เรื่องของผมและคนที่ผมรักมากที่สุด (หน้า2)

โดย คิม

วันที่เสียใจที่สุดในชีวิต

หลังจากที่ผมกลับมาที่บ้าน ผมเอาแต่นอนร้องไห้ อีกใจก็คิดถึงเขามากๆ อีกใจก็โกรธและน้อยใจมากที่เขาทำอย่างนี้ ผมแทบบ้าไปเลย ผมไม่รู้จะระบายยังงัยก็เลยเมล์ไปหาเขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขารู้รวมทั้งตัดพ้อเขาด้วยที่ทำอย่างนี้ ส่งไปครั้งแรกมีปัญหาน่ะครับเครื่องผมมันเดี้ยงระหว่างส่งน่ะ ข้อความที่พิมพ์มาตั้งนานก็เลยหายหมด ผมเลยหมดอารมณ์ที่จะพิมพ์ต่อ เพราะผมพิมพ์มันมาไม่ใช่ง่ายๆ (พิมพ์ไปร้องไห้ไปน่ะครับ) จากนั้นผมก็เอารูปเขามาดูแล้วก็ร้องไห้จำได้ว่าร้องอยู่นานมากแทบทั้งคืนเลยล่ะ นอนก็ไม่หลับ ตื่นกลางดึกมานึกถึงเรื่องนี้น้ำตาก็ไหลมาอีกแล้ว เช้ามาอยู่คนเดียวเหงาๆก็ร้องไห้อีกแล้ว เป็นระยะเวลาที่ผมทรมานที่สุดแล้ว ผมร้องตาของผมบวมแดงแล้วก็แสบ ช่วงนั้นผมทนไม่ไหวจริงๆเลยต้องโทรไปหาเขาที่โน่น แต่เผอิญเขายังไม่ถึงก็เลยไม่ได้คุย พอดีผมลืมไฟล์งานไว้ที่เครื่องเขา เลยอยากให้เขาส่งมาให้หน่อย ผมก็เลยโทรไปหาแม่(แฟน)ให้ช่วยฝากบอกเขาให้เขาส่งไฟล์มาให้ด้วย หลังจากนั้นผมก็โทรไปหาอีก 1-2 ครั้ง แต่เผอิญเขาหลับอยู่บ้าง ตอนนี้ผมก็เลยมีสิทธิอย่างเดียวก็คือรอ
จะว่าไปเขาไปเพียงแค่วันเดียวนะครับ แต่ทำไมมันถึงได้นานอย่างนี้ เชื่อไหมครับบางทีผมลืมวันลืมคืน เพราะวันๆใจก็อยู่กับเขาตลอด วันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เขาไปกี่วันผมยังงง แต่พอมานั่งคิดดูจริงมันแค่วันเดียวเองนี่นา เวลา…..ตอนที่เราต้องการให้มันผ่านไปเร็วๆมันทำไมกลับช้านัก แต่….ตอนที่เราต้องการให้มันผ่านไปช้าๆ กลับเร็วอย่างร้ายกาจ เหมือนช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันก่อนไป วันๆมันผ่านไปเร็วเหลือเกิน เรามีความสุขด้วยกัน บางครั้งเมื่อคิดถึงวันที่ต้องพรากจากก็มานอนร้องไห้ด้วยกัน แต่ตอนนี้ผมอยากจะขอให้ผ่านไปเร็วๆเถิด เพื่อที่เขาจะได้กลับมาหาผม แต่อย่างที่บอกมันกลับยิ่งช้าขึ้นไปอีก

 

