ความทรงจำ

โดย ป๊อก

.......... เมื่อผมเกิดมาบนโลกแล้ว มีคำถามอยู่ในใจตลอดเวลาว่า…จริงๆแล้ว ฉันจะเกิดมาเพื่ออะไรกัน!? เกิดมาเพื่อเจอกับ การ ดูหมิ่นเหยียดหยาม และเจอกับความอ้างว้าง อย่างนั้นเหรอ....

..........เมื่อผมอายุได้ 7ขวบ และมั่นใจแล้วว่า ผมเกิดมา แตกต่างจากชาย หญิงทั่วไป สิ่งแรกที่คิดเมื่ออายุเท่านั้นคือ...ชาตินี้คงต้องอยู่กับน้ำตาทั้งชีวิตแน่นอน ไม่น่าเชื่อนะครับ ที่เมื่ออายุนั้น ผมกลับมีความคิดไกลได้ขนาดนี้ มันเป็นสิ่งที่ฝังใจผมจนโต.....

.......... ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด สอนตัวเองอยู่ทุกวันว่า “อย่าคิดมีใครในชีวิตเลย เราน่ะเป็นแค่กระเทยที่สังคมรังเกียจ” ผมลองเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย มันก็เป็นไปไม่ได้ จะไปบอกใครก็ไม่ได้ บอกกับพ่อ แม่รึ! ไม่ได้เด็ดขาด ทุกคนไม่เข้าใจ...ทุกคนรังเกียจ ทำไมทุกคนต้องหัวเราะเยาะผมทุกที ที่เห็นผม ทำไม ทำไม!?? คำถามเหล่านี้หล่อหลอมให้ผมมองคนที่เป็นเกย์ ว่า เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ผมเกลียดตัวเอง เคยชอบผู้ชายคนหนึ่งเมื่ออายุ 15 แต่ทุกคน มองว่าผมทำในสิ่งที่ น่าขยะแขยง ส่วนผู้ชายคนนั้นเค้าก็ เกลียดขี้หน้าผม....ผมอายมาก ผมอยากจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาที่เกิดมาเป็นอย่างนี้..... คุณรู้มั้ย ก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำอะไรลงไปนั้น ผมคิดถึงพ่อ คนที่ไม่เคยรักผมเลย แม่ที่คอยห่วงหน้าตา ในสังคมญาติ ผมรักพวกเค้า แม้ว่า เค้าไม่เคยจะเข้าไปถึงหัวใจผมเลยสักครั้ง

ชีวิตใหม่
..........
และเมื่อเลื่อนชั้นขึ้น ม.4 ( อ้อ....รร.ผมเป็นรร.ชายล้วน ที่ค่อนข้างไฮโซอยู่บ้าง ) ผมได้พบผู้ชายคนหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตของผม เค้าเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตา ฐานะ นิสัย และสมอง คุณรู้มั้ย ผมไม่เคยคิดถึงผู้ชายที่มีความสมบูรณ์ เช่นนี้มาก่อน เพื่อนของผมชอบเค้า โทร.หาทุกวัน เพื่อนผมเขาชอบ เอ (ชื่อแฟนผม) มาก...ก...ก แต่เพราะ เอเค้า เป็นผู้ชายทั้งแท่ง เขาจึงรังเกียจชาวเรามาก เอเลยทำท่าทีรังเกียจเพื่อนผม ประกอบกับเอก็มีแฟนแล้ว เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากกก....ก... แต่เมื่อเพื่อนมาขอคำปรึกษาผม ผมเลยต้องทำหน้าที่ แม่สื่อช่วยเพื่อน แต่ใจจริง ผมเกลียด เอ ยิ่งกว่าอะไรซะอีก คนอะไรไม่รู้ ดีไปซะทุกอย่าง หน้าหมั่นไส้! แต่ก็ต้องช่วยเพื่อนนี่นา...เรามันเป็นคนใจอ่อน เฮ้อ.......

