“ต้นรักของผม”

โดย mooh

Episode 2

2 - 3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ก็เป็นแบบนี้หล่ะครับ กรจะมาชวนผมไปกินข้าว บางทีผมก็ไปบางทีผมก็ไม่ไป แล้วแต่อารมณ์ แต่บางวันนี่ซิแปลก ๆ ถ้าคนข้าง ๆ ผมไม่มาเรียนปุ๊บ กรก็จะเข้ามานั่งกับผมปั๊บ ผมก็ดีใจนะที่ผมมีเพื่อนสนิทกับเขาเสียที (แต่ตอนนี้ผมมีก๊กของผมแล้วนะ ซึ่งเป็นผู้หญิงหมดเลย มีแต่ผมกะกรเนี่ยแหละที่เป็นผู้ชาย) อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ผมกำลังเดินเข้าโรงเรียนจะไปนั่งที่โต๊ะม้าหินที่ประจำ เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งพอมันเห็นผมปุ๊บมันตะโกนบอกกรเลยว่า “กร ๆ เมียมึงมาแล้ว” ผมนี่เดินไปหากรแบบงง ๆ เลยครับ อะไรว่ะ อีกใจนึงก็กลัวกรจะคิดมากที่เราสนิทกันเกินไป เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิด แต่เปล่าหรอกครับ เขาพูดจากับผมปกติทุกอย่าง ผมนึกโมโหเพื่อนคนนั้นมากเลยครับ กลับไปถึงบ้านผมเล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวผมบอกว่า “ก็เหมือนพี่แหละ พี่สนิทกับเพื่อนมันก็หาว่าเป็นทอมกะดี้” เออ คิด ๆ ดูก็ตลกดีนะคนเรา แต่ช่างเหอะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแบบนั้นซักหน่อยนี่หน่า

เวลาผ่านไปไวเหมือนตอแหล การสอบกลางภาคก็ย่างกลายเข้ามา ซึ่งวันสุดท้ายของการสอบตรงกับวันเกิดของกรพอดิบพอดี กรเลยชวนเพื่อน ๆ ในกลุ่มไปกินอะไรกันหลังสอบเสร็จ ผมเองก็พึ่งรู้วันนั้นแหละครับ รู้จากปากของเพื่อนอีกที เขาไม่ได้บอกผมเอง ผมก็ไม่นึกอะไรและคงไม่ไปด้วยแหละ ไม่ใช่ผมเล่นตัวนะครับคุณผู้อ่าน แต่ปกติผมเลิกเรียนเสร็จปุ๊บกลับบ้านเลยตลอด เป็นเด็กดีว่างั้นเหอะ (ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ เลิกเรียนปุ๊บ มาบุญครองปั๊บ ฮ่า ๆ) จนสอบเสร็จ ขณะที่ผมกำลังจะเดินกลับบ้าน กรเดินมากับกลุ่มเพื่อน มาดักหน้าผมไว้แล้วพูดว่า “ไปกิน KFC มั๊ย เราเลี้ยงวันเกิดเราเอง” ผมทำหน้าฉงน (ไม่ใช่ควายนะเพ่) แล้วถามว่า “ที่ไหนล่ะ ถ้าไกลไม่ไปนะ” กรนิ่งไปพักนึงแล้วตอบว่า “เซ็นทรัลไง” ผมเห็นว่า เอ้อ เจ้าเซ็นทรัลเนี่ยถัดจากโรงเรียนไปสองสามป้ายเอง เอ้อ ไปก็ได้ว่ะ ผมตอบกลับว่า “อืม ไปก็ได้” แล้วกรก็เดินไปกับผมแล้วหันไปบอกกับเพื่อน ๆ ที่ตามมาไปกินของฟรีว่า “ไปเซ็นทรัลนะ” กลุ่มเพื่อนทำหน้างง ๆ แสดงว่ากรเปลี่ยนที่กินเพื่อผมเหรอเนี่ย…

