ผมขอเล่าแทนเปิ้ล

โดย Totemo Kanashikattadesu


เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ผมอยากเล่าสู่กันฟัง
จะไม่จริงก็ตรงชื่อตัวดำเนินเรื่องและสถานที่เกิดเหตุ

เพราะไม่อยากอ้างอิงถึงเนื่องจากอาจมีผลเสียหายได้.....ผมขอเป็นเลย์
ส่วนเพื่อนผมให้เป็นเปิ้ลแล้วกัน
สถานที่เกิดเหตุคงเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ
ส่วนประเทศที่ผมศึกษาต่อขอเป็นสถานที่จริงคือญี่ปุ่น

เนื่องจากมีคนไทยไปเรียนต่อกันเยอะเหลือเกิน......
เรื่องนี้เริ่มเกิดขึ้นในชีวิตของผมประมาณเดือนมกราคม 2541
แต่มันเพิ่งจบลงเมื่อเดือนมีนาคมปีกลายนี้เอง (2544)
แต่ความรู้สึกของผมเหมือนเพิ่งเกิดไม่นาน
แต่รู้สึกว่ามันจบลงเร็วเกินกว่าที่ผมจะทำใจได้

ประมาณเดือนตุลาคม 2540
ผมได้รับทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้ไปศึกษาต่อในระดับขั้นปริญญาเอกในสาขาที่ผมสนใจ

ก่อนหน้านั้นก็รับราชการในสังกัดของทบวงมหาวิทยาลัย
ซึ่งผมก็เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ.....
ที่ญี่ปุ่นผมเหงามากเมื่อครั้งแรกที่ผมมาถึงใหม่ๆเพราะเมืองที่ผมไปศึกษาต่อมีคนไทยน้อยมาก

ความเหงาของผมได้คลายหายไปเมื่อผมได้เริ่มติดต่อเพื่อนทาง internet
ซึ่งก่อนหน้านั้นผมไม่เคยติดต่อใครมาก่อน

อาจด้วยเหตุผลของความละอายที่จะต้องติดต่อเพื่อนที่เป็นเพศเดียวกัน
อีกทั้งไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

หรืออาจด้วยหัวโขนที่ตัวเองสวมอยู่เลยไม่กล้าที่จะทำอะไรนอกลู่นอกทางก็เป็นได้.....
ผมว่าคงมีใครหลายคนนะที่อ่านเรื่องของผมในขณะนี้แล้วจะรับรู้ความรู้สึกแบบเดียวกันกับผม....
ผมว่ามันทรมารมากนะที่กายและพฤติกรรมต้องแสดงเป็นชายแท้ๆ

แต่ลึกๆแล้วกลับชอบผู้ชายด้วยกัน

หลังจากที่ผมได้เริ่มติดต่อเพื่อนทาง internet ได้ประมาณ 3-4
คนช่วงแรกๆก็ดีอยู่นะครับ
แต่พอทุกคนทราบว่าผมไม่ได้อยู่เมืองไทยในขณะนั้น
แต่ละคนก็เริ่มห่างหายกันไป

อาจด้วยเหตุผลที่ว่านัดเจอกันยากหรือกว่าผมจะจบกลับไปก็ประมาณต้นปี 2544 ก็เป็นได้
เลยคิดกับตัวเองว่าบางครั้งระยะทางก็เป็นอุปสรรคสำหรับมิตรภาพเหมือนกันนะ......
แต่สำหรับเปิ้ลแล้วเขายังติดต่อกับผมมาโดยตลอดกระทั่งผมเกือบจบกลับไป......
เปิ้ลกับผมเกิดปีเดียวกันแต่ผมเกิดเดือนมกราคมส่วนเปิ้ลเกิดเดือนเมษายน

ตอนที่เราติดต่อกันใหม่ๆผมกับเปิ้ลอายุประมาณ 25 ปี
ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าแม้ผมจะไม่ได้มีโอกาสเจอเปิ้ลหรือกระทั่งเห็นหน้าเปิ้ล