.......... แทนที่เพื่อนเราจะสมหวังในรัก กลายเป็นว่าเค้าขอเลิกกับแฟนเค้า เพื่อมาเป็นแฟนผม!!?? ผมแปลกใจ ดีใจ สลับกับงง ผมสับสนมาก!!!!! รวมทั้งสงสารผู้หญิงที่เป็นแฟนเค้าด้วย เราเคยคุยกัน เธอบอกผมว่า เธอรักเอมาก ไม่อยากเสียเค้าไป ผมกับแฟนของเอ เคยแอบ ไปเที่ยวเพื่อทำความรู้จักกัน เมื่อผมรู้จักกับ แฟนของเอ มันยิ่งทำให้ผม ไม่อยากให้เค้าเลิกกัน ผมทำทุกอย่างให้ ทั้ง2 กลับมารักกัน เหมือนอย่างเดิม ผมนั่งร้องไห้ เสียใจ ที่ตัวเองกำลังจะได้ สิ่งที่ผมรอมาทั้งชีวิต แต่ผมกลับ ยอมเป็นคนแพ้ ปล่อยเค้าไป ผมบอกตัวเองว่า เราน่าจะดีใจนะ ที่อย่างน้อย ก็เคยมีคนชอบเรา แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นแฟนกันก็ตาม...... แต่ คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาไหมล่ะ สุดท้าย เอ ขอเลิกกับแฟนเค้า และบอกผมว่าอย่าทำอะไรอีกเลย เค้ารักผม และไม่อาจจะมีใครในหัวใจได้ ถ้าคนนั้นไม่ใช่ผม ไม่น่าเชื่อเลย ที่คนอย่างผมจะได้รางวัลจากฟ้า......มันไม่คู่ควรกับผมเลยจริงๆ.....ผมบอกกับตัวเองอย่างนี้ทุกวัน
...... แต่ เอเค้าบอกว่า “คุณนั่นแหละ คือสิ่งที่ผมไม่คู่ควร คุณดีเกินกว่าที่ผมจะเอื้อมถึง”

..........ผมรักเค้ามาก เค้าก็รักผมมาก เรารักกันและเราจะไม่มีวันจากกันแม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เค้าจะปกป้องผม ไม่ยอมปล่อยผมไปกับผู้ชายคนอื่น เค้าจะไม่นอกใจ จะรักและซื่อสัตย์ต่อกันจนวันตาย

.......... เอทำตามคำสัญญาทุกอย่างจริงๆ นอกจากจะรักแล้ว เขายังให้เกียรติผม อย่างที่ผู้ชายกระทำต่อหญิงสาว ทั้งที่ผมไม่คู่ควรเลยแม้แต่น้อย(ยังยืนยัน) เราถูกจับตามองจากคนทั้งรร. ทุกคนรอที่จะซ้ำเติมผม แต่เราไม่ยอมแพ้ เราบอกกันว่า เราจะไม่ยอมคบกันแล้วการเรียนตกต่ำลงให้ใครๆซ้ำเติมอีก เพื่อนที่เค้าเคยคบ ก็ไม่คบเออีกเลย เราเหลือกันแค่ 2 คนบนโลกแล้วจริงๆ เพื่อนเค้าเกลียดผมมาก แฟนเก่าของเอ เค้าไปบอกเพื่อนของเอว่า ผมทำให้เค้าทั้งคู่ต้องเลิกคบกัน ผมกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจยิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามเราทั้งคู่ ช่วยกันเรียน จนกระทั่งทุกคนต่างยอมรับ และยกย่องว่าเรา ไม่เหลวแหลกอย่างที่เค้าคาดกัน

วันแห่งความรักและความทรงจำ
..........
ความรักของเราไม่ได้โด่งดัง แค่ในรร. แม้แต่เด็กรร.อื่นก็รู้จัก แม้แต่พนักงานร้านอาหารที่เราไปกินกัน เขาก็พูดถึง (ทั้งๆที่เราไม่ได้แสดงออกให้ใครมองเลย แต่คงเป็นเพราะ เอ เป็นผู้ชายที่เด่น และบวกกับความน่าเกลียดของผมก็เป็นได้ จึงทำให้เราทั้งคู่เป็นเป้าสายตาอยู่เสมอ) เพื่อนของผมมักจะมาเล่าอยู่เรื่อยว่า เด็กผู้หญิงรร.โน้น รร.นี้ เคยเห็น ผมกับเอ เดินด้วยกัน แม้แต่เด็กมหาลัย ก็ยังเคย...... ตรงนี้มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีเลย มันกลับเป็นความกลัว กลัวที่รักของผม จะทิ้งผมไป......