วันคืนที่ดีกะวันวานที่แสนเศร้า

เช้าวันนี้ถึงดูจะว่ามันจะสดใสเพียงใด แต่ผมกลับไม่รู้สึกชื่นชมอะไรมันเลย ผมตื่นมาแต่เช้าเพราะนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว รู้สึกแสบๆตาอยู่เหมือนกันเนื่องจากร้องไห้ทั้งคืน ผมเอารูปซึ่งอยู่รอบๆบนเตียงผมมาดูแล้วก็….(คงไม่ต้องบอกมั้งครับ)ร้องไห้ตามเคย แย่จังเลยนะผม ปกติผมแทบไม่เคยร้องไห้ให้ใครเลยนะ แต่กะเขาผมร้องไห้กับเขามามาก แต่ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ว่าคนที่เขาบอกว่าร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดนั้นเป็นยังงัย และก็เข้าใจความรู้สึกของการที่ต้องพรากจากคนรักว่ามันทรมานมากมายขนาดไหนซึ่งผมเคยได้ยินแต่จากหนังสือนิยายหรือเรื่องที่คนอื่นเล่า แต่ไม่เคยเจอด้วยตัวเองสักที ตอนแรกคิดว่าคนเหล่านี้คงเป็นพวกคิดมาก จิตอ่อนไปเองหรือเป็นประเภทบ่อน้ำตาตื้นเห็นว่าตัวเองเป็นนางเอกละครประเภทเนี้ย แต่ผมเข้าใจผิดทั้งหมดพวกเขาก็คงเป็นเหมือนผมตอนนี้กระมัง (เอะ..หรือว่าผมมันบ่อน้ำตาตื้นวะ หรือไม่ก็เป็นนางเอกง่ะ..ฮ่าๆๆคงไม่ใช่หรอกน่า ผมออกจะแมนฮ่ะ) และแล้วความรู้สึกคิดถึงเกิดขึ้นอีกแล้ว คราวนี้ผมหาทางออกโดยต่อเน็ทเพื่อส่งเมล์ที่ผมพิมพ์ขึ้นมาใหม่อีกฉบับ (เมื่อวานส่งแล้วเครื่องแฮ้งค์ครับ ไม่แน่ใจว่าเขาจะได้รับรึเปล่า) ซึ่งคล้ายๆของเดิมเมื่อวาน แต่ว่าผมได้บอกความรู้สึกของผมในแง่ต่างๆมากมายมากกว่าฉบับเมื่อวาน ซึ่งอยากให้เขารู้ ซึ่งเมล์ฉบับนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกผิดอย่างมาก ในนั้นผมบอกเขาว่า “ถึงผมจะเชื่อมั่นคุณแค่ไหน แต่ผมก็จะไม่ไว้ใจกาลเวลาซักเท่าไหร่ คุณเคยบอกไม่ต้องรอคุณ ผมก็อยากจะบอกคุณเหมือนกันว่าไม่ต้องรอผม ถ้าเจอใครที่ดีก็บอกผมนะ” คำพูดนี้เขาเคยบอกผมที่พุทธมณฑล คำพูดนี้แหละที่ทำให้ผมต้องร้องไห้และน้อยใจอย่างมาก และคำพูดนี้อีกเช่นเดียวกันที่ทำให้แฟนผมเป็นเหมือนผมในวันนั้น ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกผิดกับสิ่งนี้อยู่ ขอโทษนะที่รักของผม..
และแล้วเมล์ที่ผมรอมาแสนนานก็มา ผมเช็คมันก่อนที่จะส่งเมล์อีกฉบับไปหาเขาซะอีก ผมดีใจสุดๆเลยอะ ผมมันเปิดอ่าน

 

หวัดดีครับ (ชื่อผม)ที่รัก

(ชื่อผม)ครับ… คุณรู้ไหมครับ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ร้องไห้….

ที่ดอนเมือง คุณรู้ไหมครับ คนที่ผมอยากนั่งใกล้ๆตลอดเวลาคือใคร คนที่ผมอยากพูดกับเค้าให้มากที่สุดเป็นใคร คนที่ผมอยากกุมมือของเค้าเพื่อสร้างกำลังให้กับใจของผมคือใคร คนที่ผมอยากจ้องมองดูดวงตาอ่อนโยนคู่นั้นของเค้า เพื่อสื่อให้เค้ารู้ว่าผมรักเค้าแค่ไหน เป็นใคร คนที่ผมอยากกอดให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อสร้างความอบอุ่นในใจเป็นใคร คุณรู้ใช่ไหมครับ คือ คุณ ที่รัก…หากแต่ผมไม่ได้ทำ ขอโทษครับ (ชื่อผม)…

หลังจากเดินผ่านเกทไปแล้ว ผมอยากกลับออกมาเพื่อพูดกับคุณสักคำ หรือแม้แต่มองหน้าคุณสักครั้ง ขอโทษครับที่ผมไม่ได้ทำ… ผมยืนรอตรวจเอกสารอย่างสับสน ผมฟังพ่อไม่รู้เรื่องว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เดินไปไหน ผมสับสนครับ…

บนเครื่อง…. ผมไม่รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่จะได้ไปเรียน ไปนอก แต่ผมสับสน ผมคิดถึงคุณครับที่รัก…ผมพยายามหลับ แต่ยากมากสำหรับห้าชั่วโมงแรกก่อนถึงนาริตะ ผมมีแต่เรื่องของเราอยู่ในหัวตลอดเวลา ภาพมันเยอะมากครับ ผมร้องไห้…ในขณะที่เครื่องบินดับไฟแล้ว..