แน่นอนครับว่าคนเยอะ KFC แทบแตก กรสั่งมาเยอะมากจนตอนหลังเพื่อน ๆ ได้หิ้วกลับบ้านไปอีกคนละชิ้นสองชิ้นแล้วแต่ความตะกละของใคร (ผมเหรอ เชอะ ผมไม่ออกหรอก แต่จริง ๆ แล้วคนอื่นแย่งไปหมดแล้วง่ะ) ผมยอมรับเลยว่าสนิทกับคนในกลุ่มมากขึ้นเพราะงานวันเกิดเจ้ากรนี้จริง ๆ ผมเริ่มยิ้มแย้มพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อน ๆ ทุกคน จนกระทั่งขณะที่เราฟาดกันอยู่นั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหากร ผมมองเขา เขายื่นของขวัญให้กรแล้วพูดซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วเขาก็เดินจากไป (งงไหมล่ะ ตอนนั้นผมยังงงเลย คุณผู้อ่าน) เสร็จแล้วเพื่อนก็ซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้ ผมไม่ได้ยิน (ไม่ได้ยินจริง ๆ นะ ไม่ใช่กระแดะไม่ได้ยิน) ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไรเลย รู้แต่ว่าเพื่อนชวนมากินก็เลยมาเท่านั้นเอง ซักพักเพื่อนก็เริ่มทะยอยกลับ บังเอิญผมต้องกลับทางเดียวกะยายเพื่อนหญิงปากหมา (คนที่แซวผมกับกรเป็นผัวเมียกันแหละ) ทุกวันถ้าผมมาถึงบ้านผมก็ต้องนอนล่ะครับ เพราะตื่นไป รร.แต่เช้า กลับมาเพิ่งบ่าย 3 โมงเอง วันนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่เลทไปหน่อยเพราะงานวันเกิดเจ้ากรนั่นเอง ขณะที่ผมเอนตัวลงนอนที่โซฟาเจ้าประจำสักพักโทรศัพท์ก็ดังขึ้น กริ๊งงงง… (เสียงนี้อีกและ เสียงอื่นไม่ได้เหรอไง เออ ช่างเหอะ) แม่ผมเดินไปรับ ผมได้ยินแม่ผมพูดว่า “อ๋อ มูหลับอยู่จ๊ะ ใครโทรมาเหรอ” เท่านั้นแหละครับ ผมสะดุ้งโหยงขึ้นมาเพื่อให้แม่รู้ว่าผมยังไม่หลับนะ “แม่” ผมบอกแม่ “อ้อ เดี๋ยวนะ เขาตื่นแล้ว” แม่ยื่นหูให้ผม (หูโทรศัพท์นะครับท่านผู้อ่าน) แล้วบอกว่า “เพื่อนชื่อกร” ผมรีบยกหูขึ้นมา (หูโทรศัพท์อีกนั่นแหละ) “ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไปตามสาย “เอ้อ ถึงบ้านแล้วเหรอ” ก็แหงซิฟ่ะ ไม่งั้นจะรับได้ยังไง ไอ้นี่ถามแปลก ๆ “อืม” ผมตอบสั้น ๆ แต่ได้ใจความ ด้วยความที่ไม่เคยคุยโทรศัพท์มาก่อน ผมเลยไม่ค่อยได้พูดอะไร ได้แต่ “อืม ๆ” เสร็จแล้วกรก็บอกว่า “แค่นี้แหละนะ หวัดดี” ผมเลยตอบกลับว่า “สุขสันต์วันเกิดนะ บ๊ายบาย” “ขอบใจ” กรตอบกลับแล้ววางโทรศัพท์ลง ผมก็เลยไปนอนต่อ (นอนได้นอนดีจริง ๆ ตานี่) หลังจากวันนั้นกรจะชอบเดินไปส่งผมที่ป้ายรถเมล์ทุกวัน พอผมถึงบ้าน กรก็จะโทรเข้ามาหาผม แต่ผมไม่ได้คุยด้วยหรอกนะท่านผู้อ่าน ทำไมนะเหรอ เหอ ๆ รู้ ๆ กันอยู่ หลับอุตุอยู่อะดิ พอผมตื่นมาตอนเย็นแม่บอกประจำว่า “เพื่อนชื่อกรโทรมา” แต่ผมไม่ได้โทรกลับหรอกนะ หลังจากงีบเสร็จผมมักจะออกไปปั่นจักรยานเล่นกับพี่สาว เพราะในซอยผมเป็นหมู่บ้าน รถไม่ค่อยมีเท่าไร เรียกเหงื่อได้อื้อเลยท่าน พอผมกลับมาจากปั่นจักรยาน แม่ผมก็บอกอีกว่า “เพื่อนชื่อกรโทรมา” ผมก็งง ๆ ว่า เอ๊… ทำไมขยันโทรหาเราจัง ทั้ง ๆ ที่เจอกันที่ รร.ทุกวัน

วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ กรโทรศัพท์มาหาผมตอนกลางคืนมักจะคุยกันยาวมาก ๆ ประมาณ 3 ทุ่มถึงตี 2 เลย จริง ๆ นะท่าน ไม่ได้โอเวอร์อวอร์ด บางทีผมก็โทรไปหา ก่อนผมขึ้นรถเมล์กลับบ้านกรมักจะพูดว่า “เดี๋ยวเราโทรไปหานะคืนนี้” ผมต้องคอยรับโทรศัพท์ทุกคืน จนพ่อแม่สงสัย คนอย่างผมเมื่อก่อนไม่มีโทรศัพท์ของผมสักแอะ แต่เดี๋ยวนี้มีมาทุกคืน ขนาดพี่สาวผมยังยอมแพ้เลย… มีอยู่คืนหนึ่งผมโทรไปหากร ขณะที่เราคุยกันอยู่ สายแห่งนรกก็แทรกเข้ามา รู้ไหมคืออะไร ติ๊กต๊อก ๆ เฮ้ย ๆ บอกซะที ไม่ใช่เกมโชว์ เฉลย สายเรียกซ้อนไงล่ะ ผมรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นของพี่สาวแน่เลย ถ้าผมไม่กดนะ ถ้าหล่อนรู้มีหวังผมโดนสกายคิ๊กแน่ ๆ “เดี๋ยวโทรกลับไปนะ” ผมบอกกร เขาทำเสียงอือออ ประมาณว่าง่วงเต็มที่ แล้วผมก็กด ปรากฎว่าถูกหวยครับท่าน ของพี่สาวผมจริง ๆ ผมยื่นให้แล้วบอกว่า “คุยเร็ว ๆ นะ” พี่สาวผมพยักหน้ารับ แต่ผมรู้ว่าพยักหน้าไปงั้นแหละ จริง ๆ ด้วยครับท่าน หล่อนคุยนานมาก ๆ ประมาณว่าอัดอั้นกระมัง เพราะหล่อนเคยดูแต่ผมคุยกับเจ้ากรอย่างเดียว ทีเอ็งข้าไม่ว่าทีข้าเอ็งอย่าโวย ประมาณนั้น จนผมคิดได้ว่า กรคงง่วงแล้วอย่าไปรบกวนเขาเลย เราเองก็นอนดีกว่า ผมก็เลยหลับไป โดยที่ไม่ได้โทรกลับไปหากร (ก็แหงล่ะ พี่ใช้อยู่นี่ จะใช้อะไรโทรล่ะ)