แต่ผมจะมีความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เปิดเจอเมลของเปิ้ล
เปิ้ลบอกผมเสมอว่าเปิ้ลจะรอผมเมื่อผมกลับไป..........
เปิ้ลจะรอเลย์นะถ้ามันคุ้มกับการที่เปิ้ลจะได้เจอรักที่จริงใจ......
ผมจำประโยคตรงนี้ของเปิ้ลได้เสมอกระทั่งปัจจุบัน

จากที่ผมติดต่อกับเปิ้ลได้ประมาณ 2-3
เดือนก็เป็นธรรมดาที่ผมก็อยากเห็นหน้าเปิ้ล
ผมก็เลยขอแลกรูปซึ่งกันและกัน
เราสัญญากันว่าเราจะส่งรูปพร้อมกัน โดยผมจะหย่อนจดหมายลงตู้เวลาเที่ยง

ส่วนเปิ้ลจะส่งจดหมายที่ไปรษณีย์เวลา 10 โมงเช้า
เพราะเวลาที่ญี่ปุ่นจะเร็วกว่าที่เมืองไทย 2 ชั่วโมง
ซึ่งก่อนหน้านั้นเปิ้ลก็อิดออดนะเพราะเปิ้ล
บอกว่ากลัวเหมือนกันที่ผมจะนำรูปไปให้คนอื่นดู

เพราะเปิ้ลก็ไม่อยากเปิดเผยตัวเองเหมือนกัน
ซึ่งผมก็บอกกับเปิ้ลว่าสำหรับผมก็คงจะมีความรู้สึกเหมือนเปิ้ลนั่นแหละ...........
ประมาณสัปดาห์กว่าๆผมก็ได้รับจดหมายจากเปิ้ลผมตื่นเต้นมาก

เปิ้ลมีหน้าตาที่ดูดี ผิวขาว มีเขี้ยวเล็กน้อย
ลักษณะผมตรงแซมด้วยสีย้อมเล็กน้อยซึ่งดูน่ารักมาก
เปิ้ลตอบเมลกลับมาว่าผมก็น่ารักเหมือนกันนะ แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยดี

ทุกครั้งที่ผมนั่งเขียนงานที่ห้องพัก
ผมมักจะมองรูปของเปิ้ลเสมอและมักจะบอกเปิ้ลเกี่ยวกับภาระงานที่ผมทำในแต่ละวัน.....
วันนี้เลย์เหนื่อยมากนะ เปิ้ลละเหนื่อยหรือเปล่า.....อากาศที่ญี่ปุ่นช่วงนี้หนาวมากนะ
ทางเหนือก็คงหนาวเช่นกันนะ เปิ้ลก็ทำร่างกายให้อุ่นนะครับเดี๋ยวจะเป็นหวัด.....

ก็แปลกนะตลอดระยะเวลาที่ผมศึกษาอยู่ที่นี่ผมไม่มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเมืองไทยเลย
แต่ผมกับเปิ้ลจะเมลคุยกันเกือบทุกวัน รู้ว่าวันนี้เปิ้ลทำอะไร
ทานอะไรและไปเที่ยวที่ไหน

ซึ่งเปิ้ลก็รับรู้ผมเช่นกันว่าผมต้องทำอะไรในแต่ละวัน
ผมมีความรู้สึกว่าเปิ้ลอยู่ข้างๆผมตลอดเวลาและเปิ้ลก็เป็นกำลังใจให้ผมเรื่อยมา....
ทุกๆเดือนมกราคมเปิ้ลจะส่งการ์ดอวยพรวันเกิดให้ผม

ส่วนผมก็จะส่งการ์ดอวยพรวันเกิดให้เปิ้ลทุกเดือนเมษายนเหมือนกัน
แต่เดี๋ยวนี้ผมคงไม่มีโอกาสส่งการ์ดอวยพรวันเกิดให้เปิ้ลอีกแล้ว

