"together always"

เขียนโดย aoddy's lover

ผมขอเขียนเรื่องนี้ เหมือนว่า เป็นจดหมายถึงคนที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่งก็แล้วกัน มันอาจจะเป็นจดหมายที่ยาวมาก และมันก็อาจจะเป็นเหมือนนิยายรักน้ำเน่าที่น่าเบื่อเรื่องหนึ่ง แต่ผมอยากให้คุณอดทนอ่านเรื่องนี้ให้จบ เพราะผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณทุกคน ที่จะช่วยผมทำ เรื่องราวความรักของผม ให้มันจบลงอย่าง Happy Ending ให้ได้
ตอนนี้แฟนผมเพิ่งจะจากไป เพื่อไปเป็นทหาร ส่วนผมก็โหวงเหวง เคว้งคว้าง หวาดหวั่น และทรมาน กลัวกับทุกสิ่งทุกอย่างอยู่คนเดียวตรงนี้ ผมกลัวว่าความห่างไกลจะมาทำร้ายความรักของผม และคนที่ผมรัก ผมกลัวว่า วันเวลาจะทำให้คนพิเศษของผมลืมผมในที่สุด..... ผมกลัวอะไรทุกๆอย่างที่กำลังเกิดขึ้นที่นี่... ผมควรทำอย่างไรดี...... ทุกๆวัน ผมได้แต่นั่งปลุกผีแห่งอดีตขึ้นมาพูดคุย .... ผมจมอยู่กับอารมณ์ ซึม เศร้า เหงาเพราะรัก อย่างทรมานมาก
จริงๆ แล้ว ผมก็ไม่อยากทำตัวให้เศร้า หรือเล่าอะไรให้มันเป็นเรื่องเศร้าหรอกนะ เพราะเรื่องของคู่เกย์ แทบทุกคู่มันก็เศร้าเคล้าน้ำตากันแทบทั้งนั้น ถ้าไม่สมหวัง ก็อาจเป็นการพรากจาก มีมารผจญ และมันมักจะลงเอยเหมือนๆกัน .... ผมไม่เข้าใจว่าทำไมโลกต้องเหวี่ยงพวกเราไปสู่ทางตัน ครั้งแล้วครั้งเล่า แบบนั้นด้วย....

ผมขอเล่าเรื่องของผมให้คุณฟังนะ ถ้าหากคุณมีเรื่องราวชีวิต คล้ายๆ ผม ก็เขียนมาคุยกันบ้างนะ
จริงๆ แล้ว ผมกลัวการรื้อฟื้นความทรงจำ และผมก็กลัวที่จะต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวของผมคนเดียว ผมอยากให้คุณอยู่เป็นเพื่อนผม และช่วยให้ผมเล่าเรื่องราวต่อไปนี้ให้จบด้วยเถอะ บางทีมันอาจจะเป็นการบำบัดผมจากความทุกข์ใจ ในครั้งนี้ได้ และในขณะเดียวกัน ผมก็คาดหวังอยู่ลึกๆ ที่จะปลุกความทรงจำที่อัศจรรย์แห่งชีวิต ความอัศจรรย์ที่จะก่อให้เกิด ผม และ ...คนๆ นั้น .... คนพิเศษที่สุด.. อีกครั้งหนึ่ง .... อย่างน้อยในวันเหงาๆ ผมจะได้ทบทวน คืนและวัน ที่เคยมีค่าเหล่านั้นได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น


ผมชื่อ อ้วน และคนพิเศษ..ที่ผมรัก ชื่ออ็อด เราสองคนได้พบกันเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2545 โดยจากรูปการณ์และสถานที่ มันไม่น่าจะเริ่มต้นในความสัมพันธ์ได้ มันน่าจะเป็นเพียงการผ่านมาพบ และน่าจะจบลงด้วยการเป็นแค่คนรู้จัก หรือคนทางผ่านที่ไม่มีค่าแก่การจดจำ แต่อย่างไรก็ดี ....อ็อดและผม.... เราสองคนได้กลายมาเป็นคนรัก และเป็นความรักในรูปแบบที่ผมตามหา และรอคอยมาตลอดชีวิตเสียด้วยสิ

ในวันนั้นผมเพิ่งจะ 28 และอ็อดก็เพิ่งจะฉลองวันเกิด ครบ 20 ปี ได้ไม่กี่เดือน ...... ความรักมันเกิดขึ้น ในชั่วโมงที่ผมไม่คาดฝัน และมันก็เป็นรักที่ผมหวงแหนมากที่สุด มันยังเป็นอยู่ และจะคงอยู่เสมอไป ถึงแม้อ็อดจะอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ .....
ผมเคยอ่านอะไรจากหนังสือที่เกียวกับความรักเล่มหนึ่ง ที่กล่าวเกี่ยวคนพิเศษได้ซึ้งมาก “คนเราทุกคน ต่างมี คนพิเศษ ที่จะเติมเต็มทุกความปรารถนาในใจของเรา เป็นคนที่ทุกความฝันและจินตนาการอันโลดโผนของคุณเริ่มต้น และจบลง เป็นเหมือนสมการแห่งรัก ที่ผลลัพท์ของมัน ได้เกิดเป็นเรื่องราวความรักที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นความรักที่จะอยู่คู่กันจนผมหงอก หรือตายจาก และจะดำเนินต่อไป เพื่อเป็นเรื่องเล่าแห่งความรักของคนทุกยุคทุกสมัย “
ผมไม่เคยคิดว่าคนพิเศษมากๆคนนั้น จะเป็นอยู่จริง สำหรับผม แต่เมื่อผมได้พบกับอ็อด ตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่การเริ่มต้นของทุกอย่าง ผมรู้และสัมผัสได้อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพราะอ็อดคือ คนพิเศษ คนพิเศษสำหรับผมคนเดียว...... ถ้าหากอ็อดได้อ่าน เรื่องราวนี้ ผมอยากบอกคุณว่า คุณคือพลังลึกลับบางอย่าง ที่ทำให้โลกของผมหมุนอยู่ได้อย่างมีความหมาย คุณคือมหาสมุทรแห่งความรัก คุณ คือคนพิเศษ .... อ็อดครับ ผมรักคุณ......ผมอยากบอกอ็อดว่า ถึงแม้ผมจะเคยมีใครต่อใครในชีวิต ที่ผ่านมา แต่ความจริงก็คือ... คุณคือที่สุด...ที่ผมรัก คุณคือคนแรกที่ให้ความสุขอันเต็มล้นที่สุดในชีวิตของผม เป็นสัมผัสแห่งรักที่ดูดดื่มที่สุด เป็นคนแรกที่ผมรู้สึกอย่างนี้ และคุณจะเป็นคนสุดท้าย ที่ผมจะรัก ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่ดื้อมากๆ เป็นคนที่ไม่เคยพอในเรื่องเพศ แต่คุณก็เป็น ความอัศจรรย์แห่งรักที่ผมรู้สึกอบอุ่นเสมอ และถึงแม้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน เราอาจมีเวลาที่ ดี และไม่ดี แต่ผมก็ยอมรับว่า มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดียิ่งกว่าดี ทุกครั้งที่ ผมได้ร่วมรักกับคุณ มันอบอุ่น และโดยเฉพาะเนิ้อตัวของคุณ ที่คอยตอบรับและยืนยันอย่างที่เราสองคนต่างรู้ดี ว่าเราคือคู่กัน คือซี่โครงชิ้นนั้นที่ มันได้พบร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของมันแล้ว .... อ็อดครับ ผมรักคุณ............

