Platonic (3/5)

เขียนโดย :+: PlaToNiC :+

ตลอด 3 ปีที่ผมอยู่ห่างจากคนที่ผมรัก
ไกลออกไปอีกซีกโลกหนึ่ง
แทบทุกวัน.. ที่เราจะโทรหากัน
ค่าโทรศัพท์แต่ละเดือน
แทบทำเอาผมไม่เหลือเงินทานข้าว
โชคดีหน่อย ที่ได้ทำงานเซิฟอาหาร
พอให้มีรายได้เข้ามาบ้าง

ผมยังเชื่อเสมอว่า
ความรัก และ ความคิดถึง
จะต้องชนะ ความห่างไกล

ในบางปีที่ผมได้มีโอกาสกลับเมืองไทย
แทบจะเช้าวันแรกในเมืองไทย
ที่ผมจะบึ่งรถออกไปหาพี่.. ที่ผมรัก

เพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง
ที่โลกของผมจะอยู่กันพร้อมหน้า
ผม-พี่-ความรักของเรา

แต่เวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันช่างน้อยเหลือเกิน
เวลาที่เราต้องแยกจากกันก็มาถึง
บางที .. การได้มาเจอกัน
มันกลับทำให้เจ็บปวดมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

แต่ทุกครั้งที่ผมต้องบินกลับไปเรียนต่อ
มันก็ทำให้ผมรู้ว่า
ผมต้องรีบเรียนให้จบ
เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องจากกันอีกต่อไป

........

และแล้วผมก็เรียนจบกลับมา
สองปีเศษๆ ที่บางคนว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แต่เป็นสองปี ที่ยาวนานมากเหลือเกิน ..สำหรับผม


"พี่..ผมกลับมาแล้ว"
ผมรีบโทรหาพี่ของผม ทันทีที่กลับถึงบ้าน
หมดสิ้นกันที .. เจ้าความห่างไกล
เห็นไหม .. ความรัก และความคิดถึง
ก็เป็นฝ่ายชนะในที่สุด

ผมรีบไปหาพี่เค้าที่บ้านกรุงเทพ
ทันที ที่รู้ว่าพี่เค้าลงมากรุงเทพแล้วเหมือนกัน
รอยยิ้ม ความอบอุ่น ที่ห่างหายไปนาน
วันนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

แต่.. ที่นั่น
มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ก่อนผมแล้ว
มันรู้สึกเหมือนโลกที่ผมรอคอย
มันกลับกลายเป็นแค่ความฝัน
ที่ไม่มีอยู่จริง

"รุ่นน้องพยาบาลน่ะ เค้าขอติดรถ มากรุงเทพด้วย"
พี่พยายามอธิบาย
เมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือกลงของผม
ผมพยายามทำใจยอมรับและเชื่อแบบนั้น
ทั้งที่ในส่วนลึกแล้ว... ผมรู้ดีว่า.. มันมีอะไรมากกว่านั้น

นับจากวันนั้น
ผมตักตวงทุกวันทุกเวลาทุกวินาทีที่เรามีให้กัน
ให้มีความหมายมากที่สุด ..กับคนที่ผมรัก
ผมรู้ดีว่า ..เวลาของเรา เหลือน้อยลงทุกที

ทุกคำพูดของพี่ ยังคงเต็มไปด้วย
ความความอบอุ่น และห่วงใย
แต่เหมือนกับว่า ...
เราสองคนจงใจที่แกล้งทำลืมไปว่า
ระหว่างเราสองคน .. ยังมี "ผู้หญิง" อีกคนอยู่
ทำให้เหมือนกับว่าโลกของเรา
ยังคงมีแค่ เราสองคน กับความรักของเรา
เหมือนวันเวลาที่ผ่านๆ มา


......


ช่วงปลายปี 2538
พี่เค้ามาเรียนเพิ่มเติมหลักสูตรเพิ่มเติม
ที่ค่ายในปราณบุรี
ช่วงเวลานั้นผมจะได้พบพี่เค้าแทบทุกอาทิตย์

เราจะช่วยกันหาข้อมูล ทำรายงาน
ออกไปซื้อของมาทำกับข้าว
ดูหนัง ฟังเพลง
มันเป็นช่วงเวลาแห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
มันเป็นเวลาของเราสองคน ที่ห่างหายไปนาน

คืนวันปีใหม่
เราออกไปทานข้าวที่ร้านอาหารเล็กๆ แต่น่ารัก
คืนนี้คงเป็นอีกคืนที่หอมหวาน
"ถ้าพี่ต้องแต่งงานไป ..เราจะทำยังไง"
คำถามที่ผมไม่เชื่อว่าจะได้ยินจากคนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม
"พี่อย่าล้อเล่นซิ.. แกล้งกันแบบนี้ไม่ดีนะ"
"ผมรักพี่มากนะ"
"อือ..ทานข้าวเถอะ เดี๊ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย"
เราตัดเรื่องนี้ลงแค่ตรงนั้น
แต่คำถามนั้นมันยังก้องอยู่ในใจของผม
ทำไม .. พี่เค้าถึงพูดแบบนั้น
หรือว่า ...เวลาของเรามันจะหมดลงแล้ว
อาหารมื้อนั้น ท่าทางน่าอร่อย
แต่กลับแทบไม่พร่องลงเลย

หลักสูตรที่พี่เรียนใกล้จบเข้าไปทุกที
ตลอดเดือนมกราปี 39
เราสองคนแทบจะจมอยู่กับรายงาน
เครื่องคอมพิวเตอร์ แผ่นใส
อย่างน้อยมันก็เป็นความสุข
ที่ผมได้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก
เป็นความสุขที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่เรา

ผมมีความสุข
กับการนั่งขัดเครื่องหมายทองเหลืองให้เงาวับ
ติดดาวทีละดวงลงบนเครื่องแบบที่เรียบสะอาด
ผมมีความสุขที่ได้ช่วยพี่
ติดกระดุมเสื้อทีละเม็ดๆ

ผมมีความสุข ที่ผมเห็นเงาของตัวผมเอง
ในดวงตาสีสนิมคู่นั้นของพี่

แต่ว่าความสุขของผม
จะคงอยู่อีกนานสักแค่ไหน




หมดหัวใจ : ปนัดดา
.

[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]