“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 7

ผมกลับมาถึงบ้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แม่ผมเห็นก็ทัก “เป็นไง สนุกไหมลูก” “สนุกดีครับ” ผมยิ้มแล้วตอบแม่ แม่ดีใจที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของผมหลังจากกลับบ้านมานานมากแล้ว แต่เอ๊ะ… ใกล้เปิดเรียนแล้วนี่หว่า แล้วสอบอีกล่ะ ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย จ๊าก… แง้ ๆ ๆ จะสอบผ่านไหมเนี่ย

ช่วงเวลาปิดปีใหม่ที่เหลือ ผมก็เคร่งเครียดอ่านหนังสือ อ่านที่บ้านบ้าง อ่านที่หอของกรบ้าง เพราะกรโทรมาชวนผมไปติวให้เขา บางวันเขาไม่ได้มาเรียน ผมก็เข้าใจ และดีใจด้วยที่เขากลับตัวใหม่ได้ พอกลับมาบ้านผมคิดตลอดว่า กรเคยซื้อของขวัญให้ผม แต่ตัวผมซิไม่เคยซื้ออะไรให้กรบ้างเลย ผมจึงไปดูเงินเก็บของผมว่ามีเท่าไร ผมกะจะซื้อแหวนให้กรสักวง เพื่อเป็นการตอบแทนสิ่งต่าง ๆ ที่กรทำให้กับผม

เวลาแห่งการสอบมิดเทอมที่แสนตรึงเครียดผ่านพ้นไป จนวันสอบเสร็จวันสุดท้าย ขณะที่กรรอผมออกจากห้องสอบ ผมวิ่งไปหากร กรถามผมว่า “วันนี้ไปไหนหรือเปล่า” แหม ถามเหมือนรู้ ผมตอบทันที “เซ็นทรัลไง ไปกันเหอะ” แล้วเราสองคนก็ออกไปเซ็นทรัลที่เดิม ที่ ๆ กรเลี้ยงวันเกิดของเขา (เอ๊… มันไม่มีห้างอื่นแล้วเหรอว่ะ)

ขณะที่เดินดูของอยู่นั้นเองผมบอกกรว่า “ไปร้านทองกันเหอะ” กรมีสีหน้างงเล็กน้อยถึงปานกลาง คงคิดว่าไอ้นี่มันบ้า อยู่ ๆ ชวนไปร้านทอง ทุกทีไปแต่ของเล่น ๆ แต่กรก็เดินไปกับผม (ก็เอออ่ะดิ มันคงจะยืนอยู่คนเดียวมั้ง) พอเข้าไปในร้านผมถามหาแหวนทอง 1 สลึง คนขายชี้ให้เลือก “เลือกซิ อยากได้วงไหน” ผมพูดพร้อมกับสะกิดกร เขามองแบบงง ๆ แล้วพูดว่า “ทำไมเราต้องเลือกล่ะ” “เดี๋ยวเราซื้อให้ วันเกิดย้อนหลัง” ผมพูดกลับไป กรยิ้ม ๆ ดูท่าทางเขาดีใจ เขาเลือกออกมาหลายวง จนกระทั่งผ่านพ้นไปสักครู่ กรก็ได้แหวนวงที่ชอบ ผมเองจำไม่ได้หรอกนะว่าเขาสวมนิ้วไหน แต่ที่แน่ ๆ แหวนวงนี้แหล่ะ คือแหวนอาถรรพ์ที่ทำให้ผมกับกรต้องแยกจากกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา… ซื้อแหวนเสร็จเดินเล่นกันอีกสักพักก็แยกย้ายกันปิ๊กบ้านเฮา

“นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่ารัก ฉันนั้นเพิ่งเคยได้รู้จัก รู้สึกกับใครสักที นี่ใช่ไหม ที่ฉันมีใจให้เธออย่างนี้ ทุกเวลา… สิ่งที่เกิดในหัวใจ คือรักเธอ”