.......... เอ ย้ำ ความรัก และความเชื่อมั่นให้ผมอยู่ทุกวัน วันนึง เป็นวันที่เราทั้งคู่กำลังจะกลับบ้าน มันเป็นเวลา 2ทุ่มได้ เราเดินผ่านป้ายรถเมล์ แห่งหนึ่ง มีคนนั่งอยู่เต็มเลย ผมเป็นคนที่ซุ่มซ่ามมาก เค้ารู้ดี และห่วงว่าผมจะ เดินสะดุดได้ เพราะแสงไฟจากป้ายรถเมล์ มันส่องไม่ถึงพื้น เอจึงเอื้อมมือมา จับมือผมเดินผ่านหน้าป้ายนั้น ผมอายมาก เพราะเราทั้งคู่ต่างใส่ชุดนักเรียนชาย เอ จูงมือผมฝ่าฝูงชน โดยที่เค้าไม่อายแม้สักนิด ผมถามเอ ว่า “คุณไม่อายรึไง คุณรู้มั้ยว่า ป๊อกอายมาก เดินก้มหน้าตลอดเลย” เค้าตอบว่า “ไม่เลยจ๊ะ ที่รัก ผมห่วงคุณมากกว่า” เราตัดสินใจ เดินเข้าไปในซอยหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า ไม่อยากเดินสูดควันรถ แต่จริงๆแล้วเราทั้งคู่ยังไม่อยากกลับ อยากเดินอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด ขณะที่เดินในซอยนั้น เอ ก็ยื่นหน้าเข้ามาหอมที่แก้มผม เค้าบอกว่า ผมเป็นคนที่เค้าไม่เคยพบมาก่อน นอกจากจะสวยที่สุดแล้ว ผมยังน่าหลงใหลที่สุดด้วย (ถึงตรงนี้ อย่าเพิ่ง อ้วกกันนะครับ จริงๆแล้วตอนนั้นผมก็แทบแหวะออกมาเหมือนกัน) เราทั้งคู่ให้เวลาแก่กันและกัน วันละ 24 ชม.เลย ไม่ว่าที่รร. ที่เรียนพิเศษ ที่ร้านอาหาร ที่บ้านเราก็โทร. คุยกันทุกคืน แม้แต่ก่อนนอนเราก็สัญญากันว่าจะเจอกันในฝัน(มันเหมือนกับในนิยายเลยครับ)

.......... วันสำคัญของเราทั้งคู่คือวันChristmas Eve วันนั้นรร. เราถือเป็นวันหยุด เอ นัดผมให้ไปที่บ้านเค้า เพราะไม่มีใครอยู่บ้าน เรามีความสุขกันมาก เรากอดกัน เค้าบอกรักผม สัญญาว่าจะมีกันและกันแม้ว่า จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตก็ตาม เค้ากอดผมแน่นและร้องไห้ออกมา เค้าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากผมไป เค้าจะยอมแลกด้วยชีวิต ผมตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะร้องไห้เพราะผม ผมไม่คู่ควรเลยกับคนดีๆเช่นนี้ เราจูบกัน เค้าขอ....จะมีอะไรกับผม ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกของเราสองคน เราต่างก็ไม่ประสีประสากับเรื่องอย่างว่าเลยจริงๆ ก่อนที่ผมจะกลับบ้าน เอ ก็ร้องไห้ บอกว่าเค้าไม่อยากให้ผมกลับ เค้าคงไม่กล้าอยู่ในห้องนอนคนเดียว เค้าบอกว่า คืนนี้เค้าคงไม่กล้านอน ในห้องนี้ ถ้ามันไม่มีผม วันนั้นเค้าออกมาส่งผม เมื่อตอนที่ผมต้องเข้าบ้าน เอมองผม น้ำตาคลอเบ้า (อ่านแล้วมันเหมือนกับว่า จะจากกันไกล แต่คุณรู้ไหม ว่า ตอนนั้นจริงๆ เรารู้สึกว่าเราไม่อาจจะแยกกันได้อีกแล้ว อยากอยู่ด้วยกันทุกๆลมหายใจ...)