สำหรับคุณๆ ที่ยังอดทนอ่านเรื่องราวของผม กับอ็อดมาเรื่อยๆ ผมต้องขอโทษด้วยนะ ที่เข้าเรื่องช้าไปหน่อย เรื่องราวความรัก มันก็เป็นอย่างนี้แหละ เริ่มต้น ด้วยการสาธยาย ถึงสิ่งที่ ไม่มีใครอยากจะรับรู้ แต่ผมว่า มันสำคัญนะ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผม ได้อุ่นอารมณ์ตัวเองไปพลางๆ เพราะถ้าเข้าเนื้อหาทันที ผมอาจจะต้องนั่งฟูมฟายมากกว่านี้ ก็เป็นได้
เรื่องมันยาว แต่เอาเป็นว่า ผมจะเล่าให้สั้นล่ะกัน

เรื่องมันเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ หลังจากที่ผมได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้สักพักใหญ่ๆ .... ผมมารู้ตัวว่าเริ่มชอบผู้ชายด้วยกันก็ตอนมาอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้ ก็เคยอยู่กินกับผู้หญิงคนหนึ่ง มันก็สุขดีนะ อยู่กินกันฉันท์สามี ภรรยาเลยทีเดียว ทุกอย่างในชีวิตเป็นไปด้วยดี จนผมเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้หญิงที่ผมปนเปรอสุขให้อยู่ในตอนนั้น ได้แอบไปมีชู้ เป็นผู้ชายข้างห้องนั่นเอง ผมอกหักหนักมาก และก็ยอมแพ้ต่อชีวิต และความรัก โดยหนีออกจากเมืองนั้นมา ไม่เกี่ยวข้องกับความรักอยู่หลายปี
สิ่งที่ผมทำเป็นประจำสม่ำเสมอหลังจากนั้น ก็คือ อธิษฐานขอใครสักคนที่เป็นคนพิเศษ และเป็นรักแท้ของผม โดยได้ใช้เวลา 3 ปีเต็มๆ เป็นอยู่ แบบไม่เกี่ยวข้องกับใครอีกเลย ผมบอกตัวเองว่า จะต้องเก็บรักษาทั้งตัวและหัวใจให้สะอาดที่สุด เมื่อวันหนึ่งที่เราเจอคนที่ใช่ เราจะได้อยู่กับคนๆนั้น อย่างมีความสุข ไม่ใช่ ใช้เวลาเพื่อหาใครมาเลียแผล ผมย้ายงาน และย้ายเมืองบ่อยมาก หลายครั้งที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศ และผมก็ยังเก็บรักษาตัวเอง เพื่อใครสักคน

ผมไม่รู้ว่า ผมเข้ามาสู่วงการเกย์ได้ยังไง จู่ๆ มันก็เข้ามาเอง มีคนชวนไปออกกำลังกาย และผมก็เริ่มสังเกตุว่ามีผู้ชายมองผม และผมก็มองผู้ชายเหล่านั้น และในความเปลี่ยวเหงาของวัน มันก็เผลอไผล ปล่อยตัวปล่อยใจ เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธวิถีชีวิตแบบใหม่ที่กำลังเรียนรู้ และลึกในใจผมก็บอกว่า ผมไม่ใช่คนกลุ่มนี้ ผมจะต้องออกจากเส้นทางนี้ ไปสู่โลกปกติ และแต่งงานมีลูกมีเมียในที่สุด แต่เมื่อผมได้เจอ อ็อด มุมมองของชีวิตของผมก็เปลี่ยนไป ผมอยากใช้ชีวิตกับอ็อด และผมก็ยอมรับตัวเองได้ในที่สุด

อย่างไรก็ดี ขอผมเล่าถึงอ็อด และการพบกันของเราสองคนดีกว่า เรื่องมันเกิดขึ้น ในวันหนึ่งเมื่อผมตามเพื่อนไปเที่ยวซาวน่า แห่งหนึ่งที่ เชียงใหม่ จริงๆแล้ว การไปเที่ยวตามสถานที่ ซึ่งเกย์และกระเทยสิงสถิตกัน มักจะเป็นสถานที่ ซึ่งผมค่อนข้างรังเกียจมาก เพราะมันเหมือนตลาดเนื้อสด ที่คุณไปก็เพื่อกิจอันเดียว คือไปสำเร็จความใคร่กับใครสักคน แล้วก็กลับ.... มันไม่มีมิตรภาพ หรือ ความสุขที่เกิดขึ้นได้มากกว่านั้น ทุกคนที่ไป ก็หวังเพียงได้สนุก......
และในวันเบื่อๆ วันนั้น ผมก็ไปในที่ ซึ่งผมไม่อยากจะไปนัก แต่เพราะเพื่อนมาชวน ก็เลยไป คิดเพียงว่า “โอเค ไปก็ไป...ถือว่าได้ปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่” วันนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ทำตัวเหมือนทุกคนนั่นแหละ ผมไปเดินวนๆ อยู่สองสามรอบ แล้วก็มองหาใครสักคน เพื่อเล่นสนุกด้วย แต่ในขณะที่กำลังเดินวนอยู่ที่นั่น ผมก็ได้เจอกับอ็อด เขาเดินผ่านมา แล้วเข้ามาสะกิดผม เหมือนให้สัญญาณว่า ไปสนุกกันในห้องไหม ปกติผมก็ไม่เรื่องมาก ถ้าถูกใจกัน ก็โอเคเลย ไปลองดูกันสักยก อาจมี....ต่อกันยกสอง ยกสาม แล้วแต่ว่าใคร จะทำให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงได้
และในกรณีของอ็อด ... ทันที ที่ผมโดนสะกิด และได้หันไปมอง ผมบอกตัวเองได้ทันทีว่าคนนี้ เซ็กซ์ต้องมันส์มาก แต่ผมก็ไม่ได้วู่วาม เพราะในขณะที่ผมถูกมนต์ขลังแห่งเสน่ห์เย้ายวนของอ็อดอยู่นั้น มันมีเสียงเล็กๆในใจผมที่ส่งเสียงบอกผมว่า มองดูให้ดี มองดูให้ดี และชวนเขาคุยดูสิ..... พอผมได้คุยกับอ็อด และได้เห็นดวงตาที่เพ่งมองมาที่ผม ผมรู้สึกทันที ทันใด ว่า คนๆนี้ แหละ ที่เราตาม หา มาตลอดชีวิต โลกมันหยุดหมุนชั่วขณะ และผมก็ถามตัวเองว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ ทำไมเราไม่พบกันที่อื่น ผมอยากตะโกนออกไปดังๆ ในตอนนั้น อยากถามว่าคุณไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมคุณไม่ไปหาผม ในที่ๆ ผมเคยยืนรอคุณ .....ทำไมคุณไม่ไปหาผม ในวันที่ผมเหงาสุดๆในชีวิต ผมเคยไปตะโกนเรียกหาคุณอยู่ริมทะเลหลายต่อหลายครั้ง ผมเคยมองหาคุณบนรถเมล์ บนเครื่องบิน ทุกหนทุกแห่ง แต่คุณกลับมายืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงนี้ ..... ผมเคยรักษาเนื้อรักษาตัวเพื่อคุณ แต่ตอนนี้ ชีวิตมัน ก็กำลังจะเน่าเฟะอยู่แล้ว .... ทำไมมา ช้าอย่างนี้ ..... (ทุกอย่าง มันเป็น แค่ความคิดในใจ)
มันเหมือนรักแรกพบยังไงยังงั้น.... ผมรีบคว้ามืออ็อด แล้วก็บอกว่า เราไปคุยกันก่อนได้ไหม ตอนนั้น อ็อดมองผมงงๆ เหมือนว่า อะไรวะไอ้นี่ แทนที่จะเข้าห้องไปเล่นเสียวกัน มันกลับชวนไปคุย...... แต่อ็อดก็ยอมไปด้วยดี ซึ่ง ผมและอ็อดต่างแนะนำตัวให้กันได้รู้จัก และตอนนั้นผมก็เอามือของผมประสานเข้ากับมืออ็อด และลองกอด
อ็อดดูแบบแนบชิด ทุกอย่างมันลงตัวมาก เหมือนกับว่าเราเป็นเนื้อเดียวกัน ผมเชื่อว่า ถ้าเราเอามือประสานมือกับใคร ถ้ามันเกี่ยวกัน หรือลงล็อคกันได้ และส่งประกายวาบ ไปถึงใจ ....นั่นล่ะ คู่ของเรา คือเราจะรู้สึกได้เอง และตอนนั้นผมก็รู้สึกได้ทันที มันเหมือนกระดูกซี่โครงที่หายไป ของผมได้กลับคืนมาสู่ร่างของมันแล้ว ผมคลอเคลียกับอ็อดอยู่ข้างนอกตรงระเบียง นานมากๆ วันนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่านั้น ซึ่งตอนนั้น อ็อดก็ออกจะรำคาญ ว่าจะกอดอะไรกันนักหนา แต่พลังลึกลับบางอย่างก็ทำให้อ็อดอยู่นิ่งๆ และผมก็ตื้อขอเบอร์โทรอ็อดจนสำเร็จ ซึ่งหลังจากนั้น ผมก็โทรตามอ็อดแบบกระหน่ำมาก ผมขอเจออ็อดข้างนอก และขอให้อ็อดมาหาให้ได้......มันเหมือนบังคับ และอ็อดก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วย