ที่นาริตะ ผมต้องรอ Transit ต่อไปที่นั่นประมาณ 4 ชั่วโมง ตอนนั้นเวลาที่เมืองไทยคงประมาณ ตีห้า ส่วนที่ญี่ปุ่น 6 โมงเช้าพอดี อากาศเย็นมากถึงแม้จะนั่งอยู่ใน Airport ผมหยิบสมุดโน๊ตที่คุณเขียนให้ผมคืนวันก่อนออกเดินทางมาอ่าน ผมอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมดูรูปคุณ ผมร้องไห้…ในขณะที่พ่อผมนอนหลับอยู่ที่เก้าอี้ยาวถัดไปไม่ไกลมากนัก ผมร้องไห้… อยากบอกให้คุณรู้ว่าที่นั้นผมกลับไม่แคร์สายตาคน ผิดกับที่ผมควรทำที่เมืองไทย ผมเสียใจครับ ….ที่รัก ผมอยากบอกคุณมากกว่านั้น … ผมขึ้นเครื่องต่อ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากครับ ประมาณ 12 ชั่วโมง ผมหลับไปโดยไม่รู้ตัวครับ…ยอมรับครับ ผมเหนื่อยมาก…

ที่ Airport ป้าและลุงผมมารอรับอยู่ครับ…ผมมาถึงเวลา 9.20 AM (ก็ประมาณสามทุ่มกว่าๆ ของเมืองไทย) ผมถามป้าถึงเรื่องเนทที่จะต่อได้ ผมคิดถึงคุณมากครับอยากส่งข่าวถึงคุณ ผมมาถึงบ้านคุณป้าประมาณเที่ยง ก็เที่ยงคืนเมืองไทยพอดี ซึ่ง แม่ก็โทรมาหาผมที่บ้านคุณป้า และบอกว่าคุณโทรมาเรื่อง คุณลืมแผ่นงาน ก็พอดีอีกที่สักพักป้าผมเปิดเครื่องรับข้อความซึ่งมีเสียงของคุณอยู่ คุณรู้ไหมครับ ผมดีใจมากเลยที่ได้ยินเสียงคุณ แต่ตอนนั้น ผมจำเป็นต้องออกไปทานข้าวกับคุณป้าอีกครั้ง ผมพยายามที่จะต่อเนท แต่ค่อนข้างประสบปัญหาเล็กน้อย เลยต้องไปทานข้าวก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาต่อ …ซึ่งหลังจากกลับมาประมาณ สี่โมงเย็น ผมก็ต่อเนทได้ และก็ส่งไฟล์ไปให้คุณก่อน …

ผมต้องรอให้ทุกคนออกไปนอกห้องก่อนจึงเปิดดูจดหมายของคุณ ซึ่งคุณรู้ไหมครับ ผมรู้สึกผิดมาก…ขอโทษครับ(ชื่อผม) ผมพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ซึ่งก็ยากมากนัก คุณก็รู้ …ผมพยายามที่จะพิมพ์ตอบเมล์คุณ แต่มันค่อนข้างลำบากครับ… แล้วสายก็หลุดเสียอีก