รุ่งขึ้นผมไป รร.ตามปกติ ผมเห็นกรนั่งอยู่เงียบ ๆ ผมเลยเดินไปทักเหมือนทุกวัน “หวัดดีกร” เขาทำเฉยครับท่าน ผมเลยถามต่อ “เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาพูดกลับมาแต่ไม่มองหน้าผมว่า “เมื่อคืนบอกว่าจะโทรกลับมาใช่หรือเปล่า” ผมงี้จ๋อยเลย ไม่รู้จะพูดอะไร ในใจก็นึกเราผิดหรือเนี่ย กรเห็นผมเงียบเลยพูดต่อว่า (ไม่มองหน้าเหมือนเดิม) “ไอ้เราอุตส่าห์นอนฟังวิทยุรอ ง่วงก็ง่วง แต่ก็ยังรอ เพราะสัญญาเอาไว้” หน้าผมจ๋อยกว่าเดิมอีกทุกท่าน “ขอโทษนะ” ผมเอ่ยออกมา กรหันมายิ้มให้ “ไม่เป็นไรหรอก” แล้วเขาก็เดินกอดคอผมไปซื้อขนมกิน ท่ามกลางความงงงวยของผม… (อารมณ์เปลี่ยนง่ายจริงวุ๊ย หมอนี่) ผมบอกกับท่านผู้อ่านตามตรงเลยนะครับ ผมไม่คิดอะไรกับมันเลยนะเนี่ย (ในตอนนั้น) นอกจากเพื่อนสนิท คนที่ยอมรับคนอย่างผมเป็นคนสนิทเท่านั้นจริง ๆ หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเที่ยวกันบ่อยขึ้น ถึงไปกันหลายคนแต่ดูเหมือน กรกับผมจะต้องเดินด้วยกันเสมอ แหม จะไม่ให้เพื่อนมันแซวว่าเป็นผัวเมียกันได้ไงล่ะเนี่ย แต่ผมลืมเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังไปครับว่า กรเขามีแฟนแล้ว (เป็นหญิงนะ แต่ชายคนที่ให้ของขวัญในวันเกิดเขานั่นไม่รู้ใคร ผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรเขาเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัว) เขาเล่าให้ผมฟังเองทางโทรศัพท์ แต่ไม่ค่อยได้ติดต่อกันเพราะเธออยู่ลพบุรี (กรเขาเป็นคนลพบุรีครับ ชอบกันสมัยอยู่ ม.ต้นนั่นแหละ เอ๊ะ… คล้าย ๆ ใครหว่า) เขียนจดหมายหากันนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง

มีอยู่วันหนึ่ง (วันหนึ่งอีกและ… เฮ้ย จะฟังไหม) วันหยุดเรา 2 คนนัดไปเดินจตุจักรกัน (คุณอย่าคาดหวังว่าคุณจะซื้ออะไรที่จตุจักรเลย) คนแน่นมาก และแล้วกรก็จับมือผม ผมหันไปมองหน้ากร กรบอกว่า “นายหลงทางไปล่ะแย่เลย ยิ่งเอ๋อ ๆ แบบนี้อยู่ด้วย” แค่นั้นแหละครับมันทำให้ผมจับมือกรแน่นขึ้นแล้วเดินไปด้วยกัน โดยไม่สนใจใคร บางทีเดินไปกรก็เดินกอดคอกับผมด้วย แต่มันเป็นเรื่องปกติครับ เขาก็ทำตอนอยู่ที่ รร.เพราะผมเห็นว่า เพื่อนผู้ชายเดินกอดคอกันมันไม่เห็นเป็นไรเลย (เอ… แต่สมัยนี้ต้องคิดกันบ้างละเนอะ) ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นอะไร ทำไมเดี๋ยวนี้ผมมีความสุขขึ้น อยากไป รร.ไปเจอหน้ากรเร็ว ๆ เหมือนกรมาเติมชีวิตของผมที่เคยขาดหายไป ชีวิตผมมีสีสันขึ้นเยอะ หลายคนชมผมว่าหน้าตาดีขึ้น ก็แหงล่ะ ผมไม่อยากทึนทึกให้กรเห็นนี่หน่า… นี่ผมยังไร้เดียงสาไป แม้กระทั่งไม่รู้จักคำว่า “ความรัก” งั้นหรือเนี่ย จนกระทั่ง ปี 1 ผ่านพ้นไป ผมคิดว่าขึ้นปี 2 ผมน่าจะปรับเปลี่ยนบุคลิกตัวเองได้แล้ว…

To be continue…

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 3) ]

[Home]