ก้าวเข้าสู่การเรียนภาคหลัง กรมา รร.ทุกวันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือเขามาสาย แต่ผมไม่ได้ถามอะไรเขา เพราะเขายังคุยกับผมเหมือนเดิม ผมเห็นเขายังสวมแหวนอยู่ หลายวันผ่านไป กรเริ่มไม่ปกติอีกครั้ง (ตานี่มันเป็นอะไรของมันกันแน่) กรมาสายก็จริง แต่เข้าเรียนเมื่อไร จากที่แต่ก่อนเขานั่งเรียนข้างผม แต่ตอนนี้เขาย้ายไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขา ผมเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่ทำใจไว้แล้วล่ะท่าน จึงไม่ได้พูด ไม่ได้ถามอะไร เรากลับมาไม่พูดกันเหมือนเดิม จนเพื่อนในห้องแปลกใจ แต่ไม่มีใครกล้าถามผม (เพราะอะไร คงรู้ หึ ๆ) กรกลับไปเหมือนช่วงมีแฟนไม่มีผิด ผมก็คิดว่า เขาคงมีแฟนใหม่แล้วมั้ง… แต่อาการเสียใจของผมเหมือนเช่นเมื่อก่อนมันไม่กลับมาอีกแล้ว

สาเหตุที่ผมไม่เสียใจนะเหรอครับท่าน ช่วงหลังมิดเทอมนี้เองผมเริ่มสนิทกับกลุ่มผู้ชายในห้อง ผมก็ผู้ชายนะ แต่กลุ่มนี้มันอยู่กันชายล้วนเลยอ่ะ แล้วพวกคุณจำไอ้ 2 ลิงที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นได้มะ (ถ้าไม่ได้ก็ลาก Scrollbar ไปอ่านข้างบนซ่ะ) คือเจ้าชิน กับเจ้าโอ๊ต ซึ่งคนหลังที่ผมบอกไว้ล่ะครับว่า เขาจะปลูกต้นรักร่วมกับผม แหะ ๆ คือเรื่องเป็นงี้ครับ หลัง ๆ มานี้เจ้าชิน กับเจ้าโอ๊ตไม่ค่อยสนิทกันหนึบเหมือนเมื่อก่อน เพราะว่าเดี๋ยวนี้มันเป็นกลุ่มใหญ่แล้วนี่นา แล้วอีกอย่างเจ้าชินเนี่ยหน้าตามันหล่ออย่างที่ผมบอกไว้ มันเลยกลายเป็นขวัญใจคนใน รร. อาจารย์ชอบเรียกใช้มันไปทำกิจกรรมหลายอย่าง ๆ เช่นถ่ายโฆษณาให้ รร. อะไรประมาณนี้ (แหม อิจฉาคนหล่อจริง ๆ) ซึ่งผมสังเกตได้ว่าเจ้าโอ๊ตเนี่ยสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกนะ เมื่อก่อนมันดูเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้มันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ รู้เรื่องอะไรมากขึ้น (เอ๊ะ มันปัญญาอ่อนหรือเปล่าฟ่ะ) แล้วเจ้านี่แหล่ะครับ ทำให้ผมสนิทกับทุก ๆ คนในกลุ่มของมัน จนลืมเจ้ากรไปได้เลย