แต่เปิ้ลยังคงอยู่ในใจของผมตลอดเวลา ผมยังจำภาพของเปิ้ลจากรูปได้ทุกอย่าง
แม้แต่สีเสื้อ ทรงผมจำนวนกระดุมหรือแม้แต่ตั่งหูเงินเล็กๆข้างหูซ้ายของเปิ้ล
กับรอยยิ้มของเปิ้ลที่ผมยังคงจำไว้อย่างไม่รู้ลืม

ก่อนที่เรื่องจะจบลง....พร้อมการ์ดอวยพรวันเกิดใบสุดท้ายที่เปิ้ลส่งมาให้ผม

มีจดหมายเล็กๆแนบมาด้วยพร้อมกับข้อความสั้นๆ............


เลย์ครับเปิ้ลคงไม่มีโอกาสเจอหน้าเลย์จริงๆสักครั้ง
ตอนนี้แอบทราบจากหมอว่าเปิ้ลคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเดือนเมษายนของปีนี้ (2544)
เปิ้ลอยากบอกเลย์ว่า เปิ้ลรักเลย์นะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณสำหรับความจริงใจและขอบคุณสำหรับความรักซึ่งไม่อาจขีดกั้น
ด้วยระยะทางที่เลย์มอบให้เปิ้ลมาโดยตลอด
เลย์เก็บภาพของเปิ้ลไว้ดีๆนะ ส่วนเปิ้ลจะขอนำภาพของเลย์ไปอยู่กับเปิ้ลด้วยนะ
รักเลย์มากที่สุดครับ........ตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆของผม
น้ำใสๆไหลออกมาจากตาของผมอย่างอัตโนมัติ......ก็ทำไมเปิ้ลไม่บอกเลย์ละว่าเปิ้ลเป็นอะไร
ทำไมเลย์จะเจอหน้าเปิ้ลไม่ได้เหรอก็ในเมื่อเดือนมีนาคม (2544)
เลย์ก็จะกลับเมืองไทยแล้ว........

 

บรรยากาศก่อนจบการศึกษาของผมเศร้า-เหงาเหมือนตอนที่ผมมาที่นี่ใหม่ๆแต่รู้สึกว่าจะมากกว่าด้วยซ้ำ

ช่วงนั้นเปิ้ลมักไม่ค่อยตอบเมลผม
ทำให้ผมไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเปิ้ลซักเท่าไร

และเปิ้ลก็ไม่อนุญาตให้ผมโทรศัพท์ไปหาด้วย
มันยิ่งทำให้ผมกังวลใจมากขึ้น.....เมลฉบับสุดท้ายของเปิ้ลถึงผม
ประมาณวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2544 พร้อมข้อความสั้นๆว่า.....
ขณะนี้ได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล XXXXX ห้องหมายเลข YYYY
.......ซึ่งผมรู้ทันทีว่าเปิ้ลของผมคงจะจากผมไปเร็วๆนี้แน่แล้ว

ผมสังเกตว่าเมลฉบับสุดท้ายเหมือนเป็นการวานให้คนอื่นเมลแทน
เพราะไร้ซึ่งความห่วงหาอาทรเสมือนหนึ่งไม่ใช่เปิ้ลคนเดิมของผม

แต่ผมยังคงเป็นเลย์คนเดิมของเปิ้ลตลอดไปนะ

และแล้ววันที่ผมได้กลับเมืองไทยก็มาถึง
ผมรีบดำเนินการรายงานตัวตามขั้นตอนทางราชการให้เร็วที่สุด

จากนั้นจึงรีบไปหาเปิ้ลที่โรงพยาบาลตามที่ทราบจากเมล......
ที่โรงพยาบาลผมเจอญาติของเปิ้ลและรายงานตัวว่าผมเป็นเพื่อนของเปิ้ล

