“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 5

เย็นวันนั้นผมกลับมาถึงบ้าน แม่ผมมองแล้วยิ้มให้ ผมมองแม่แบบงง ๆ “เป็นไง หายเครียดหรือยัง” แม่ผมถามขึ้นเป็นประโยคแรก ผมเดินเข้าไปกอดแม่ไว้ (ขี้อ้อนงะขี้อ้อน เข้าใจไหม) “ตัวใหญ่ยังกะควายแล้วยังจะมาอ้อนอีก” แม่ผมด่าตรงเป๋ง ผมปล่อยตัวแม่แล้วเดินขึ้นบันไดจะกลับห้อง “งั้นวันนี้รับโทรศัพท์ได้แล้วใช่ไหม” แม่ผมถามขณะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าขึ้น ผมหันมายิ้มแล้วพยักหน้า เป็นอันรู้กัน ประสาแม่ลูก (แล้วคนอ่านจะรู้ไหมนี่) ผมได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนประมาณ 1 ทุ่ม แต่เอ… ไม่เห็นมีใครเรียกเลย สงสัยไม่ใช่ของเรามั้ง เอ๊… หรือว่าแม่ยังไม่บอกคนในบ้านว่าถ้ามีโทรศัพท์ของเราแล้วให้เรียกได้ เอ๊…. (หลายเอ๊แล้วนะ) หรือว่าที่เราพยักหน้าตอบแม่ไม่เข้าใจว่า ผมเลยวิ่งลงไปด้านล่าง ปรากฎว่าเห็นแม่ผมกำลังพูดโทรศัพท์อยู่ ผมเลยคิดว่าของแม่เราหรอกเหรอ ผมเลยเดินกลับขึ้นไป พลางนึกไปว่า “ทีกูรับโทรศัพท์แล้ว เสือกไม่มีใครโทรมาเลยนะ ฮึ่มมม….” (ขอโทษด้วยครับ หากไม่สุภาพ แต่เอ… ไม่สุภาพจริง ๆ นี่หน่า) ผมก็เข้านอนอีกนั่นแหละ (อ้าว มืดแล้วนี่ จะให้ทำอะไรล่ะคุณ ผมยังโสดนะเออ…)

อีกไม่กี่วันแล้วซิก็จะได้หยุดยาวววววว… (โปรดสังเกต ว แหวน) แล้วซิ ผมไม่ตื่นเต้นเลยซักนิดเลย ไอ้วันปีใหม่เนี่ย ทำไมนะเหรอคุณ เพราะทุกปีผมก็นอนอยู่บ้าน ไม่แตกต่างอะไรกับวันอื่น ๆ เลย ชาวบ้านชาวช่องเขาไปเที่ยวกัน บ้านผมนะเหรอกลัวบ้านหายครับท่าน ไม่ได้ออกไปไหนกะใครหรอก ผีบ้านผีเรือนยังอายเลยครับ คิดดู อย่างมากผมก็นอนเปิดทีวีดูพวกเขานับถอยหลังกัน (ที่เขาเรียกกันว่า ค้างคาว เอ๊ย… เค้าท์ดาวน์ นั่นแหละ) ดูจบก็นอน เนี่ยมีแค่นี้แหล่ะชีวิตผม ก่อนจะถึงวันหยุดยาว ช่วงนี้ก็เรียนตามปกติ แต่บรรยากาศเริ่มตึงเครียดกันมากกว่า เพราะอะไรนะเหรอครับ รร.ผมพอเปิดหลังจากหยุดปีใหม่มาปุ๊บ ก็สอบมิดเทอมปั๊บ เป็นไงล่ะ ใครจะมีอารมณ์เที่ยวบ้าง (เอ… รู้สึกมีผมคิดอย่างนี้อยู่คนเดียวแหล่ะครับ) เจ้ากรมา รร.ทุกวัน แต่ก็เหมือนเดิมครับ เราไม่พูดกันอะไรกันเลยสักคำ ผมอยู่กลุ่มผม เขาอยู่กลุ่มเขา ไม่สุงสิงกันอยู่แล้ว แต่หลายท่านสงสัยนะครับว่า แล้วทำไมเพื่อนในกลุ่มกรถึงมาชวนผมไปเที่ยวด้วย ข้อนี้ไม่ยากครับ ผมเป็นคนคุยสนุก เรียกว่าไปพูดตรงไหน ฮาตรงนั้น (ตลกเรียกพี่ อย่างที่บอกไปแล้วตอนต้นรายการ เฮ้ย ๆ ไม่ใช่ทอล์คโชว์) แล้วพวกเขาคงเห็นว่าเมื่อก่อนผมเป็นซี้เจ้ากรด้วยกระมัง เลยมาชวนไปด้วยกัน