แต่งงาน
..........
เอ มีกิจกรรมที่ต้องทำของรร. เค้ามีแหวนอยู่ 1 วงที่เค้าเพิ่งได้จากคุณพ่อมา (เค้าอยากได้แหวนทองเกลี้ยง เค้าบอกว่ามันสวยดี ไม่มีลวดลาย) เอ กลัวว่า แหวนวงนี้มันจะบุบ เพราะกระแทกกับเหล็กตอนทำกิจกรรม เค้าเรียกผมไปหา และบอกว่า ขอให้ผมเก็บแหวนนี้ให้หน่อย ไม่ใช่ แหวนหมั้นนะ แล้วจะขอคืน ช่วยใส่ไว้ก่อน ผมมองหน้าเค้า และเอาแหวนนั้นสวมไว้ที่นิ้วนาง ข้างซ้าย (กะว่าจะล้อเล่น แล้วบอกว่า เอาไปเหอะ ป๊อกไม่รับหมั้นคุณหรอก ) แต่เมื่อมองหน้าเค้าอีกที เค้ายิ้ม จนผมไม่อยากจะล้อเล่นอย่างที่คิดไว้ในใจ

เมื่อผ่านไป ผมถามเค้าว่า “เมื่อไรจะเอาแหวนคืน เดี๋ยวคุณพ่อของคุณก็สงสัยหรอก”

เอ บอกผมว่า “ ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็บอกว่าหาย ก็แค่นั้น .. คุณใส่ไว้เถอะ ผมยังไม่อยากได้คืน”

..........แหวนวงนั้นเลยอยู่กับผม จนวันหนึ่งที่เรานอนคุยกันบนห้องนอนของเค้า เราคุยกันสารพัดเรื่องเลยจริงๆ แล้วเค้าก็บอกว่า “เอามือคุณมาที”
ผมยื่นมือ(ขวา) ให้อย่าง งงๆ เค้าบอกว่า ไม่ใช่ เอามือซ้าย ผมจึงเปลี่ยนมือยื่นไป เค้ามองหน้าผม แล้วดึงเอาแหวนนั้นออก ผมมองเค้าด้วยความสงสัย ในใจคิดว่าเค้าคงไม่ต้องการฝากแหวนแล้ว ในใจลึกๆ รู้สึกน้อยใจอย่างไร้เหตุผล

..........แต่เค้าก็เหมือนดักถูก พูดว่า “ไม่ใช่นะ แค่ เอ อยากถามคุณว่า คุณยินดีจะแต่งงานกับผมมั้ย” ตอนนี้ผมงงไปหมด แต่ยังนึกถึงความเป็นจริงจึงตอบออกไปว่า “มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ เพราะคุณเป็นคนปกติ อย่าเอาชีวิตมาทิ้งกับคนอย่างป๊อกเลย” (ฟังดูนางเอกมากเลย) เมื่อผมพูดไปอย่างนั้น เอ ถึงกับร้องไห้ ทำเอาผมงงหนักขึ้นไปอีก เค้าจึงบอกผมว่า “คุณจำไม่ได้แล้วหรือไง ว่าเราจะรักกันตลอดไป คุณจำคำที่เราพูดกันก่อนนอนได้มั้ย ว่า ผมรักคุณ และคุณก็รักผม เราจะแต่งงานกันไง ให้ผม แต่งงานกับคุณเถอะนะ เราจะไปอยู่เมืองนอกด้วยกัน ไปจดทะเบียนกันที่นั่น…….” เค้าดึงมือผมไป สวมแหวนวงเดิมคืน เรามองตากัน เอ พูดบอกกับผมว่า “นับจากวันนี้เราแต่งงานกันแล้ว คุณรอก่อนนะ เมื่อถึงวันหนึ่งผมจะหาแหวนมาเปลี่ยนให้”