ผมขึ้นมาบนห้อง ซึ่งพ่อผมนอนหลับอยู่ ผมนั่งอยู่ริมหน้าต่าง อากาศหนาวมาก มีหิมะเกาะอยู่บนพื้นสนามและหลังคา ต้นไม้สูงที่ไม่มีใบสีเขียวเนื่องจากฤดูหนาวตั้งเรียงรายบนเนินและขอบถนน ตอนนี้ประมาณ ห้าโมงเย็น คุณคงหลับอยู่ อากาศหนาวจนผมต้องปิดหน้าต่างไว้ ผมเริ่มพิมพ์ตอบจดหมายคุณ ไม่รู้สินะ ภาพเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันเยอะมากครับ … อาจจะไม่นานนัก แต่ก็มากพอ พอที่ผมจะรู้ตัวว่าผมรักคุณที่เป็นตัวคุณ …ที่รัก ผมนึกถึงคำตัดพ้อน้อยใจในจดหมายคุณ ผมร้องไห้ … อีกครั้ง อยากให้รู้ครับว่า (สมญาที่ผมเรียก)ของคุณคนนี้ รักและคิดถึงคุณมากขนาดไหน…ที่รัก ขอบคุณครับสำหรับทุกสิ่งที่คุณมอบให้ผมตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้คำว่ารักสำหรับตัวผมเอง ผมรู้จริงๆแล้วว่าความรักที่ผมรอ(อย่างที่ไม่เคยหวัง)เป็นอย่างไร ตอนนี้ผมนึกถึงตอนที่คุณพาผมไปเที่ยว(แถวเหนือครับ) คืนที่หนาวเย็นแบบนี้ ผมอยากมีคุณอยู่เหมือนตอนนั้นครับ…แต่ ที่รักครับ ให้เวลาผมหน่อยนะครับ…รอผมจนถึงเวลานั้นและเป็นกำลังใจให้ผมนะ.

รักคุณเสมอ
ป. ของคุณครับ



ผมค่อยๆอ่านอย่างตั้งใจ และแล้วน้ำตาผมก็ไหลอีกแล้ว คราวนี้ผมร้องไม่หยุด ในใจบางทีก็นึกโทษตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่เข้าใจเขาบ้าง เขาคงมีเหตุผลของเขาแหละ ตัวผมเองก็เคยบอกว่าผมเชื่อและมั่นคงกับรักครั้งนี้มาก แต่พอถึงเวลาจากไปจริงทำไมผมเป็นคนไม่เชื่อมั่นซะเอง จริงๆผมก็เคยนึกถึงเหตุผลต่างๆร้อยพันว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น แต่ตอนนี้เมื่อคนที่ผมเชื่อและรักเขามากที่สุดบอกเอง ผมคงไม่ต้องค้นคว้าหาคำตอบอะไรอีกแล้ว ผมก็เอาแต่ร้องไห้แล้วก็เมล์ตอบเขาไป

เมื่อวานเป็นวันที่ผมสับสน เศร้า เหงาและวุ่นวายใจเหลือเกิน มีแต่คำถามเกิดขึ้นมากมายในหัวสมอง ไม่รู้จะทำยังงัยก็เอาแต่ร้องไห้ (เฮ้อ…..ย้ำๆๆๆผมไม่ใช่นางเอกเจ้าน้ำตานะครับ ปกติไม่ได้ร้องไห้ให้ใครหรอก) แต่วันนี้เป็นวันที่ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น มันดีขึ้นจริงๆนะครับ หากคุณเคยอยู่และผูกพันธ์กับใครมากๆ แล้ววันหนึ่งเขาจากไปแล้วคุณจะรู้ว่ามันเหมือนคุณขาดอะไรในชีวิตไปสักอย่าง และเมื่อเขาติดต่อกลับมาหาคุณหรือส่งข่าวมาหาคุณ คุณจะรู้สึกว่าเขาอยู่ไม่ไกลคุณอย่างที่คิด และความเหงาว้าเหว่ก็ทุเลาลงไปได้พอสมควร ซึ่งผมก็เช่นกันครับ หลังจากที่ผมได้เมล์ของแฟนผมฉบับนี้ทำให้ผมสบายใจขึ้น และรู้สึกว่าเขาได้อยู่ใกล้ผมขึ้นมาอีกนิด แม้จะเป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่ใช่ความจริงก็เหอะ แต่มันก็ยิ่งใหญ่สำหรับคนอย่างผมมากครับ คืนนี้ถึงแม้ผมจะนอนร้องไห้อีกตามเคย แต่ก็เป็นคืนที่ดีกว่าคืนที่ผ่านมามากนัก

 

