ต้นปอ สตอรี่

โดย suneo-onekava@thaimail.com

ตอนที่ผมอยู่ประถม 3 ผมได้พบกับรุ่นพี่คนหนึ่ง
ที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน
รุ่นพี่คนนี้ชื่อปอ ตอนนั้นปออยู่ประถม 5
รุ่นพี่คนนี้เป็นถึงคนคุมลีดเดอร์ และตัวผมเป็นถึงหัวหน้าห้อง
และเมื่อเรามาอยู่สีเดียวกัน กิจกรรมที่มีให้ทำร่วมกันก็มีพอสมควร
ความสัมพันธ์ของเราตอนนั้นเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบเด็กๆ
คิดกันธรรมดาและยังอ่อนต่อโลกเกินกว่าที่จะคิดเป็นอย่างอื่นได้
เราคบกันตามแบบฉบับรุ่นพี่รุ่นน้องจนกระทั่งปอจบ ป.6
ปอก็จากไปสอบที่โรงเรียนอื่น ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ได้ข่าวของปออีกเลยตั้งแต่นั้นมา

ตัวผมเองก็พยายามทุกวิธีทางที่จะได้รู้ข่าวคราวของ พี่ปอ พี่ชายที่ดีที่สุดของผม
แต่ก็ได้ข้อมูลที่มากที่สุดแค่ว่า ปอไปสอบติดที่สวนกุหลาบ ผ่านไป 2 ปีผมอยู่ประถม 6
ถึงตาที่ผมจะได้ออกสอบที่อื่นบ้าง

ความคิดตอนแรกเลยก็คืออยากเข้าสวนกุหลาบให้ได้
แต่ก็สอบไม่ติดเลยต้องหอบตัวเองระเห็ดไปอยู่วัดราชบพิธ
โรงเรียนคู่ของสวนกุหลาบที่ไกล้ที่สุด
ผมเรียนราชบพิธมาจนถึงม.2
ตอนนี้ผมก็ได้รับอนุญาติให้กลับบ้านเองได้แล้ว

 


เย็นวันหนึ่งผมกลับบ้านกับเพื่อนสนิทอีก 1 คน ครั้นพอผ่านโรงเรียนสวนกุหลาบ

หนุ่ม ส.ก. ก็พากันขึ้นบนรถเมล์ เบียดหน้าเบียดหลัง เป็นที่บันเทิงใจของเพื่อนผมเป็นอย่างยิ่ง
อากาศตอนนั้นร้อนมาก แล้วก็ยืนแถมโดนเบียดอีก สายตาที่หรี่จนแทบจะปิดเพราะเหงื่อที่ท่วมหน้า

ก็ต้องสะดุดที่มองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เป็นนักเรียนชั้นม.4 (สังเกตได้จากดาวที่ปกเสื้อ)
ผมตั้งๆ ยาวๆ หน้าตาดูสะอาด ตี๋ๆ ขาวๆ สูงปรี้ด
เจาะหูอีกต่างหาก กำลังมองมาด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าหาเรื่องหรือว่าอะไร

รู้แต่ว่าภูมิใจมากว่ามีคนมามองแฮะ คนหน้าตาดีด้วยนะ แต่ก็กลัวโดยต่อย
ถ้าจะมองเค้าตอบ ในที่สุดรถก็เลยจากสะพานพุทธ มาถึงบางแค ที่นั่งว่างซะที
ผมนั่งที่นั่งหน้าๆ ที่หนึ่ง มองไปมองมา อ้าวหนุ่มหล่อคนนี่ยังอยู่ อ้าว
ตอนแรกมันก็ดูหล่อดีหรอกนะ แต่ในขณะนี้หมั่นไส้เต็มที
กับสายตาที่มองแบบไม่กระพริบและจ้องแบบฉงนสุดๆ

ในใจเราก็นึกด่าเขาไปสารพัดว่าไม่เคยเห็นคนหน้าตา(แย่)แบบนี้แล้วเหรอ
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินมา และหยุดตรงที่ข้างๆผมและทรุดตัวนั่ง
ผมมองออกไปข้างนอกทันทีด้วยความเกลียดชัง

เขาเริ่มสะกิดผมและพยายามถามนู่นถามนี่ "เอ่อ เดอะมอลล์เลยไปอีกกี่ป้ายครับ"

ทั้งที่ตรงป้ายที่ถามคือป้ายเดอะมอลล์ บางแค) ตอนแรกผมก็ตอบแบบงงๆมาก
จนเมื่อเห็นแววตาใกล้ๆ แววตาเล็กๆ กับคิ้วหนาๆที่ไม่เคยลืม
ไม่ว่าโครงหน้าจะเปลี่ยนไปเท่าใดใช่แล้วครับ
เค้าเป็นคนที่ผมคิดถึงมามากกว่า 3 ปี ปอนั่นเอง ผมเกิดอารมณ์คึกคักเมื่อเจอเพื่อนเก่า

และเริ่มคุยหยอกล้อกันเรื่องความเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน เราได้แลกเบอร์กันไว้