.......... ตั้งแต่นั้นมา เอ เรียกผมว่า ภรรยา มาตลอด เค้าดีกับผมมาก หลังจากเรียนที่รร.เสร็จ เราต้องไปเรียนพิเศษ ด้วยกัน บางวันกว่าจะเรียนพิเศษเสร็จ ก็ 4 ทุ่มแล้ว เค้ายังไปส่งผมที่บ้าน (ตอนนั้น เอยังไม่ขับรถ) เรานั่งรถเมล์กลับด้วยกัน ถึงบ้านผมก็ 5 ทุ่ม แล้วเค้าถึงจะเรียก แท็กซี่กลับบ้านเค้า เค้าเทค ผมดีมาตลอด เราเคยทะเลาะกันหลายต่อหลายเรื่อง เมื่อตอนเรียน ม. ปลาย จะมีวิชา ว่ายน้ำ เอ รู้ว่า ผมว่ายน้ำ ไม่เป็น ผมจึงต้องเข้าเรียนวิชานี้ แล้วผมต้องสงสัยทุกทีที่ มีวิชานี้ เค้าจะไม่ยอมเข้าเรียน และจะ มีอารมณ์ ไม่ดีตลอด บางวันเค้าแอบหนีไปสูบบุหรี่ เค้าบอกว่า เครียด มาก ผมจึงคอย ถามตลอดว่า ทำไม ล่ะ ทำไม ต้องทำอย่างนี้ คุณเป็นอะไร ทำไมต้องสูบบุหรี่ คุณไม่รักป๊อกแล้วรึไง เค้ายิ่งโมโห ตะคอกใส่ผม บอกกับผมว่า “ก็หึงไงล่ะ ทำไมไอ้รร.นี้มันต้อง มีวิชานี้ด้วย ผมไม่อยากให้คุณต้องเรียนมัน ผมหึง !! ผมไม่อยากให้ป๊อก ต้องลงสระ ร่วมกับคนอื่น..” ผมพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่คิดว่า สาเหตุ ของเค้าจะเป็นเรื่องนี้ ผมพูดอะไรไม่ได้เลย ได้แต่บอกขอโทษ ขอโทษ ป๊อกไม่รู้เลยจริงๆ เอ ไม่รับฟังมันเลย เค้า ยังยืนยันว่า ตราบใดที่ผม ยังเรียนวิชานี้ เค้าก็ไม่อาจจะ เป็นปกติได้ วันไหนที่ผมต้องเข้าเรียนวิชานี้ เค้าจะ อารมณ์เสียทุกครั้ง

.......... ผมเคยขอร้องให้เอ เลิกสูบบุหรี่ แต่เอ บอกว่า แฟนเก่าเค้า ก็เคยขออย่างนี้ แต่เค้า ทำมันไม่ได้จริงๆ เค้าชอบบุหรี่ (ทั้งที่ คนทั่วไป ไม่มีใครรู้เลย ว่าเอ สูบบุหรี่ เพื่อนเค้าบางคนเมื่อรู้ถึงกับงง เลยทีเดียว) ผมจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้น เมื่อเอ สูบ ป๊อกก็จะสูบด้วย เค้าจึงสัญญาว่า เค้าจะเลิกมัน ถ้าสูบเมื่อไหร่ จะบอกผม ทันที และเค้าก็เลิกมันได้ ในที่สุด