ผมตกหลุมรักอ็อด และเฝ้าบอกตัวเองว่า คนๆนี้ คือคนที่ใช่ และเราจะปล่อยให้เขาหายไปจากเราไม่ได้นะ วันรุ่งขึ้น ผมก็โทรตามอ็อดอีก ขอร้องให้มาเจอ และบอกอ็อดไปตรงๆ ว่ารักอ็อด และผมรอคอยคุณมานานมากเลยนะ ซึ่งตอนนั้น อ็อดก็คงงงมาก ว่าเพิ่งเจอ แล้วจะรักได้ไงวะ แต่ผมก็ยืนยัน และให้ที่อยู่เพื่ออ็อดจะมาหาได้ โดยปกติแล้ว ผมจะไม่ให้ใครมาหาที่ห้อง หรือให้รู้สถานภาพของตัวเอง แต่กับอ็อดผม บอกตัวเองได้อย่างมั่นใจว่าคนนี้เราต้องยอม และเราจะต้องบอกความจริงทุกอย่าง... ในเมื่อเราคิดจะคบเขานานๆ และเขาคือคนที่ใช่ เราต้องเริ่มต้นให้ถูกต้องที่สุด
ในตอนนั้น อ็อดเพิ่งจะอยู่ชั้นปีสอง เรียนเศรษฐศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และมีคนรักแบบสุขๆดิบๆ (กำลังมีปัญหา) และเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเช่นกัน ส่วนผม ทำงานบริษัท และมีคนถูกใจ แต่ก็ไม่ใช่ความรัก มันเป็นเพียงอะไรที่มาขัดเวลา เพื่อจะนำให้ผมมารับรู้ความรู้สึกแท้จริงของตัวเอง เมื่อเจออ็อดก็เท่า
นั้น

ณ ช่วงเวลานั้น มันเป็นช่วงเวลาที่แปลกประหลาดมาก จู่ๆผมก็พร้อมที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นกับอ็อด และพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้อ็อด ผมทำงานไม่รู้เรื่อง อยากแต่จะโทรหาอ็อด จู่ๆ มันก็กลับมาสู่อารมณ์ที่ว่า เราจะไม่อยู่โดดเดี่ยวเพื่อรอคอยใครแบบบ้าบอคอแตกอีกแล้ว เพราะอ็อดนี่แหละคือคนที่ใช่ มันเป็นความรักที่ผมอธิบายไม่ได้ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง จริงๆแล้ว ผมก็พบและได้รู้จักใครต่อใครมามากมาย แต่เสียงเล็กๆ มันสั่งให้เอาอ็อดมาเป็นของผมให้ได้
อ็อดเป็นคนมีเสน่ห์ น่ารัก ในแบบของอ็อด ผมชอบอ็อด ตรงรูปปากอันน่าจูบ และดวงตาที่มันส่องประกายที่สะกดใจของผม และทุกส่วนในร่างกาย ทั้งหมดที่อ็อดมี มันเป็นพลังที่ดึงดูดมากๆ อ็อดเป็นคนที่ดูดี สมส่วน ได้สูง ได้คล้ำ ได้เข้ม และก็ได้ใจผมไปตั้งแต่แรก ทุกอย่างจึงดีไปหมด ส่วนผม ก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในสเป็คของอ็อดเลยในตอนนั้น อ็อดชอบคนขาวตี๋ แต่ผมไม่ใช่ตี๋ และก็ไม่มีความขาว ที่มีก็คือความเร้าใจ และมีหน้าตาพอออกงานได้ ก็เท่านั้น ............แต่เมื่อผมและอ็อดรวมกัน เราดูเหมือนพี่กับน้อง เหมือนคู่รักที่มีความกลมกลืน และลงตัว ซึ่งผมก็แปลกประหลาดใจ และดีใจ ที่ท้ายที่สุด ผมก็ได้เจอคนที่ใช่ และได้เจอคนพิเศษ ที่เป็นของผมเสียที.....

