เรื่องของผมและคนที่ผมรักมากที่สุด (หน้า3)

โดย คิม

เกริ่น

ผมเองไม่ได้พิมพ์เรื่องต่อมากนานแล้ว ตอนนั้นพิมพ์ลงในกระทู้ของ G-Board คราวนี้ก็คงลงที่เดิม นี่ก็เกือบจะสองปีแล้วครับ นึกอยากพิมพ์ต่อบวกกับตอนนี้ว่างๆอยู่ แฟนผมเข้าๆออกห้องนี้บ่อย เดี๋ยวก็คงเจอเอง งั้นอ่านกันต่อละกันนะครับ

หนึ่งปีที่ผ่านไป

ผมกับแฟนเองก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างซึ่งกันและกัน เรียนรู้ว่ารักต้องมีไว้ใจกัน เชื่อใจกัน อย่าโกรธเรื่องที่ไม่เป็นเรือง ให้อภัยกันทุกครั้งไม่ว่าใครทำผิด หลายคนคิดว่าทำยาก แต่ผมคิดว่ามันไม่ยากเกินไปหรอกครับ ถ้าเรารักกัน

อย่างที่บอกครับ แฟนผมจากไปตั้งปีกว่าแล้ว มีเหรอครับจะไม่รู้สึกเหงา เหงามากๆ เคยไปไหนด้วยกันตลอด นอนข้างกันตลอด ตอนนี้หันไปเจอแต่หมอนข้างง่ะ เศร้าจัง เคยคิดจะหาเพื่อนคุยเหมือนกัน แต่อีกใจก็คิดว่าไม่เอาดีก่า กลัวแฟนจะหึง เพราะเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็น่าจะพอแล้ว

หนึ่งปีเหนื่อยไหม

เหนื่อยครับ แต่ก็หายเหนื่อยเวลาได้เห็นหน้าได้คุยกับแฟน ช่วงปีก่อนโน้นผมมีปัญหาเรื่องเรียนมาก เรื่องปริญญานิพนธ์ไม่เสร็จซะที แฟนผมก็คอยเป็นห่วงโทรมาหาแทบทุกวัน ผมก็เอาแต่บ่นบ้าง แก้ตัวบ้างไปตามเรื่อง คิดๆก็แย่จัง

ตอนก่อนผมบอกว่าคุยกะแฟนในเน็ททุกวัน ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจจะขยันคุยกันไปได้ซักเท่าไร เพราะตอนที่พิมพ์ก็แค่สองเดือนสามเดือนเอง แต่ตอนนี้พิสูจน์ให้ดูแล้วครับว่า เราคุยกันข้ามปี จะว่าอึดก็อึกน่ะครับ ทุกเวลา 10.00 น ของเค้าแล้วก็ของผมมันต่างกันครึ่งวันนี่ครับ ผมเช้าอยู่ เค้าก็ค่ำแล้ว พอผมค่ำเค้าก็เช้า คุยกันกว่าจะเสร็จก็เกือบๆเที่ยงคืน บางวันก็ไม่เป็นอันทำอะไรล่ะ

สิ่งเดียวที่รอคอยก็คือ การกลับมาของเค้า เพราะเค้าสัญญาจะกลับมาตอนต้นปี ผมก็เอาแต่นับวันนับคืน เมื่อไรจะมาซักที อยากก็อยากมากๆ อิๆ ก็ผมไม่เคยยุ่งอะไรกับใครอีกเลยนี่ครับตั้งแต่เค้าไป เป็นอะไรที่ฝืนมากก็จริง แต่ตอนนี้ผมก็ทำได้แล้ว ดีใจครับ

วันที่เค้ากลับมา

แย่จัง วันนั้นผมต้องกลับไปหาพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดพอดี เลยไม่ได้ไปรับ เค้าบอกว่าไม่ต้องไปรับก็ได้ ถ้ามาถึงเมื่อไรเค้าจะโทรมาหาเอง ถึงเค้าจะบอกอย่างงั้นก็เหอะ อดดีใจไม่ได้นี่ครับ ต้องโทรไปที่บ้านเค้าเรื่อยๆ บ้าไปเลย