และแล้ววันหยุดยาววววว…. (อีกแล้ว) ที่รอคอยก็มาถึง จริง ๆ แล้ว รร.ผมหยุดตั้งแต่ 30 แล้วครับ แต่กลุ่มเจ้ากรจะไปกัน 31 เอ้อ… เรื่องของพวกมันเหอะ ไม่เกี่ยวกะเราอยู่แล้ว วันไหน ๆ ก็เหมือนกัน เช้าวันที่ 31 ธ.ค.นั้นเอง ประมาณ 7 โมงเช้า ผมได้ยินเสียงเคาะประตู “แม่เหรอ” “แม่เอง เปิดหน่อยซิ” ผมเดินไปเปิดประตู ปรากฎว่า แม่ผมยืนอยู่ข้างหน้าแต่ข้างหลังแม่ผมนี่ซิ เพื่อนกลุ่มเจ้ากรทั้งนั้น ประมาณ 4 คนมั้ง พอผมเปิดประตูเท่านั้นแหละ มันก็กรูเข้ามาในห้องผม “มากันทำไมว่ะ” ผมตะโกนถามพวกมัน “ก็มารับมูไปเที่ยวด้วยกันไง” สาวหน้าหวานที่มาชวนผมตอนแรกตอบ ผมหันไปมองแม่ “เครียดไม่ใช่เหรอลูก พักผ่อนบ้างเถอะ แม่อนุญาต” พวกเพื่อนเจ้ากรกระเซ้าร่างผมที่กำลังมึน ๆ อยู่ “ไปอาบน้ำแต่งตัวซะ แม่เตรียมกระเป๋าไว้ให้แล้ว” ผมยิ่งมึนหนัก เอ๊ะ แม่รู้ล่วงหน้าแล้วซิ “ไปก็ได้ว่ะ” ผมพูดแล้วเดินออกห้องไปเตรียมอาบน้ำ “เดี๋ยวพวกเราไปรอข้างล่างนะ” พวกมันตะโกนบอกผม “เออ… นี่มันห้องกูนะโว้ย พวกมึงจะดูกูโป๊เหรอ” ผมตะโกนกลับ แล้วรีบกุลีกุจอลงไปข้างล่างเพราะกลัวผมด่า พวกคุณไม่รู้หรอกว่าถ้าผมด่า มันจะเป็นอย่างไร

หลังจากผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมไปหาแม่ แม่ยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้ผม ผมรับมาแล้วถามว่า “แม่ เรื่องมันเป็นยังไงเนี่ย” แม่ผมยิ้มแล้วตอบว่า “อาทิตย์ก่อนเพื่อนมูโทรมาคุยกับแม่แล้ว เห็นว่ามูเครียด อยากให้ไปสนุกด้วยกัน แม่เองก็เห็นว่ามูเครียดจริง ๆ นั่นแหล่ะ แม่ก็เลยอนุญาต แต่เพื่อนลูกหน่ะ เขาอยากให้ลูกเซอร์ไพรส์ แล้วกลัวลูกปฏิเสธด้วย จึงไม่ให้แม่บอกล่วงหน้า” ผมยิ้มกับแม่แล้วตอบว่า “ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้ แม่ลูบหัวผมเบา ๆ “เที่ยวให้สนุกนะ” เมื่อผมเดินไปที่รถ เพื่อน ๆ ที่ไปประมาณ 12 คนได้รอผมอยู่ รวมถึงเจ้ากรด้วย เขายิ้มให้ผม ผมก็ยิ้มตอบไป แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน ทุกคนลาแม่ผม แล้วจึงออกรถไป…