อ็อดมาหาผม ที่ห้องในคืนถัดมา และดูแปลกใจ ที่เห็นห้องหับของผม ตกแต่ง และเป็นอยู่ดีเกินคาด ตอนแรก
อ็อดคงคิดว่าผมเป็นผู้ชายโลๆ คนหนึ่ง คงไม่คิดว่า ผมจะมี รสนิยม และมีหน้าที่การงานที่ดีทำ แต่เราสองคนก็ไม่ได้ติดใจอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ..... เพราะแรงปรารถนาที่ผมมีต่ออ็อดมันแรงมาก ผมรอคอยที่จะได้จูบคนรักของผม มานานมาก ผมจึงขยับเข้าไปใกล้ๆอ็อด และค่อยๆ พาอ็อดไปที่เตียง แล้วบรรจงจูบ และโลมเลีย เสียจนทั่วร่าง มันเป็นการ make love ที่ค่อนข้าง อบอุ่น และถนุถนอมมาก ผมรุกอ็อดจนอ็อดตั้งตัวไม่ติด ตั้งแต่หัวจนปลายเท้า และผมก็ไซร้ ซอกคออ็อด จนอ็อดร้องครวญครางไม่เป็นเสียง ผมไม่รู้ว่าอ็อดและผม ถอดเสื้อผ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราก็ตกเป็นของกันและกัน และนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดแห่งความรัก และความโหยหา จนครึ่งค่อนคืน เซ็กซ์ของผมกับอ็อด มันเป็นเซ็กซ์ที่เสมอกัน มันเติมเต็มให้เราสองคน ในทุกจินตนาการ และมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ถึงแม้ผมจะติดใจในรสรักจากอ็อดมาก เพราะมันเป็นรสชาดที่ดีกว่าเซ็กซ์ที่ผมเคยได้รับ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ผมอยากอยู่กับอ็อด ผมเชื่อว่า เพราะผมรักอ็อด รักอย่างที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ มันเหมือนเป็นคู่กันแต่ชาติปางไหนๆ ก็อาจเป็นได้ และ รักเพราะอะไร อ็อดถามผมตั้งแต่ครั้งแรก ผมก็บอกว่า.... เพราะมันคือรัก คือคนที่หัวใจบอกให้รัก คือคนที่ผมตามหามาตลอด เป็นรักที่ผมรู้ได้เองว่าอ็อดคือคนๆนั้น ผมอยากดูแลใส่ใจ และอยากอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่าง...... ผมรักอ็อดมาก..... มากจน เป็นความหวงที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้น อ็อดมีใครหลายคนมาก สับรางแทบไม่ถูก ทั้งแฟนเก่า แฟนใหม่ และมีผมเป็นชู้
ผมตื้ออ็อด เช้าเย็น โทรหา ตลอด ขอให้มาหา ขอให้มาคุยกัน ซึ่งตอนนั้น ผมก็ยังไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับอ็อดเลย
ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน เรียนอะไร ชอบอะไร วันเกิดเมื่อไหร่ คือ ไม่มีข้อมูลสักอย่างเดียว ซึ่งผมก็ยอมที่จะอยู่โดยไม่รู้ไม่ได้ ผมสืบหา ผมตามหา แต่ว่า ก็ไม่ได้อะไรคืบหน้า ตอนนั้น อ็อดยังเทียวไปหาแฟนที่เป็นนักศึกษาด้วยกัน และไม่มาหาผมอีก ผมเครียดมากๆ ผมยอมให้อ็อดอยู่กับคนอื่นไม่ได้ สิ่งที่ผมทำได้ ก็เป็นเพียงความสม่ำเสมอ และความตั้งใจจริงที่จะรักและเป็นอยู่กับอ็อดจริงๆ และแล้วข่าวดีก็มาถึงผม เมื่อจู่ๆอ็อดตัดสินใจเลิกกับแฟน และมาขลุกตัวอยู่กับผม ช่วงนั้นอ็อดเศร้ามาก และดูเหมือนยังอยากกลับไปหาแฟน แต่ผมก็ล็อค
อ็อดไว้ในความรู้สึก และบอกให้อ็อดได้รู้ตัว ว่า ผม คือคนรักของอ็อด
ช่วงแรก อ็อดยังไม่เชื่อในรักของผม และยังวิ่งไปหาคนโน้น คนนี้ แบบว่าเดินสาย สนุกกับผู้ชายจนทั่วเชียงใหม่ โดยที่ผมเอง ได้แต่นั่งปวดใจอยู่กับบ้าน มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากๆ ผมได้แต่ต่อว่าฟ้าดิน ว่าทำไมถึงทำอย่างนี้กับผม ในเมื่อผมค้นพบอ็อดว่าเป็นคนรักของผม แล้วทำไมอ็อดไม่รู้สึกอย่างเดียวกับผมบ้างล่ะ ผมต่อว่าฟ้าดินอยู่ได้ไม่นาน วันหนึ่งอ็อดก็วิ่งมาหาผม และบอกว่าจะพาไปที่หอพักของอ็อด ใกล้มหาวิทยาลัย ตอนนั้นผมดีใจมาก ที่จะได้รับรู้ชีวิต และข้อมูลบางส่วนของอ็อด ทุกเย็นหลังเลิกงาน อ็อดมารับ และตอนเช้าก็ไปส่งที่ทำงาน (ตอนนั้นผมยังไม่มีรถของตัวเอง) ซึ่งอ็อดก็อดทนมากในความสัมพันธ์ ที่ต้องเทียวรับเทียวส่งอยู่ฝ่ายเดียว แต่ผมและอ็อด ก็สนุกด้วยกัน เราตากฝนเปียกปอนด้วยกันทุกเช้า ทุกเย็น ตลอดหน้าฝนนั้น

ผมดีใจมากที่สุด ก็คือการที่อ็อดได้บอกให้ผมรับรู้ว่า พ่อแม่อ็อดคือใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน และเริ่มให้ผมรับรู้มากยิ่งขึ้นว่ามีปัญหาอะไรบ้างในครอบครัว ช่วงที่เราเริ่มคบกัน พ่อกับแม่มักจะมีปัญหากันเสมอ ทุกคืนพ่อจะโมโหร้าย และทิ้งแม่ไว้กับปัญหา และความทุกข์ใจในหลายเรื่องของชีวิต ผมจะเห็นภาพของอ็อดพร้อมกลับไปหาแม่เสมอ ทุกครั้งที่น้อง หรือแม่โทรมาบอกว่า ...แม่ทะเลาะกับพ่อ และกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าอ็อดจะทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนก็ตามแต่ อ็อดจะต้องรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน และเป็นเดือดเป็นร้อนแทนแม่เสมอ แรกๆ ผมมักจะบอกให้อ็อดอยู่เฉยๆ ไม่ต้องวิ่งไปเป็นฮีโร่ช่วยเหลือแม่ทุกครั้ง บอกว่าปัญหาของผู้ใหญ่ก็ให้ผู้ใหญ่เขาแก้ไขเองสิ ผมพูดไปอย่างนั้น เหมือนเห็นแก่ตัว แต่เหตุผลของผมตอนนั้นก็คือว่า ผมไม่อยากให้อ็อดไปทะเลาะกับพ่อแทนแม่ เพราะอ็อดกับพ่อจะเป็นอะไรที่ไม่กินเส้นกันเสมอ สามารถตีกันได้ง่ายๆ จนหลายๆครั้ง ก็ดูเหมือนว่าอ็อดจะไม่มีความเคารพให้พ่อเอาเสียเลย

แต่ชีวิตครอบครัวของอ็อดก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อเริ่มใส่ใจลูกและครอบครัว และทุกวันอาทิตย์อ็อดจะให้ความสำคัญกับการไปทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านเสมอ ผมดีใจมากที่เห็นภาพนั้น และผมก็รักในตัวอ็อดมากขึ้น ที่มีแฟนเป็นคนที่รักแม่ รักน้อง และเริ่มญาติดีกับพ่อได้ อ็อดจะพูดอยู่เสมอว่าจะเป็นคนที่จะต้องส่งน้องเรียน และถ้าได้รับเงินเดือน เดือนแรก อ็อดจะซื้อสร้อยคอให้แม่ก่อนสิ่งอื่นใด ภาพน่ารักๆของอ็อดกับครอบครัวจะมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ
แต่ในส่วนของครอบครัวของผม มันยังเป็นอะไรที่กระอักกระอ่วนใจ เพราะผมยังไม่ได้คุยกับใครที่บ้านเรื่องที่ผมหันมารักกับผู้ชาย แต่อ็อดก็เป็นคนรักคนแรกที่ผมได้พาไปพบกับแม่ ถึงตอนนั้นจะไม่ได้แนะนำว่าอ็อดเป็นใครแต่ผมก็ดีใจอยู่ลึกๆนะ ว่าแม่ได้เห็นหน้าแฟนผมแล้ว แม่ยังพูดเลยว่าไปหาเพื่อนมาจากไหน หน้าตา เหมือนกันมาก... ผมอยากบอกแม่จังเลยว่า คนเป็นแฟนกัน มันก็ต้องเหมือนกันสิแม่ แต่ผมก็พูดไม่ได้ เพราะถ้าขืนบอก แม่.... แม่จะต้องช็อคหัวใจวายแน่นอน แต่ผมก็คิดอยู่เสมอ...ถ้าหากถึงวันหนึ่งที่พร้อม... ผมจะต้องบอกให้แม่ได้รู้...ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม และแม่จะเป็นคนๆแรกที่ผมจะสารภาพว่าผมเป็นเกยืและตอนนี้รักกับผู้ชายที่แม่เคยชมว่าหน้าตาเหมือนกัน.... แลวันนั้นผมก็คงจะพาอ็อดกลับบ้านได้อย่างสง่าผ่าเผยมากยิ่งขึ้น