เค้ามาได้สองสามวัน ผมก็เลยรีบไปหาเค้า เกรงใจพ่อแม่ผมเหมือนกัน เพราะไปหาท่านได้ไม่กี่วันเอง ไอ้บ้านี่ก็รีบเผ่นมาหาแฟนอีกแล้ว ฮ่าๆ

พอมาถึงปุ๊บ ก็รีบออกไปหาเค้าแต่เช้าเลย นัดเจอกันข้างนอก ตอนนั่งรถไปใจเต้นครับ อาจจะเวอร์ไปหน่อยน่ะ แต่ก็เหอะนะครับ อิๆ

ความรู้สึกที่เจอตอนแรก แปลกนะครับ เหมือนกันเจอคนที่ไม่รู้จักกัน อารมณ์ประมาณนัดบอดเจอใครซักคนน่ะครับ ผมเขินน่ะ ไม่กล้ามองหน้าเค้า ส่วนตัวเค้าเอง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าทำหน้ายังงัย เพราะผมเอาแต่หันหน้าไปที่อื่น พอมองหน้าก็จ้องตาเค้าไม่ได้นานครับ เค้าก็เอาแต่จ้อง ผมก็เอาแต่หัวเราะน่ะ เฮ้อ….ไหงเป็นอย่างงี้หว่า

ช่วงเวลาที่เค้ากลับมา ก็แค่ไม่กี่อาทิตย์เอง ผมพยายามทำให้มันมีค่าที่สุด แทบจะไม่เคยห่างเค้าไป อยู่ด้วยกันเกือบทั้งวัน ไปที่ที่เราเคยไปด้วยกันครั้งแรก
ไปทานข้าว ดูหนัง ทำทุกอย่างที่เราเคยทำด้วยกัน มีความสุขที่สุดแล้วน่ะครับ สมกับที่จากกันไปนาน……

 

ไปอีกแล้วเหรอ

เวลาผ่านไปเร็วมากๆ เผลอแป้บเดียวก็จะไปอีกแล้วเหรอ ก่อนจะไปแทนที่จะมีความสุขกันมากๆ ดันต้องมาทะเลากันวันสุดท้ายก่อนจะไปกะเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เรื่องอะไรรู้เปล่าครับ เรื่องต่อราคาถุงเท้า คือว่าเค้าซื้อเยอะมาก แล้วเค้าก็ถามราคาแม่ค้าไป ซึ่งผมฟังราคาแล้วดูว่ามันแพงไป แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนไม่ค่อยจะกล้าว่าใครตรงๆ พอซื้อแล้ว เดินไปผมเลยบ่นเล็กน้อยว่า “มันแพงไปน่ะ น่าจะต่อได้มากกว่านี่” แค่นั้นแหละ เค้าก็ทำท่าฉุน แล้วบอกด้วยน้ำเสียงน่าชกว่า “ทำไมผมไม่ต่อให้ตั้งแต่แรกล่ะ” ผมเลยอดไม่ไหว ชกที่ไหล่ไปซักที กะไม่แรง แต่เผอิญหนักไปหน่อยเค้าเจ็บ ผมขอโทษยกใหญ่ แต่เค้าไม่สน ถองศอกกลับมาพร้อมกับบ่นงุบงิบเดินหนีผมไป เล่นเอาผมเจ็บเหมือนกัน เลยเป็นเรื่อง
ผมเลยอึ้งไปเลยครับ ใจจริงผมไม่ได้ตั้งใจให้เค้าเจ็บเลย ขอโทษก็แล้ว แต่เค้าถองกลับมากะให้ผมเจ็บเลยอะ ตอนนั้นอารมณ์เลยพุ่งล่ะครับ