ญาติคนหนึ่งของเปิ้ลบอกผมว่าตอนนี้อย่าเข้าไปเจอหน้าเปิ้ลเลยเพราะสภาพไม่น่าดูมาก......
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเปิ้ลที่ผมรักและเฝ้ารอมาโดยตลอดได้ป่วยเป็นโรคเอดส์ระยะสุดท้ายแล้ว......
ผมขออนุญาตคุณหมอเพื่อเข้าไปพบเปิ้ล

สภาพเปิ้ลที่เห็นในวันนี้ไม่เหมือนเปิ้ลในวันวาน
แต่ความรู้สึกของผมที่มีต่อเปิ้ลในวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันวาน.....
ผมรับถุงมือจากคุณหมอพร้อมใส่จนเรียบร้อยและเข้าไปกุมมือของเปิ้ลไว้

เปิ้ลตื่นแบบงงๆ......เลย์เองครับ.....น้ำตาเปิ้ลเริ่มไหลออกมาพร้อมๆกับน้ำตาของผม

เราหยุดนิ่งไม่พูดอะไรกันประมาณเกือบ 10 นาที.........
เลย์กลับมาหาเปิ้ลแล้วนะ........เปิ้ลยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุด

ผมใช้ผ้าเช็ดหน้าของผมเช็ดน้ำตาให้กับเปิ้ล......เปิ้ลขอโทษเลย์นะที่ไม่ได้รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเลย์

เปิ้ลได้มีอะไรกับเพื่อนทาง internet ประมาณ 3-4 คนในช่วงที่เลย์อยู่ต่างประเทศ

เปิ้ลขอโทษแต่เปิ้ลคงต้องบอกความจริงกับเลย์เพราะยังไงเปิ้ลคงไม่สามารถมีชีวิตรอดต่อไปอีกแล้ว.........
ผมนั่งกุมมือเปิ้ลไว้แน่นพร้อมรับฟังเรื่องราวต่างๆของเปิ้ลและไม่เคยคิดที่จะโกรธเปิ้ลเลยแม้แต่น้อย........

ตอนนี้ผมอยากให้ปาฎิหารย์มีจริง ผมอยากให้คนที่ผมรักหายจากโรคร้าย
แต่มันคงเป็นไปไม่ได้

ตอนนี้ที่จะเป็นไปได้คือผมขออยู่ใกล้ชิดกับเปิ้ลให้นานที่สุด
คืนนั้นผมขออนุญาตแม่ของเปิ้ลเพื่อนอนเป็นเพื่อนเปิ้ล

ผมนอนเอาศรีษะซุกข้างกายของเปิ้ลพร้อมกับกุมมือเปิ้ลไว้ตลอดกระทั่งเช้าวันใหม่.......
วันนี้ดูเปิ้ลสดใสมากกว่าเมื่อวานที่ผมเจอ

เปิ้ลยิ้มให้ผมและผมก็ยิ้มให้เปิ้ล
ผมใช้มือลูบศรีษะของเปิ้ลด้วยความห่วงใย......
เปิ้ลครับเลย์มีอะไรอยากจะบอกเปิ้ลนะ......
ผมก้มศรีษะไปข้างๆหูของเปิ้ล.......
เลย์อยากบอกเปิ้ลว่าเลย์รักเปิ้ลที่สุดครับ

เรามาอธิษฐานพร้อมๆกันนะ ชาติหน้าถ้ามีจริงเปิ้ลเกิดเป็นผู้หญิงนะ
ส่วนเลย์จะเป็นผู้ชายเอง
แล้วเจอกันอีกครั้ง เราจะมีชีวิตร่วมกัน
รักและจริงใจต่อกัน เลย์อยากมีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน
แล้วเปิ้ลละว่าอย่างไร.....
ผมคุยกับเปิ้ลนานพอสมควร บางครั้งก็หัวเราะ
บางครั้งก็ร้องไห้
บางครั้งก็เงียบสลับกันไป
แต่ผมก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ผมรัก