.......... เค้าเคยโกรธผมมาก จำไม่ได้แล้วล่ะว่าเรื่องอะไร แต่คงไม่พ้นเรื่องหึงหวงของเค้านั่นแหละ (อย่าเพิ่งเข้าใจว่า ผมเจ้าชู้นะ ครับ ผมว่า เอ นั่นแหละ ที่คิดมากเอง ใครจะกล้าไปมีคนอื่ล่ะ หึงออกอย่างนั้น ผมก็กลัวตายเป็นนะ ) เอ โมโห ผมมาก ไม่ว่าจะอธิบายเท่าไหร่ เค้าก็ไม่ฟัง เค้าผลักผม แรงมาก จน ไปกระแทกกับกำแพง (เจ็บมาก....ก... ) ผมอึ้งมากที่เค้าทำอย่างนี้กับผม แต่ตัวเค้าเองดกลับตกใจกว่า เค้าร้องไห้ (อีกแล้ว) บอกว่า เค้าขอโทษ เค้าไม่ตั้งใจ จะทำรุนแรงอย่างนี้ เค้าไม่กล้าแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ .........เฮ้อ.......เค้าช่างน่ารักอะไรอย่างนี้นะ ผมบอกตัวเองว่า นี่แหละคือผู้ชายที่ผม จะมอบชีวิตให้ ไม่ว่า วันนี้หรืออีกนานเท่าไรก็ตาม ผมช่างโชคดี เหลือเกิน ผม ไม่น่าจะได้ในสิ่งที่ดีเช่นนี้เลย ผมรักเค้ามาก ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ

เหมือนหมดสิ้นทุกอย่าง
..........
เราคบกันจนกระทั่งเราทั้งคู่เรียนจบ แล้ว สอบเอ็นทรานซ์ เราทั้งคู่ได้เรียนในมหาลัยเดียวกัน เอ กลายเป็นคนที่เด่นมาก เค้ามีกิจกรรมมากมาย จนผมรู้สึกน้อยใจ แต่ก็พยายามเข้าใจเค้า เราคบกันอย่างเงียบๆ ผมไม่อยากให้เค้าต้องเสียชื่อเสียง เราต้องคุยกันผ่านมือถือ แม้ว่าจะอยู่ใกล้กันก็ตาม วันหนึ่งผมเดินเล่นอยู่ในห้างแห่งนึง เห็นตุ๊กตาตัวเล็กๆ น่ารักมาก ตัวหนึ่ง อยากซื้อเก็บให้เค้า จึงโทร.ไปบอกให้เค้ามาเอาไป เค้าบอกว่าติดกิจกรรมอยู่เดี๋ยวจะรีบไป แต่แล้วผมต้องรอเค้า นานถึง 5 ชม. ผมโกรธเค้ามาก และตั้งใจว่าอีก 5 นาทีถ้าไม่มา จะกลับบ้านแล้ว ผมยืนรอเค้าที่หน้าห้าง เมื่อผมกำลังจะกลับ ผมเห็นเค้าวิ่งมาหา เหงื่อเต็มตัวเลย เค้าบอกว่า วันนี้รถติดมาก ไม่มีรถสักคัน เค้าเลยตัดสินใจวิ่งมาจากมหาลัย เท่านั้นแหละครับ ความโกรธที่มี หายไปจนหมด ความที่เราคบกันมา 3 ปีทำให้ผมแน่ใจว่าเค้าไม่โกหกแน่นอน แต่เมื่อนานเข้า เค้าเริ่มเปลี่ยนไป ผมได้ยินข่าวว่า เค้ามีแฟนผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเค้าก็บอกผมเหมือนกันว่ามีข่าวอย่างนี้ ผมเชื่อใจเอ ทุกอย่าง มั่นใจว่าที่รักของผม ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ผมเริ่มแปลกใจมากขึ้นเมื่อเค้าบอกผมว่า มีผู้หญิงคนนึงที่เค้าคิดว่าอยากให้ผมรู้จัก และวันที่ผม ต้องประหลาดใจมาก คือ เอ บอกว่า ขอเวลา แป๊บนึง เพราะต้องขับรถไปส่งเพื่อนคนนั้น ผมงง มาก โกรธมาก หึงเค้ามาก แต่ก็ต้องยอม วันต่อมาเอ ต้องโดดเรียน ขับรถไปกินข้าวกับคนนั้นอีก ในบางวันผมมองเห็นรถของเอ ขับผ่านหน้าบ้านผม โดยที่มีใครคนนึงซึ่งผมรู้ดี ว่า เค้าคนนี้เป็นคนที่กำลังจะมาแทนที่ผม คุณรู้มั้ยว่า ถึงตอนนั้นผมชาไปทั้งตัว แต่เพราะ ยังรัก และเชื่อใจเค้า จึงยอม..... ในใจผมรับรู้ความผิดปกติแล้ว แต่จะเป็นเพราะเชื่อใจ หรือ ตัวผมรับมันไม่ได้ก็ไม่รู้ ยังทำเหมือนว่าเรายังรักกัน