บทสรุป

หลังจากคืนนั้นผมกับเขาก็ติดต่อกันทุกวันครับ คุยกันมากมายหลายเรื่อง ระบายความรู้สึกให้กันฟังก็บ่อย และรู้ข่าวคราวกันตลอด คุยกันที่หนึ่งก็หลายชั่วโมงเหมือนกัน เมล์หากันวันหนึ่งก็หลายฉบับเช้ากลางวันเย็น (อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความว่างนะครับ คงไม่สามารถขนาดนั้นทุกวัน) โทรหากันบ้าง ส่งรูปมาให้ดูบ้าง ถึงช่วงแรกๆจะคุยกันไปร้องไห้กันไปก็เหอะ (ตอนนี้ก็ยังมีเป็นบางครั้ง เมื่อวานเอง) แต่ตอนนี้ผมกะเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว ไม่รู้สึกเหงาเหมือนแต่ก่อน(อยากจะขอขอบคุณคนที่คิดอินเตอร์เน็ทขึ้นมาซะจริงๆ ทำให้เราติดต่อกันได้สะดวกจัง แหม..ถ้าอยู่ใกล้ๆจะหอมซักฟอด…ฮ่าๆ)ทุกวันนี้ผมกะเขาก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ จากวันนั้นถึงวันนี้มันทำให้ผมเชื่อมันเขามากยิ่งกว่าเดิมอีก เราสัญญากันไว้ว่าถ้าผมจบผมจะตามเขาไปที่นั่น ทั้งๆที่ความตั้งใจเดิมของผมไม่ได้อยากจะไปเรียนต่อที่นั่นเลย แต่ยังงัยผมก็ต้องไปให้ได้ครับ เพราะว่าใจของผมอยู่ที่นั่นแล้ว ถึงจะมีปัญหาอะไรเราก็จะผ่านมันไปให้ได้ครับ วันเวลาแม้จะเป็นอุปสรรคสำคัญ มันทำให้ผมกะเขาเสียน้ำตาด้วยกันมามาก เมื่อเวลาทำให้เราพรากกัน ผมเชื่อว่าสักวันเวลาก็ต้องทำให้เราอยู่คู่กัน ซึ่งผมก็จะรอวันนั้น

การที่ผมโพสลงในนี้เพราะว่าที่นี่เป็นที่ที่เราพบกันและเราก็รักกันเพราะบอร์ดอันนี้ ผมกับแฟนจึงรู้สึกรักบอร์ดนี้ค่อนข้างมากเหมือนกัน ก็เข้าใจครับว่าเรื่องมันค่อนข้างยาว น่าจะเป็นเรื่องสั้นที่มีขนาดยาวจะดีกว่า จะได้เอาไปลงเป็นคอลัมน์ ก็อย่างที่บอกผมรักกันที่นี่ ผมเลยอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้สึกดีๆที่มีกะใครสักคนหนึ่งซึ่งมันหาได้ยากบนเน็ทไว้ ณ บอร์ดแห่งนี้ ซึ่งเพื่อนๆบางคนก็คงมีบ้างที่เป็นอย่างผมบ้างและก็มีอยู่อีกมากอยู่เหมือนกันที่ยังหาไม่เจอ ซึ่งความรู้สึกคนเรามันก็ต่างกันครับ นานาจิตตัง บางคนอาจจะดูว่าเป็นเป็นพียงความหลงใหลหรือความลุ่มหลงชั่วครู่ อันนี้ผมก็ไม่ขอเถียงละกันนะครับเพราะนั่นคือความคิดของคุณ มุมมองของคุณ ซึ่งอันนี้ผมเคารพในความคิดนี้ครับ แต่ในความคิดผม มุมองของผม ความรู้สึกและอะไรมากมายที่ผมสัมผัสได้จริงจากมัน มันทำให้ผมยังเชื่อมั่นในรักนี้อยู่ดี เวลาจะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นเองครับ เหมือนกับทุกครั้งที่มันเคยทำให้ผมเข้าใจทุกอย่าง…..

*****หากคนที่ผมรักได้อ่านบอร์ดนี้ อยากบอกคุณว่าผมรักคุณที่สุดและจะรอคุณตลอดไป*****

 

อ่านหน้าถัดไป >



ป.ล. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณคิมได้นำมา post ไว้ใน GBoard แล้วมีกระแสห็นว่ากระทู้ดีควารนำมาลงเวบ จึงได้นำมาลงเวบให้ทุกท่านได้อ่านครับ

Go Back