเขาทุกอย่างดี และเหตุการณ์ครั้งนี้ มันน่าจะทำให้ผมคิดได้ว่า เราไม่มีสิทธิรักเขาได้มากกว่าเพื่อน เขาไม่ได้ชอบผู้ชาย ผมพยายามคิดตลอดว่าโอ๊ตเป็นเพื่อนนะ เขาเป็นเพื่อนเรา ตกดึกคืนนั้น (เอ้า… ก็รีบเก็บดิ) เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมรีบรับก่อนที่พ่อหรือแม่ผมจะตื่นมารับ “ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงไปตามสาย “มูเหรอ นอนหรือยัง” เสียงโอ๊ตนั่นเอง โอ๊ตพูดกับผมตามปกติ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบของเขา ผมเองก็ไม่ได้พูดรื้อฟื้นอะไรขึ้น เราคุยกันเรื่องเรียน แล้วก็สัพเพเหระไปตามเรื่องราว คุยกันได้สักพัก โอ๊ตก็ถอนหายใจ แล้วเงียบไป ผมเลยถามเขาว่า “สบายใจขึ้นหรือยัง” ไม่มีเสียงตอบของเขา “งั้น แค่นี้นะ เราจะไปนอน” ผมพูดขึ้นมา คิดว่ากูหนอกูไม่น่าถามไปเลย เดี๋ยวมันลงหน้าหนึ่งทำไงว่ะเนี่ย “จะนอนแล้วเหรอ” โอ๊ตรีบถามผมขึ้นมาก่อนผมจะวางหู “อือ” ผมพูด โอ๊ตตอบกลับมาเสียงสั่น ๆ ว่า “เจอกันที่ รร.นะ” ผมหัวเราะ “ปิดเทอมแล้วนะโอ๊ต” ผมบอกโอ๊ต ดูเหมือนเขาขี้ลืมจริง ๆ นะเนี่ย น้ำเสียงเขาดีขึ้นบอกผมว่า “อ้อ ลืมไป แค่นี้นะ” แล้วเราก็วาง ผมคิดว่า โอ๊ตอยากจะเล่าให้ผมฟัง แต่เขาทำไม่ได้ เขาเหมือนมีอะไรจะบอกกับผมสักอย่าง

To be continue…

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 9 ) ]

[Home]