ผมทราบจากเพื่อน ๆ ว่าพ่อเจ้าโอ๊ตเนี่ยเปิดร้านโทรศัพท์เมียถือ เอ๊ย… มือถือ (ก็แหม ไม่เมียถือได้ไง ซื้อมาใช้ทีไร เมียเอาไปโทรทุกที เฮ้อ…) พอดีว่าพี่สาวผมจะซื้อมือถือสักเครื่อง ผมก็เลยไปปรึกษามันครับ ปรากฎว่ามันให้คำตอบได้เก่งกว่าคนสร้างมือถือขึ้นมาอีก (อะไรจะขนาดนั้นว่ะเนี่ย) มันพาผมไปที่ร้านพ่อมันเอง แล้วมันก็หยิบออกมาให้ผมเลือกเพียบเลย ทั้งลูกเล่นอย่างงั้นอย่างงี้ ผมเองก็โง่ ไม่รู้เรื่องมือถือกะเขาหรอก ก็ได้แต่อือออผัดกระเพราไป (อือออห่อหมกมีไปแล้ว) ผมห้ามโอ๊ตไว้ว่าไม่ต้องเอาออกมาให้ดูเยอะแยะนักหรอก เพราะยังไม่ได้ซื้อตอนนี้ แต่มันไม่ว่าอะไร ไม่ใช่อะไรหรอก เดี๋ยวเครื่องที่ขายจะพังไปซะก่อนเพราะโดนผมกดเล่นนั่นแหล่ะ

หลังจากที่ผมพาพี่สาวไปซื้อมือถือที่ร้านเจ้าโอ๊ต ยอมรับเลยครับว่าผมสนิทกับมันมากขึ้น รวมทั้งเพื่อน ๆ ในกลุ่มทุกคนด้วย ผมจะโทรไปหามันบ่อยมาก ถามเรื่องมือถือนะครับ เสร็จแล้วก็จะเปลี่ยนเรื่องคุย สัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย หรือบางทีโอ๊ตก็จะโทรมาหาผมช่วงทุ่มนึง ส่วนใหญ่เรื่องที่เขาโทรมาหาผมก็คือ “มู ๆ พรุ่งนี้มีการบ้านอะไรบ้าง” ผมได้ยินคำถามนี้ทีไรผมรู้สึกขำโอ๊ตทุกที ทำไมเขาขี้ลืมอย่างนี้ ผมแซวเขาประจำเลยว่าขนาดการบ้านสั่งวันนี้ยังลืม ต่อไปมีเมียจะลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองมีเมียแล้ว แล้ววันหนึ่งโอ๊ตก็พูดกับผมขึ้นมาว่า “ต่อไปนายโทรมาบอกการบ้านเราทุกวันได้หรือเปล่า” “อะไรนะ” ผมแกล้งถามกลับ ทั้ง ๆ ที่ได้ยินชัดเจนแล้ว “ล้อเล่น…” โอ๊ตพูดตอบมา สักพักเราก็วางสายไป (อ้าวไม่วางหูเหรอ เอ้อ…ลืม วางทั้งหูทั้งสายนะแหล่ะ)

การสอบไฟนอลผ่านพ้นไป (อะไรว่ะ เมื่อไม่กี่ย่อหน้าข้างบนมันยังมิดเทอมอยู่เลย นี่ไฟนอลแล้ว ตอแหลฉิบเลยว่ะ… เออ งั้นก็ไม่ต้องอ่าน) ระยะหลัง ๆ ผมสังเกตว่าแหวนที่ผมให้กรมันหายไปแล้ว เขาคงเอาไปให้แฟนใหม่แล้วมั้ง ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว หลายคนเคร่งเครียดกันเรื่องหาที่เรียนใหม่ ทั้งเข้ามหาวิทยาลัย หรือหางานทำ สำหรับผมเหรอครับ แน่นอน ต่อ ปวส.ซิครับ เรียนพาณิชย์แล้วก็เรียนให้มันครบ ๆ หลักสูตรไป พวกกลุ่มเจ้ากรรวมทั้งเจ้ากรด้วยต่างแยกไปทำงานบ้างเรียนมหา’ลัยบ้าง ส่วนกลุ่มผม และพวกเพื่อนผู้ชายคนอื่น ๆ รวมทั้งโอ๊ตนั้นต่อ ปวส. แบบผม พวกเขาคงคิดเหมือนผมละมั้ง เน๊อะ…

To be continue…

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 8 ) ]

[Home]