มีความประทับใจเกี่ยวกับอ็อด อีกเหตุการณ์หนึ่งที่มักจะทำให้ผมยิ้มได้เสมอ ก็คือการที่อ็อดได้กุมมือผมอยู่หน้าสนามฟุตบอลโรงเรียนแห่งหนึ่ง (ปกติอ็อดจะไม่ยอมทำอะไรเปิดเผยในที่สาธารณะ) ในวันหนึ่ง ขณะที่เราไปนั่งรอรับแม่ของผม เพราะแม่ได้ไปร่วมประชุมที่โรงเรียนแห่งนั้น เรารู้ว่าต้องรอแม่นานกว่าจะออกมาจากห้องประชุม จึงพากันไปซื้ออาหารจากตลาด แล้วไปนั่งปิคนิคด้วยกัน ระหว่างดินเนอร์เอาท์ดอร์ตรงนั้น เราได้มีเวลาคุยกันถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ ผมได้เล่าเรื่องราวแห่งชีวิตในวัยเด็กของผมให้อ็อดฟัง ได้พูดถึงพ่อและแม่ รวมถึงบาดแผลแห่งวัยเด็ก กับการที่ต้องเติบโตมาคนเดียว เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ จู่ๆอ็อดก็เขยิบมาใกล้ๆ แล้วกุมมือผมไว้แน่นมาก บอกว่าอ็อดจะไม่ทิ้งผมให้โดดเดี่ยวอีก มันซึ้งมาก มันคือความอบอุ่น และคำพูดที่เติมใจของผมให้ชื้นขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน....
เราเข้ากันได้ดี เพราะต่างชอบพูดคุย และแบ่งปันชีวิตให้กัน ไม่ว่าแต่ละคนจะมีภาระอะไรตลอดวัน แต่ตกเย็นปุ๊ป เราก็จะรีบวิ่งไปหากัน เพื่อใช้เวลาคุณภาพด้วยกันทุกเย็น และกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ ก็คือการเช่าหนังไปนอนดูด้วยกันที่ห้อง อ็อดจะชอบดูพวกแนวแฟนตาซี บู๊ ล้างผลาญ ในขณะที่ผมจะชอบอะไร ที่ค่อนข้างโรแมนติก และตลก เบาสมอง แต่เราสองคนก็ปรับรสนิยม ให้เข้ากันได้ โดยสลับกันดูคนละเรื่อง และต้องยอมทนดูหนังที่อีกคนเลือกมาด้วย ทุกเสาร์อาทิตย์ ผมก็มักจะขลุกตัวอยู่กับอ็อด บางทีก็มีเกเรงาน ลาต่อระหว่างสัปดาห์เพื่อจะอยู่ด้วยกันเป็นว่าเล่น เราทั้งสองคน ชอบขับรถเครื่อง รอบๆเมือง ขึ้นเขา ลุยถนนนอกเมือง ไปสัมผัสธรรมชาติ ป่าเขา กันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
ตอนกลางคืนเราจะนอนคุยกัน อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน พูดถึงความฝัน แบ่งปันเกี่ยวกับชีวิต และเล่าถึงอดีตของแต่ละคน มีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมแอบหึงอ็อด เมื่อได้ยินถึงเรื่องวันวานที่อ็อดมีแฟนคนโน้น คนนี้ มันเจ็บปวด ที่ผมไม่ได้อ็อดมาเป็นแฟนตั้งแต่แรก มันก็เป็นอารมณ์และความรู้สึกที่แปลกประหลาดเหมือนกัน แต่ผมก็เรียนรู้นะว่า เมื่อเรารักใครสักคน เราต้องยอมรับเขาคนนั้นให้ได้ทุกดรื่อง ทั้งส่วนที่ดี และไม่ดี และในที่สุดผมก็ยอมรับอ็อดได้ทุกอย่าง ถึงแม้ช่วงนั้นอ็อดจะบอกให้ผมหยุดรักอ็อด และอ้างว่าเพราะอ็อดไม่ใช่คนดี แต่ผม ก็ไม่ยอมเลิก และก็ยืนยันเจตนาเดิมที่จะอยู่เคียงคู่อ็อด .... ผมทำอย่างนั้นด้วยความจริงใจ และก็จริงจังมาเท่าทุกวันนี้
บางอาทิตย์อ็อดก็จะมากิน มานอนที่ห้องผม ดูเคเบิ้ลทีวีด้วยกัน ต้มมาม่ากินกัน มันก็เป็นความสุขที่สุดยอดแล้ว เบื่อๆ ก็ควงกันไปเดินห้าง มันก็เป็นวันหวานที่เราเคยมีด้วยกัน ชีวิตมันดำเนินไปอย่างนั้น เหมือนว่านานมาก..

และผมก็สม่ำเสมอในความรู้สึกที่มี ต่ออ็อด จะโทรหา จะห่วงใย และตอนนั้น ผมก็บรรจุอ็อดไว้ในความฝันและแผนการณ์ชีวิตของตัวเองมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ผมก็จะรีบกลับมาบ้าน กลับมาเชียงใหม่ เพื่อจะได้อยู่ใกล้อ็อดตลอดเวลา
ในที่สุดผม ก็ได้ใจของอ็อด และอ็อดก็ตกลงเป็นแฟนกับผม มันไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่คนสองคนตกลงเป็นแฟนกันอีกแล้ว ผมรักอ็อดมากขึ้นทุกวัน และเริ่มให้เวลาทั้งหมดกับอ็อด หยุดงานเพื่อจะได้ใช้เวลาด้วยกันมากยิ่งขึ้น ผมร่วมรักกับอ็อดได้วันละหลายๆ เวลา ... ทั้ง เช้า ทั้ง บ่าย และเย็น .... ดูเหมือนว่าเราจะมีกันและกัน มากขึ้นทุกวันทุกวัน จนในที่สุด ผมก็ย้ายมาหาคอนโดใหม่ เพื่ออยู่ร่วมกันกับอ็อด มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ เราย้ายมาอยู่ด้วยกันใกล้ๆ บ้านของอ็อด ช่วยกัน จัดห้อง เลี้ยงแมวด้วยกันหนึ่งตัว และอ็อดก็ซื้อรถมือสอง มาใช้... ซึ่งประโยชน์ส่วนใหญ่ก็คือ การที่อ็อดคอยรับคอยส่งผม และส่งตัวเองไปเรียนหนังสือ ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน หรือทำอะไร อ็อดจะไปรับส่งอยู่ตลอด ถึงแม้อ็อดจะต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนกับว่าเป็นแค่พนักงานขับรถ เพราะผมเปิดเผยอ็อดกับเพื่อนๆ ของผมไม่ได้ เนื่องจากสถานภาพ และหน้าที่การงานของผม
ซึ่งจริงๆมันก็ไม่แฟร์เอาเสียเลย เพราะในส่วนของอ็อด อ็อดไม่อายที่จะแนะนำผม กับเพื่อนๆของอ็อด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัย หรือ เพื่อนในกลุ่มสังคมของอ็อด ผมภูมิใจมากที่ได้อ็อดเป็นแฟน เพราะอ็อดมีความเข้าใจ และมีความอดทนกับผมเยอะมาก บางทีผมเครียดเรื่องงาน หรือเรื่องเพื่อน ผมก็มักจะมาระบายกับอ็อด แต่อ็อดก็รับฟังอย่างใส่ใจ และทุกข์ร้อนแทนผมแทบทุกครั้ง บางทีเราคุยกันแบบไม่หลับไม่นอนก็มี คุยกันจนสว่างคาตา .... ช่วงนั้นเราจะใช้ฉากของห้องนอน ค่อนข้างเยอะในละครชีวิตของเราสองคน ไม่ต้องไปไหนก็ได้ ถ้าหากได้กลับห้องของเรา เราก็มีความสุขแล้ว.....
และในเรื่องที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องเซ็กซ์ ดูเหมือนว่าเซ็กซ์ของเราก็พัฒนาดีขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนว่าสิ่งแรกที่ทำทันทีเมื่อกลับถึงห้องก็คือกระโดดขึ้นเตียง ผมชอบที่จะปลุกเร้าอารมณ์ของอ็อดให้กระเจิดกระเจิง จน
อ็อดต้องร้องขอให้ร่วมรักเร็วๆ มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ ช่วงแรกผมจะไม่กล้าเสี่ยงที่จะร่วมรักกับอ็อดโดยปราศจาคCondom แต่ด้วยความรัก และเชื่อใจ ทั้งจากการที่ได้ตรวจสุขภาพมา ผมก็เริ่มที่จะสัมผัสอ็อดแบบแนบเนื้อมากยิ่งขึ้น มันให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิด และรู้สึกพิเศษมากกว่าที่เคย อ็อดทำให้ผมมีความสุขและเต็มอิ่มอยู่เสมอในเรื่องนี้