ปอไปส่งผมที่บ้านและขอตัวกลับด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก
เหมือนกับว่ายังมีเรื่องที่ต้องถกกันอีกเยอะ คล้ายๆเวลาเรากินไอติม
แล้วมันดันละลายหล่นพื้นในขณะที่ยังเหลืออยู่เกือบครึ่งแท่ง
ประมาณ 1 ทุ่มผมอาบน้ำและรีบลงมารอรับโทรศัพท์ ซักประมาณทุ่ม15 ปอก็โทรมา

เราคุยกันตั้งแต่นั้นจนถึงตี4 ปอก็ขอตัวไปอาบน้ำไปโรงเรียน
พร้อมทิ้งทวนไว้อย่างน่าชื่นใจว่า "เดี๋ยวปอไปรับ" ประมาณตี5
ผมก็ออกจากบ้านด้วยสภาพงัวเงียแบบสุดๆ
พอถึงหน้าปากซอยก็มีเงาของไอ้ตี๋ปอยืนเต๊ะอยู่หน้าเซเว่นหน้าปากซอย

 


ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมมีความสุขมากๆ ตอนเช้าปอจะมารับทุกวัน
ตอนเย็นก็จะมารับผมหน้าโรงเรียน แล้วกลับบ้านด้วยกัน ประมาณ2เดือน
ที่คบกันมาอย่างนี้ เย็นวันหนึ่งเป็นวันที่แสนอากาศดี

เราเดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ปอบบอกว่ามีอะไรจะบอกผม
ผมกับปอเดินเล่นจากที่โรงเรียน
มาสนามหลวง เลยไปถึงสะพานปิ่นเกล้า
ตอนนั้นเริ่มเย็นมากแล้ว ปอชวนเดินไปบนสะพานพระปิ่นเกล้า

ตอนนั้นผมก็คิดไปหลายรูปแบบว่าปอจะบอกอะไรผม
กลัวหลายอย่างว่าปออาจจะบอกว่ามีแฟนแล้ว
หรืออะไรทั้งนั้นที่มันไม่ดี
(ผมมักจะคิดอย่างนี้เสมอเวลาตื่นเต้น หรือกลัว)

เราเงียบกันตลอดการเดินทางไปบนสะพาน พอเดินมาถึงกลางสะพาน ปอจับมือผม หยุดเดิน

และจ้องหน้าผม ผมก็จ้องปอกลับสายตาปอตอนนี้มองยาก
เหมือนตอนที่เจอกับปอครั้งแรกบนรถเมล์

เราจ้องกันอยู่นานมากจนคนที่ขับรถไปมาเริ่มหันมามอง
ปอกำมือผมแน่นมากจนผมคิดว่าปอกำลังจะจับผมโยนลงสะพานไปซะแล้ว

ผมเห็นว่าปอกำลังจะอ้าปากพูดหลายทีแต่ปอก็กลับไปหุบปากเหมือนเดิม
ผมชักจะหงุดหงิดจนเริ่มบีบมือปอบ้าง
ปอร้องโอ้ย แต่ยังบีบมือผมต่อ
ในที่สุดปอก็ปล่อยมือผม แล้วบอกกับผมว่า "กลับเถอะ
เย็นมากแล้วนะ" ผมงงมากๆ
ถ้าผมไม่ได้โง่ผมก็คงคิดว่าสิ่งที่ปอจะพูดไม่น่าจะเป็นแค่ประโยคนี้นี่นา

ปอหันหลังให้ผม ในนาทีนั้นเอง ผมก็ได้ทำสิ่งที่ผมคิดว่ากล้าหาญที่สุด
ผมบอกปอไปว่า
"เราก็คิดแบบเดียวกับปอแหละ"
ปอหันกลับมามองผมด้วยสายตาที่อ่านยากอีกแล้ว
"คิดอะไรล่ะ" ปอทำหน้าซีเรียส
แต่สาบานได้ว่าปอเกือบจะยิ้มออกมา
"ก็ถ้ามันเป็นเรื่องเดียวกันเราก็คิดเหมือนปอน่ะแหละ"
ปอยิ้มที่มุมปาก "
แล้วถ้ามันเป็นเรื่องที่ปอจะบอกว่าปอรักต้นล่ะ
ต้นจะเห็นเป็นเรื่องเดียวกันเหรอเปล่า"
ปอหุบยิ้มอีกครั้ง เกิดความเงียบ
ความเงียบที่ดูนานมาก "เรื่องเดียวกัน"
ผมตอบอย่างเรียบง่าย
แต่มีผลกับปอมากมาย ปอสวมกอดผมทันที เมื่อความดีใจผสมกับความอาย

ที่ปอมากอดผมกลางสะพานพระปิ่นเกล้า ก่อเกิดความรู้สึกแปลกๆ
ที่ผมไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน
ผมทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ปอกอดผม
เกิดคำถามมากมาย ในระยะเวลาที่แสนสั้น
แต่กลับเกิดความสุขที่ยากจะบรรยาย
ผมตอบตัวเองได้แทนคำถามในใจทั้งหมด ว่าแน่นอนที่สุด
ผมรักปอ
คนที่ผมรอมาตลอดสามปี ในที่สุดผมก็พบรัก ขอบคุณครับที่อ่านเรื่องของผม

แต่เรื่องต่อไปมันยังมีอีกเยอะนะครับ ลองติดตามอ่านกันดูนะครับ แซ้งกิ้วๆ


[ตอนที่2]


[Home]