เอ๊… ใครจัดที่นั่งว่ะเนี่ย ให้ผมนั่งติดกับเจ้ากร (ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงชอบ อิ ๆ) รถเป็นรถตู้นะครับ นั่งกันพอดีเลย 12 คน ระหว่างที่ไปกรชวนผมคุยด้วย ผมได้แต่อือออห่อหมกไปกับเขา (ทำไมต้องห่อหมกด้วยล่ะ อือออไข่พะโล้ไม่ได้หรือไง ฝากถามครูลิลลี่ด้วยนะครับ) กว่ารถเราจะไปถึงภูกระดึงนานมากเลยครับ เพราะคนเยอะ เดี๋ยวแวะเข้าห้องน้ำบ้าง กินข้าวบ้าง ซื้อขนมบ้าง อู๊ย… นึกถึงตอนนั้นแล้วผมยังรำคาญอยู่เลย อะไรจะแวะบ่อยกันนักหนาเนี่ย

หลังจากก้นระบมอยู่นาน พวกเราก็มาถึงโดยสวัสดิภาพจนได้ เฮ้อ… ผมลืมไปแล้วว่าไปถึงช่วงนั้นกี่โมง แหม แต่โชคดีนะเนี่ย จองโรงแรมได้ เป็นบุญจริง ๆ โรงแรมที่พวกเราจองได้เป็นโรงแรมธรรมด๊า ธรรมดาครับท่าน อยู่ไม่ไกลจากยอดเขานักหรอก (แต่ก็ไกลนะแหล่ะ) เราแบ่งห้องกันเป็น ชาย 1 ห้อง หญิง 1 ห้อง (แหงแซะ) แต่พวกผู้ชายซิได้เปรียบ อิ ๆ ทำไมนะเหรอ เรามีกันแค่ 4 คนเอง นอกนั้นผู้หญิงหมด หลังจากแยกห้องกันแล้วต่างคนต่างก็จัดของของตัวเอง ผมก็เหมือนกันหล่ะ เจ้ากรเดินมาหาผมขณะที่ผมนั่งจัดของอยู่ “เรานอนข้างนายนะ” ผมไม่ตอบอะไรแค่พยักหน้าเฉย ๆ “ตามใจเอ็งซิ” ผมคิดในใจนะครับท่าน แล้วมันก็จัดของของมันข้าง ๆ ผมนี่แหล่ะ พอพวกเราจัดของกันเสร็จ แน่นอนครับสิ่งที่ต้องทำ นอนครับนอน คร่อกกกก…… หลับไปนานกันเท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีพวกผู้หญิงมาเคาะประตูที่ห้องแล้ว ก๊อก ๆ ๆ ผมงัวเงียตื่นขึ้นมาก็ต้องตกใจ “เฮ้ย!” ทุกคนในห้องลุกขึ้นมารวมทั้งเจ้ากรด้วย “มีอะไรเหรอมู” เพื่อนคนหนึ่งถาม “ไม่มีอะไรหรอกโทษที แต่เราว่าเราได้ยินเสียงเคาะประตูหน่ะ” “ก็เสียงเคาะประตูซิโว้ย เปิดได้หรือยัง” อีพวกข้างนอกตะโกนเข้ามา ผมรีบเดินไปเปิดประตู “อู๊ย… ขี้เซากันไปถึงไหนว่ะ เคาะตั้งนานแล้ว” เสียงอีคนเคาะประตูบ่น แล้วหล่อนก็พูดต่อว่า “นี่ 6 โมง (เย็น) กว่าแล้วนะ ไปหาอะไรกินเหอะ” ผมเดินไปล้างหน้า ส่วนพวกผู้หญิงทั้งหมดก็ถือวิสาสะเข้ามารอในห้องหนุ่ม ๆ เสียเลย แหม นังพวกนี้ อะไรเหรอครับ เกิดอะไรขึ้นกับผม ผมถึงร้องเฮ้ยออกมา อ๋อ ก็เจ้ากรมันนอนกอดผมอยู่นะซิ ฮึ่ม… แถมตื่นมายังทำไม่รู้ไม่ชี้อีก หนอย… เจ้านี่ มันทำอะไรเราไปมากกว่านี้หรือเปล่าก็ไม่รู้…