.......... สุดท้าย ทุกอย่างก็ต้องจบลง ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า คนที่ผมไว้ใจที่สุด คนที่เป็นเหมือนร่างกายของผมครึ่งหนึ่ง กำลังทรยศผม เอพูดกับผมว่า เค้ามี พ่อ มีแม่ มีครอบครัว เค้าต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เค้าไม่อยากให้ภรรยาในอนาคตเค้าต้องเสียใจ เค้ามีสังคม เค้าไม่อยากอยู่ในมุมมืดๆอีกต่อไป แล้วสักวันป๊อกจะพบกับผู้ชายสักคนที่ดี และเข้มแข็งกว่าเค้า................

.......... ผมเสียใจกับสิ่งเกิดกับชีวิตผม ผมโทษทุกอย่างที่ทำให้ผมเกิดมา บนโลกนี้ ผมอยากฆ่าตัวตาย ผมไม่เหลืออะไรอีก ผมไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยแม้แต่ชีวิตผม มันเป็นของเอ ทุกอย่าง 4ปี ที่เราอยู่ด้วยกัน มีอะไรมากมาย เกินกว่าที่ใครสักคนจะเข้าใจได้ เรารักกัน ทะเลาะกัน ผ่านวันที่แย่มามากมาย เราช่วยกันแก้ปัญหาที่ไม่มีใครเข้าใจ เราเก็บความลับของชีวิตไว้ แล้ววันนี้ทุกอย่างหายไปจนหมด!! ผมอยากให้ทุกอย่างที่คุณอ่านทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่ผมแต่งขึ้น เพื่อให้คุณอ่านเพลินๆ ไม่อยากให้มันเป็นความจริง วันนี้ผมแน่ใจแล้วว่า ผมไม่อาจจะรักใครได้อีกต่อไป ผมไม่สามารถถอดแหวนที่เอ ให้ได้ เพราะวันที่เค้าสวมมันลงไป เค้าใส่คำดีๆมากมายไปพร้อมกัน ผมไม่อาจทำลายความสวยงามของวันวานได้เลย

.......... ตั้งแต่วันที่เอ จากไป มีคนมากมายที่เข้ามาในชีวิตผม แต่ไม่เคยมีใครเลยที่ผมจะเปิดใจรับเค้าเข้ามา นี่ก็ครบ 1 ปี ที่เราจบกัน ทุกเวลาผมยังไม่เคยลืมเค้าได้เลย ของทุกชิ้นที่เอให้ ผมส่งมันคืนไปให้เค้าจนหมด ผมไม่สามารถ เก็บไว้ต่อไปได้ เพราะมันทำให้ผมร้องไห้ทุกกทีที่เห็นมัน เอ คุณจำได้มั้ยว่าคุณเคยกอดคนคนนี้แน่นและบอกว่าเราจะไม่พรากจากกัน

.......... ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้มาเล่าเรื่องเศร้านะ ครับ แต่ผมอยากแชร์สิ่งที่ผมเจอะเจอมาให้ได้รู้ก็เท่านั้น เพราะผมได้อ่านเรื่องดีๆ ข้อคิดดีๆ จาก web นี้ เลยอยากเอาเรื่องของผม มาเล่าบ้าง เผื่อว่า คนอื่นจะได้ข้อคิด อะไรบ้างไม่มาก ก็น้อย จากเรื่องของผมบ้าง เท่านั้นเองจริงๆ



Go Back (กลับหน้าแรก)