เดินหนีเหรอ ผมก็เดินหนีบ้าง จะกลับบ้านแล้วด้วย อุตส่าห์เดินช้าๆแล้ว ไอ้บ้านี่ก็ไม่มาตามซะทีทำเอาฉุน เออ กลับจริงๆก็ได้วะ คิดโน่นคิดนี่ ก็ร้องให้น้อยใจอีกแล้วครับ เห้อ คราวนี้หนัก คนเต็มเลย นึกถึงคนหน้าป้ายพันธ์ทิพย์น่ะครับ เยอะขนาดนั้น ไอ้บ้านี่(ผมเองล่ะ) หันหลังร้องไห้ซิกๆ แฟนโทรมาครั้งแรกก็ไม่รับ พอเค้าโทรมาอีกทีก็คุยด้วยเสียงกระเส่าว่า “รอรถอยู่จะกลับบ้านแล้ว” เค้าถามจะไปส่งรึเปล่า ผมเลยบอก “ ไม่รู้” ในที่สุดเค้าก็เดินมาหาแล้วก็ปลอบ ถึงได้ไปซื้ออะไรกันต่อ ละเหี่ยใจเจงเจง

วันไปส่งวันนี้ไม่เศร้าเหมือนคราวก่อน ไม่ร้องไห้อีกแล้ว เพราะรู้ว่ายังไงเดี๋ยวก็ได้คุยในเน็ทอยู่แล้ว คราวนี้ได้กอดกันสมใจครับก่อนไปเพราะคนไม่เยอะเหมือนคราวก่อน และแล้วอีกสองวันเค้าก็มารายงานตัวในเน็ทตามเคยครับ

ตอนนี้เหรอครับ

หลังจากผมเรียนจบ(ซะที) อีกสองเดือนก็ตามมาหาเค้าทันทีครับ ปริญญายังไม่รับเลย เหนื่อยที่รอคอยครับ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามอย่างที่หวังเรียบร้อยแล้ว เราอยู่กันค่อนข้างเปิดเผย เพราะเพื่อนๆพี่ๆที่สนิทของแฟนผมเค้าจะรู้กันหมด แฟนผมเค้าบอกหมดเลยว่าเราเป็นแฟนกัน แรกๆผมก็ทำตัวลำบากเหมือนกัน เพราะยังไม่ชิน แต่ตอนนี้รู้สึกสบายใจครับที่บอกไปแล้ว พี่ที่รู้จักกันเค้าก็ดีกะผมแล้วแฟนมาก ช่วยเหลือโน่นช่วยเหลือนี่มากมาย ช่วยให้คำปรึกษา ว่างๆก็ไปเที่ยวไปทานข้าวด้วยกันกับคนรู้จัก ไปเที่ยวกันสองคนบ้าง แต่เสียอย่างเดียวตอนนี้ต้องเรียน แล้วก็การบ้านเยอะมาก กว่าจะปลีกเวลาหากันได้ก็เหนื่อย

อย่างที่เคยบอกไปตอนก่อนหน้านี้ว่า ให้เวลาจัดการทุกอย่างเถอะ ตอนนี้จะครบสองปีแล้วครับที่ผมกับแฟนรักกัน เรารักกันมากขึ้นทุกวันครับ ตอนเค้ารู้ถึงความเปิ่นๆ ซื่อบื้อ ของผมหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องเก๊กหากันอีกต่อไป….

ทุกอย่างผ่านไปเกือบครึ่งทางแล้ว จะเหลืออยู่ตอนปลายนิดหน่อยเรื่องครอบครัวของเรา ผมหมายถึงคุณพ่อ คุณแม่ของเราสองคน ท่านก็รู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน แต่ผมกับแฟนก็ไม่ได้บอกอะไรท่านมาก บอกแค่พักห้องเดียวกัน ถ้าเราผ่านช่วงปลายนี้ไปได้ ผมกับแฟนคงจะสบายใจไม่น้อย……

คิม

++++++++ตอนนี้ก็ยังยืนยันว่ารักในเน็ทมีจริงครับ ถ้าคุณรู้จักที่จะหา++++++++++



ป.ล. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณคิมได้นำมา post ไว้ใน GBoard แล้วมีกระแสห็นว่ากระทู้ดีควารนำมาลงเวบ จึงได้นำมาลงเวบให้ทุกท่านได้อ่านครับ

Go Back