แม้ว่าที่ผ่านมาผมจะไม่เคยเห็นตัวจริงของเปิ้ลเลยนอกจากรูปถ่ายที่เปิ้ลมอบให้
แต่ผมกลับมีความรู้สึกเหมือนกับว่าผมได้สัมผัสเปิ้ลมาอย่างยาวนาน

คืนนี้คงเป็นคืนที่ผมจะได้อยู่กับเปิ้ลเป็นคืนสุดท้าย ประมาณ 4 ทุ่มเศษ
เปิ้ลบอกกับผมว่าวันนี้เปิ้ลมีความรู้สึกว่ามีความสุขมาก

ผมดีใจที่เปิ้ลมีความสุข........คืนนั้นผมก็นอนกุมมือเปิ้ลไว้อย่างมีความสุขเช่นเดิม

แต่ภายใต้จิตสำนึกก็คิดทบทวนเรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราติดต่อกัน....
เห็นหน้ากันครั้งแรก........ถ้อยคำที่เป็นกำลังใจที่ต่างส่งให้แก่กัน.....
เรื่องราวสนุกๆที่เปิ้ลมักส่งมาให้ผมอ่านเสมอ........
กับรอยยิ้มของเปิ้ลที่ผมมักดูและเกิดกำลังใจทุกครั้งที่ผมท้อ
มันเป็นเหมือนของวิเศษที่ทำให้ผมเข้มแข็งและดูไม่ว้าเหว่.....
ผมหลับไปตอนไหนไม่ทราบ
สะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อมีความรู้สึกว่ามือของเปิ้ลเย็นมาก
ผมจับส่วนต่างๆของเปิ้ลก็เย็นมากเช่นกัน

ใบหน้าของเปิ้ลตอนนั้นมีคราบน้ำตาให้เห็นแม้ว่าไม่เด่นชัด......
ผมรับรู้แล้วว่าคนที่ผมรักได้จากผมไปอย่างมีความสุขแล้ว
ในเช้าวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2544 .....
ผมร้องไห้กับเปิ้ลอย่างลำพัง
กระทั่งตั้งสติได้จึงกดกริ่งเรียกพยาบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างของเปิ้ลไปเก็บ
ผมได้ลูบศรีษะของเปิ้ลและก้มไปข้างหูพร้อมกับบอกเปิ้ลอีกครั้งว่า......
เลย์ยังคงรักเปิ้ลนะครับ แล้วอย่าลืมสัญญาที่เราให้ไว้แก่กันนะครับ.....

ผมอยู่ที่บ้านของเปิ้ลกระทั่งจัดการทุกอย่างเสร็จผมจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ผมมีความรู้สึกว่ากลิ่นธูปยังคงติดตามผมไปทุกแห่ง
ร่างของเปิ้ลที่ถูกเข็นเข้าเตาเผา
ผมยังจำได้และจะไม่มีวันลืม
ผมเก็บความรู้สึกดีๆที่เปิ้ลเคยมอบให้ผมและจะนำมาเป็นกำลังใจเมื่อผมท้อแท้.....
ทุกวันนี้ผมคงไม่กล้าที่จะมีใครอีกแล้วเพราะผมจะมีความรู้สึกว่าผมไม่ซื่อสัตย์ต่อเปิ้ล

ผมขอเตือนเพื่อนเกย์ทุกคนที่ใช้เมลเป็นสื่อในการติดต่อกันหากมีจุดประสงค์เพื่อจะมีอะไรกัน
ผมขอให้นึกถึงเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังบ้างก็แล้วกัน
แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในร้อยหรือหนึ่งในพันแต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นกับตัวท่านได้
เพราะผมไม่อยากให้ใครอีกที่ต้องมาเป็นอย่างคนที่ผมรักและเฝ้ารอมาโดยตลอด......
วันนี้แม้ว่าเปิ้ลได้ตายจากผมไปแล้วแต่เปิ้ลจะไม่ตายไปจากความรู้สึกของผม.....
ผมยังรักเปิ้ลเสมอครับ..........


Go Back