แต่เซ็กซ์ของเราเริ่มมาจืดอยู่ช่วงหนึ่ง ในระหว่างที่ผมเริ่มรับจ็อบมากขึ้น และอ็อดก็เหนื่อย กับแต่ละวันที่ต้องวิ่งรอก ช่วยทำธุรกิจของครอบครัว และรับส่งผม และอีกอย่าง มันมีเหตุให้ผมต้องเดินทางต่างจังหวัดเพราะงานมากขึ้นกว่าเดิม นั่นเลยทำให้อ็อดมีช่องทางและมีเวลาไปนอกใจผมมากขึ้น เป็นเงาตามตัว เราเริ่มมีปากเสียง และความคิดเห็นไม่ตรงกันในหลายๆเรื่อง เริ่มมีทะเลาะเบาะแว้ง และผมก็เริ่มใช้กำลังกับอ็อด .... อ็อดเริ่มเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ประชดชีวิต ไปต่างๆ นาๆ แต่ผมก็อดทนมากในช่วงเวลาดังกล่าว ... ผมเสียใจมากที่ เราเริ่มบาดหมางใจกันบ่อยครั้ง และก็สงสัยว่า ถ้าเราเป็นคู่รักกัน ทำไมเราต้องมามีเรื่องมีราวแบบนี้ ปัญหาอีกอย่างในความสัมพันธ์ก็คือการที่ผมเริ่มขาดความเชื่อถือ และขาดความไว้วางใจในตัวอ็อด เคยจับได้ไล่ทันก็มี และที่ไม่รู้ว่าไปเรี่ยราดที่ไหน ก็มากครั้ง
แต่เราก็ยังอยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ และความรักของผมที่มีต่ออ็อด ก็ไม่ได้ลดลง มันจริงจัง และอยากใช้เวลาทั้งหมดในชีวิต เพื่อเป็นอยู่ และสร้างอนาคตด้วยกันมากยิ่งขึ้น อ็อดเป็นคนที่ชอบเพ้อฝัน ถึงการมีบ้านหลังเล็กๆ และมีเวลาเพื่อจะได้เดินทางท่องโลก และผมก็รับรู้ ถึงความฝันนั้น และก็มุ่งมั่นทุกวันที่จะสร้างทุกอย่างให้เป็นจริงสำหรับเราสองคน
นอกเหนือจากนั้น อ็อดเป็นคนที่ชอบขับรถเล่น และออกไปเที่ยวชื่นชมธรรมชาติ เพื่อปล่อยจิตปล่อยใจ ให้มัน ว่าง และสบาย เราได้ใช้เวลาแบบนั้นด้วยกันค่อนข้างเยอะ และผมก็ชอบที่จะแอบมองแฟนของผมเวลาที่เขายืนอยู่ตรงจุดชมวิวแล้วทอดสายตาออกไปจนสุดขอบฟ้า ผมมักจะมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจของอ็อด และก็เป็นความในใจที่น่าหวาดกลัวมาก ผมรับรู้ได้เสมอเวลาที่อ็อดทำอย่างนั้น รับรู้ว่าอ็อดฝันอยากพาชีวิตของอ็อดไปให้ไกล ให้หลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ และอยากมีใครสักคนที่จะพาอ็อดไปให้สุดฝัน แต่ผมก็ไม่สามารถบอกอะไรอ็อดได้ในตอนนั้น เพราะแม้แต่ความฝันง่ายๆที่อ็อดขอให้ผมพาอ็อดไปเที่ยวทะเล ผมก็ยังทำไม่ได้เลย ผมมัวยุ่งอยู่แต่กับงาน และเหมือนไม่ได้ใส่ใจในฝันนั้น ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ผมก็ยังจำมันได้เสมอ ผมไปเที่ยวบาหลี ไปภูเก็ต ไปไหน ต่อไหนได้ ในตอนที่ไม่มีแฟน แต่พอมีใครอยู่ใกล้ๆ แล้วเขาอยากไปไหนกับผม แต่ในช่วงนั้นผมกลับทำมันไม่ได้

มีหลายครั้งเวลาที่ผมออกไปข้างนอกกับอ็อด อาจไปเดินซื้อของ ไปดูหนัง ไปเที่ยวสวนสาธารณะ ขึ้นไปอยู่บนภูเขา หรือสนามกีฬา ผมมักจะทำตัวเหมือนห่างเหินกับอ็อด เพราะสถานภาพทางสังคมของตัวเองด้วยแหละ เราต่างเป็นผู้ชาย จะอี๋อ๋อกันในที่สาธารณะ มันก็ดูน่าเกลียด ซึ่งการที่เราไม่สามารถแสดงความใกล้ชิดกันในที่ต่างๆเหล่านั้น มันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเราไม่เป็นธรรมชาติและเหมือนมีอะไรมาแยกให้ห่างกันบ้างในความรู้สึก จนบางทีผมก็เกลียดชีวิตแบบนี้นะ ทำไมคนไทยไม่เปิดใจมากขึ้น ที่จะเห็นผู้ชายกับผู้ชายแสดงความรักต่อกัน

บางทีการที่เป็นแบบนั้นมันก็ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด ได้ง่ายๆกับชีวิต เวลากลับถึงห้อง ก็จะมีงอนกัน โมโหกันได้ง่าย หรือเวลาขับรถอยู่บนถนน มันก็มีทะเลาะกันกับสิ่งที่ไม่เป็นเรื่อง ต่างคนต่างอยากให้แต่ละฝ่ายเอาใจตัวเอง ผมก็อยากแต่จะคลอเคลียกับอ็อดแบบไม่ดูกาละเทศะ หลายครั้งอ็อดก็เอ็ดเอา ผมคิดว่าเรื่องโกรธกัน งอนกัน มันก็คงมีกันแทบทุกๆคู่ แต่ในคู่ของผมมันก็มีช่วงหนักเหมือนกัน ผมเคยชกอ็อดหนักๆ หลายครั้ง จนอ็อดบอกว่าจะไม่ทนแล้วนะ ผมสำนึกบาปเสมอเมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะในช่วงหลังๆ อ็อดหาอะไรมากวนโอ้ยได้เรื่อยๆ ไม่กลับบ้านตรงเวลา ทำเป็นปิดมือถือ แล้วก็หายไปเป็นช่วงๆ ผมเริ่มมีอารมณ์หึงหวง หนักมากขึ้น จนควบคุมตัวเองไม่อยู่ อ็อดกลับมาทีไร ก็ต้องเจ็บตัวฟรีเสมอ.....