พวกเราทั้งหมดตัดสินใจกินก๋วยเตี๋ยวข้าง ๆ โรงแรมนั่นแหละ ขี้เกียจไปไกล (โห ๆ มาเที่ยวไกล ๆ ทั้งที่ ทานก๋วยเตี๋ยวกันเนี่ยนะ) กรนั่งกินอย่างไม่รู้ไม่ชี้ รวมทั้งไม่เห็นสายตาที่ผมมองเขาอย่างอาฆาตแค้นเลย ทำไมนะทำไมเราไม่ด่ามันซะเลยล่ะ หรือพูดกับมันตรง ๆ เลยว่า “อย่ามาทำกับเราแบบนี้” ทำไมเราพูดไปไม่ได้

หลังจากกินเสร็จพวกผู้หญิงก็ตกลงกันว่าคืนนี้จะไปนับถอยหลังกันในตัวเมือง ซึ่งก็ไม่ห่างจากโรงแรมที่เราพัก (รู้สึกอะไร ๆ ก็ไม่ห่างกันเลยนะ ตาคนพิมพ์ เออ… ยุ่งน่า อ่าน ๆ ไปเหอะ สมองมันก็ลืม ๆ บ้างแหละ) พวกหล่อน (ก็หมายถึงพวกผู้หญิงนั่นแหละ) ก็หันมาชวนพวกผู้ชาย ทุกคนตอบหมดว่าไป ยกเว้นแต่… ผมคนเดียวแหล่ะ “พวกมึงตามสบายนะ กูขออยู่โรงแรมนี่แหละ” “เฮ้ย อะไรว่ะ มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันซิ” เพื่อนชายคนนึงพูดออกมา “นี่ ใครเป็นคนฉุดกูมาว่ะ” ผมถาม มันตอบกลับมาว่า “กูรู้ว่าใจมึงง่ะอยากมา ไอ้มู” ผมลุกขึ้นแล้วพูดใส่พวกมันว่า “ไอ้พวกเหี้ย กูไม่ได้อยากมาเลยนะเว้ย เหนื่อยก็เหนื่อย เสียเงินก็เสีย แล้วนี่ใกล้สอบแล้ว พวกมึงเข้าใจไหม กูไม่มีอารมณ์เที่ยว พวกมึงจะไปไหนกันก็ไป คืนนี้กูจะนอนอยู่ที่โรงแรม ใครจะทำไม” ผมพูดจบพวกมันอึ้งกิมกี่กันหมดเลย บอกแล้วอย่าให้ด่า ดีนะ ยังน้อยไปพอดีอายคนในร้าน (นี่ขนาดแม่งอายนะเนี่ย) ผมวางเงินค่าก๋วยเตี๋ยวไป 40 บาท แต่จริง ๆ ไม่รู้หรอกว่ามันเท่าไหร่ (ขาดก็แล้วไป แต่ถ้าเกินต้องเอามาคืนด้วย) แล้วเดินออกจากร้านไปด้วยความโมโห…

To be continue…

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 6) ]

[Home]