มันเหมือนว่าเรื่องของเราจะจบลงเช่นความสัมพันธ์ของคู่เกย์หลายต่อหลายคู่ แต่ทุกครั้งที่เราวิ่งหนีจากกัน เรากลับยิ่งรีบวิ่งกลับมาหากันเร็วกว่าเดิม ผมเคยไช้ นิสัยหยาบๆ ขับไล่ไสส่ง อ็อดจนนับครั้งไม่ถ้วน และอ็อดก็เคย วิ่งหนีหายไปหลายครั้ง หากแต่ความรักของเรา ก็คอยดึงให้เรากลับมาอยู่ด้วยกันเสมอ เรายังมีรักหวานๆ มีอะไรสื่อรักถึงกัน อยู่เรื่อยๆ ดูแลกันเรื่องเสื้อผ้า หาอาหาร ทำงานบ้าน มันล้วนเป็นภาพที่งดงาม และวันหนึ่ง
อ็อดก็ชวนให้ผมซื้อแหวนแลกกัน ทุกวันนี้ผมยังสวมแหวนเงินวงนั้น เพื่อพิสูจน์ให้อ็อดได้รับรู้ว่าผมยอมให้อ็อดเป็นเจ้าของผมตลอดไป แต่ข่าวร้ายก็คือว่า....อ็อดได้ทำแหวนของเรา ซึ่งเป็นวงของอ็อด...หายไป มันดูเหมือนจะเป็นลางไม่ดีเอาเสียเลย แต่ผมก็ไม่ใส่ใจ เพราะผมรู้ว่าพลังแห่งความรักที่ผมมี น่าจะผูกใจอ็อดเอาไว้ได้
และด้วยอำนาจแห่งจักรวาล หรือดวงดาวแห่งความรักสักดวงบนท้องฟ้า มันเหมือนจะคอยมาช่วยทำให้ทุกอย่างคลี่คลายได้เสมอ .....สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความบาดหมาง หรือปัญหาต่างๆ ดูเหมือนว่า มันได้เกิดขึ้นเพื่อผลอันดี ในชีวิตของผม และอ็อด .... มันสอนให้เราอดทน และปรับตัวเข้าหากัน ผมและอ็อดคุยกันมากยิ่งขึ้น เราแบ่งปัน เราเป็นกำลังใจ ทุกคืน เราจะนอนกอดกัน และพูดถึงวันที่ผ่านมาอย่างอบอุ่น มันดำเนินมาเรื่อยๆ อย่างนั้น จนกระทั่งเมษายนที่ผ่านมา
อ็อดทำเรื่องผ่อนผันการเกณฑ์ทหารไม่ทัน และอ็อดจับสลากได้ไปเป็นทหารพลัด 2 คือเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมกับอ็อด มีเวลาด้วยกันในช้วงสุดท้าย ตั้งแต่เมษายน จนถึงตุลาคม ช่วงนั้น ชีวิตก็มีทั้งสุข และทุกข์ มีรัก มีเกือบเลิก มีทะเลาะ แต่ความรัก และการดูแลกันและกันก็ยังเกิดอยู่อย่างงดงาม เราใช้เวลาด้วยกันอย่างประวิงประวอนเวลาอย่างมาก ผมเริ่มหวาดหวั่น กับการจากกัน และอ็อดก็เริ่มเครียดกับชีวิต เพราะเรียนก็เหลือแค่อีกเทอมเดียว แต่ต้องไปดร็อปไว้ และเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน ก็จะจบออกไป ก่อนวันที่อ็อดจะได้กลับมา
ช่วงตุลาคม ทั้งผม และอ็อด เราต่างคนต่างเครียดกันได้ง่ายๆ คนละหลายๆ เหตุผล ผมมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความกลัว และก็กังวลใจ ว่า 2 ปีที่อ็อดต้องไปเป็นทหารอยู่ที่พิษณุโลก เขาอาจจะเปลี่ยนไป และอาจจะเปลี่ยนใจจากผม ผมกลัวว่าเขาจะจำความรัก ซึ่งเกิดขึ้นในตลอดช่วงเวลา 1 ปี 3 เดือน เมื่อเราเคยเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้ ส่วนอ็อดก็เริ่มกังวลกับวิถีชีวิตและระคนตื่นเต้นที่จะได้ไปอยู่ท่ามกลางผู้ชายมากมาย ผมได้พาอ็อดไปเที่ยวทะเลที่เสม็ดด้วยกัน ได้เดินทาง เมื่อ 3 วัน ก่อนที่อ็อดต้องเดินทางไปเป็นทหาร เป็นช่วงเวลาสั้นๆ มันเหมือนจะสนุก แต่ก็ไม่สนุก เพราะเรารู้ว่า เรากำลังจะจากกัน ผมเที่ยวอยู่ที่นั่นอย่างล่องลอย และดูเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ
อ็อด และอ็อดก็สุขปนทุกข์ กับชีวิต พอเรากลับมาที่เชียงใหม่ เวลามันก็ผ่านไปรวดเร็วมาก ผมถามอ็อดทุกคืนว่าอ็อดรักผมไหม อ็อดก็บอกว่ารัก แต่พอถามว่าจะให้ผมทำยังไง อ็อดก็ไม่พูด ผมอยากให้อ็อดสั่งผม ว่าให้รออ็อด ... อย่าไปดื้อ หรือ อะไรก็ได้ และผม ก็พร้อมจะทำตามทุกอย่าง แต่อ็อดก็ไม่พูด ไม่สั่งอะไรผมเลย
มันเหมือนอะไรๆ ก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น มันเหมือนการจากไปของอ็อด จะเป็นการจากไป ที่ผมต้องเจ็บปวด วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผมได้ไปส่งอ็อด เพื่อเดินทางเข้าค่าย เราทั้งคู่ต่างใจหาย ผมระล่ำระลัก บอกรักอ็อด จนนับครั้งไม่ถ้วน แต่อ็อดในวันนั้น ได้จากไปอย่างเงียบๆ อ็อดพูดอะไรไม่ออก และผมก็เดาใจไม่ออกด้วยสิ ว่าอ็อดรู้สึกอย่างไรกับผม ........ หนึ่งวันก่อนหน้านั้น อ็อดได้พาน้องสาว มาขนของที่เป็นสมบัติทุกอย่างของอ็อดออกจากห้องผม ผมเจ็บปวดกับภาพนั้นมาก จริงๆ แล้ว ผมอยากให้อ็อดทิ้งของทุกอย่างไว้ที่ห้อง มันยังจะรู้สึกได้ว่าอ็อดจะกลับมา แต่นี่ เล่นขนของไปบ้าน และบอกว่า กลับมาแล้วจะไปอยู่ที่บ้าน ได้ยินอย่างนั้น ก็หวั่นไหวมาก ทำไมอ็อดไม่มั่นใจในผมล่ะ ...... ทุกอย่างที่เกิดชึ้นตอนนั้น มันเศร้าจริงๆ

ผมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันคือช่วงเวลาที่จะท้าพิสูจน์ผมกับอ็อด แต่มันก็เต็มไปด้วยความกังวลนะ ผมไม่รู้ว่าเวลา และประสบการณ์แปลกใหม่ มันจะทำอะไรกับอ็อดบ้าง
นับถึงวันนี้ อ็อดก็เพิ่งจากไปได้ไม่นาน เป็นการจากไปเพื่อเปลี่ยนสภาพตัวอ็อดเอง จากการเป็นพลเรือน สู่การเป็นพลทหาร’........... เวลามันผ่านไปเชื่องช้ามากสำหรับผม ทุกๆวัน ผมนั่งร้องไห้คิดถึงอ็อด อยู่กับลูกแมวที่ผมกับอ็อดเลี้ยงมันมาด้วยกัน ......
ผมไม่รู้ว่าความรักของผมกับอ็อดจะลงเอยอย่างไร มันหวั่นไหวมากๆ ทั้งที่ จริงๆ แล้วผม ควรมีความมั่นใจ ว่าถ้าหากอ็อดเป็นคนๆ นั้น ที่ผมรู้สึกว่าใช่ และตามหามาตลอดชีวิต จนได้มาเจอ อ็อดก็จะกลับมาหาผมเสมอ....

 


ผมเชื่อมั่นในรักของผม ที่มีต่ออ็อด เพียงแต่ว่าตอนนี้ ผมไม่มั่นใจ ว่าอ็อดจะรู้สึกมั่นคงแค่ไหนกับผม ผมอยากรู้ว่าเขาจะยังมีกระจิตกระใจ นึกถึงผมบ้างหรือเปล่า ..... ตั้งแต่อ็อดจากไปในวันที่ 1 พย. อ็อดไม่ได้โทรมาหาผมเลย ทราบว่าทางค่ายเขาจะไม่ยอมให้ทหารติดต่อทางบ้าน ในช่วงเดือน 2 เดือน แรก .... สำหรับผม นั่นมัน ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน
ผมเขียนมายืดยาว และอาจไม่ได้ให้ข้อมูล หรือเรื่องราวอะไร ที่ทำให้คุณเพลิดเพลินกับมันมากนัก แต่สิ่งที่ผมอยากได้รับการช่วยเหลือจากทุกๆคน ก็คือ กำลังใจ ผมเหงามากในตอนนี้ ผมรู้สึกว่า ผมคงเป็นอยู่โดยไม่มี
อ็อดในชีวิตไม่ได้ ... และผมก็ขาดความมั่นใจในแฟนของผม เพราะก่อนจากกัน เขาไม่ได้ให้ความมั่นใจกับผมมากนัก
ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม ว่าผมควรจะทำอย่างไร กับช่วงเวลา 2 ปี นับจากนี้ ผมกับอ็อดควรจะทำอย่างไร ที่จะรักษาความรักให้อยู่รอดปลอดภัย เมื่อเราอยู่ห่างไกลจากกัน ผมควรจะทำอย่าง ไร ที่จะส่งความรักไปถึงอ็อด
เพราะมันยากมาก ที่จะส่งสารรักไปถึงทหาร มีใครที่เคยมีประสบการณ์แฟนติดทหารบ้างไหม ช่วยเล่า เรื่องของคุณ และสิ่งที่เกิดขึ้น กับคู่ของคุณให้ผมฟังได้ไหมครับ......
ผมรักอ็อดมาก และผมก็อยากให้เรื่องราวความรักของผมกับอ็อดจบลง อย่าง Happy ending ... ขอคำแนะนำให้ผมได้ไหม ว่าผมควรจะทำอย่างไร ที่จะยังผูกใจอ็อดไว้กับผมได้บ้าง
ทุกๆวัน ผมได้แต่นั่งเขียนบันทึกถึงอ็อด และเฝ้าดูเวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้ามาก ผมล่องลอย และทำงานทำ
การไม่ได้เลยในช่วงนี้ มันหวง มันห่วง มันเฝ้าแต่กังวลถึงแฟนคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด.......
เพราะผมรู้ว่าผมต้องการที่จะมีชีวิตเป็นอยู่กับอ็อด.... เพราะผมรู้ว่าผมพร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อความรักของเรา แต่คำว่า 2 ปี มันช่างทำให้รู้สึกใจหายจังเลยนะ มันมีวิธีการอะไรบ้างไหมที่ อ็อดจะได้เป็นทหารสั้นลง หรือได้ย้ายมาอยู่เชียงใหม่หลังฝึกเสร็จ ขอช่วยเขียนมาคุย และแนะนำผมด้วยนะว่าผมควรทำอย่างไร
สำหรับผม ผมก็ยังจะให้อ็อดพิเศษอยู่ในใจเสมอ แต่การเป็นอยู่วันต่อวัน...ช่วยบอกผมด้วยว่าควรทำอย่างไร
ผมขอบคุณที่คุณอดทนอ่านเรื่องราวของผมตั้งแต่ต้นจนจบ

และถ้าหากคุณยังไม่รู้ว่าผมรักอ็อดเพราะอะไร ผมขอบอกคุณอีกครั้งตอนนี้ว่า
ผมรักอ็อด....เพราะสายตาของเราสองคนสื่อให้รู้ว่าเรามีความผูกพันที่พิเศษมาก และด้วยมือที่ประสานกันครั้งใด มันอบอุ่นใจเหมือนว่าเราจะเคยคบและเคยพบ เหมือนเป็นคู่กันมา แต่ชาติปางก่อนก็ได้
ผมรักอ็อด เพราะในหัวใจ มันบอกให้ผมอยู่ เพื่อดูแล ให้ความรัก ให้การปกป้อง คอยช่วยเหลือทั้งยามเจ็บไข้ ไม่สบาย สุข หรือทุกข์ และต้องคอยถนุถนอมหัวใจ อย่าให้บอบช้ำ อย่าให้ใครที่ไม่เห็นคุณค่า มาเอาใจอ็อดไปย่ำยี
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดคือหัวใจของผม
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดคือคนที่อบอุ่น
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดคือคนที่ผมห่วงใย
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดมีคุณค่าที่ผมสามารถมองเห็น
ผมรักอ็อด เพราะความเหมือนและความแตกต่าง
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดสามารถเติมใจผมให้เต็ม
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดเป็นคนรักครอบครัว
ผมรักอ็อด เพราะอ็อดใส่ใจผม
ผมรักอ็อด เพราะอีกเหตุผลร้อยล้านอย่าง ที่ผมสามารถสร้างขึ้นมาได้
แต่ทั้งหมด ที่มันเกิดขึ้น .... มันไม่ใช่ความบังเอิญ
มันเกิดขึ้นด้วยเหตุผล
และมันก็จะเติบโตขึ้น เพื่อผมจะรักและดูแลอ็อด ไปจนตลอดชีวิต..............
และถ้าหากวันไหน อ็อดได้กลับมา และได้อ่านเรื่องราวนี้ ผมขอให้คุณรับรู้ด้วยนะ ว่าผมรักคุณมาก และผมมีสิ่งที่อยากจะบอกคุณ ดังนี้
1. ผมขอโทษสำหรับวันที่ผ่านมา หากผมบกพร่องในการทำหน้าที่แฟน และไม่อ่อนโยนต่อคุณเท่าที่ควรจะเป็น
2. ผมเสียใจ ที่ไม่ได้ดูแล Take care คุณ ให้สมกับเป็นคนที่ผมรักที่สุด
3. ผมเสียใจที่ให้อิสรภาพกับคุณน้อยไปหน่อย
4. จากนี้ ต่อไป .... ผมจะเป็นแฟนคนใหม่ ที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น
5. ผมจะดูแลใส่ใจ และจะไม่ทำร้ายคุณ ให้เจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นด้วยกาย วาจา หรือ ใจ
6. ผมสัญญาว่าจะมีเหตุผล และอ่อนโยนมากกว่าเดิม
7. ผมจะเป็นฝ่ายไปรับ ไปส่ง และจะเป็นผู้ชายที่คอยบริการคุณมากขึ้น
8. ผมจะรักคุณให้มาก ด้วยความเข้าใจ และการให้อภัยเสมอ
9. ผมจะตามใจคุณในสิ่งที่คุณอยากได้ อยากทำ อยากเป็น และอยากไป
10. ผมจะรักคุณด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด
อ็อดครับ หากคุณได้รับรู้ทุกข้อความ ในจดหมายรักฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็น 2 เดือน หรือ 2 ปี หลังจากนี้ ผมอยากให้คุณสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความรักของผม ผมไม่รู้ว่าชีวิตของผมยังจะได้วนเวียนอยู่ในเชียงใหม่อีกนานแค่ไหน ผมอาจจะต้องจากเมืองนี้ไป หรืออาจจะได้อยู่ต่อ แต่เมื่อไหร่ที่คุณกลับมา และมีสภาพเป็นพลเรือนอีกครั้ง ผมจะมาตามหาคุณ และขอให้คุณอยู่รอผมด้วยนะครับ ผมรักคุณมาก ....
ผมจะพยายามสร้างความฝันของอ็อดให้เป็นจริง ... ฝันที่จะมีบ้านหลังเล็กๆ สักหลัง และการได้เดินทางท่องโลกมากยิ่งขึ้น แล้ววันนั้น เราจะเป็นอยู่ด้วยกันอีกครั้ง together always….. to the end of time….
Aoddy, I love the special you….
You are the one who embodies every side of my love
You are the one with whom all my fantasies begin and will continue to the end
You bring to me many stories of love
Aoddy, you are my joy…. You still are and will always be my special you
From the very first day to the end of time
You are my passion and my eternity
I will always be here and wait for you….
With all the love in my life….. for Aoddy alone!
Sign with love truly from my heart,
Your BF. 10 November 2002 at midnight
เขียนถึงผมและอ็อดที่ sanaepong@hotmail.com

.

[Home]