Lesbian love story

โดย cezanne@lovemail.com
ครับ...เรื่องเล่าของนาย ซี ... ผมขอเรียกตัวเองว่า ซี ..ผมมีความรู้สึกอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผม อยากให้คนอื่นได้รับรู้ ถึงส่วนหนึ่งในชีวิตของผม จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ก็ลองอ่านไปเรื่อยๆ นะครับ... เอาล่ะครับ เริ่มเรื่องเลยนะครับบ ผมนายซี เป็นผู้ชายที่หน้าตาธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น ผมผิวขาว สูง ใส่แว่นตาเล็กๆๆ เรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมดาๆ แห่งหนึ่งง ตอนที่ผมอยู่ปี 1 นั้น ผมได้มีโอกาสพบเพื่อนใหม่ๆ หลายบุคลิก หลากหลายนิสัย (แน่นอนต้องไม่ค่อยเหมือนคนส่วนใหญ่ ตามลักษณะเด็ก 'ติสท์)) แต่ผมนั้นก็ดูจะแสนธรรมดาๆ ไม่ได้แต่งตัวแปลกๆ อะไร ผมเหมือนเด็กคณะสังคมฯ มากกว่ามั้ง
แต่ผมนั้นก็ดูจะแสนธรรมดาๆ ไม่ได้แต่งตัวแปลกๆ อะไร ผมเหมือนเด็กคณะสังคมฯ มากกว่ามั้งง ผมได้รู้จักเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อของเธอคือ บี ..บีนั้นเป็นผู้หญิงที่ไว้ผมซอยสั้น ผิวขาว หน้าตาไม่ได้สวยแบบเดินผ่านแล้วต้องเหลียวหลัง ใครเห็นบีจะพูดว่า "น่ารัก" หรือ "เปรี้ยว" ซะมากกว่าสวย แต่บีมีบุคลิกที่ดี ที่ทำให้คนชอบมอง บีชอบใส่กระโปรงสั้นสีดำ รองเท้าส้นสูง เรียกว่าแต่งตัวเนี้ยบ แต่งแต่หัวจรดเท้า...แน่นอนบี ดูเหมือนเด็กคณะมนุษยฯ มากกว่าศิลปกรรมฯ.. แต่กระนั้นบีก็มีลักษณะแปลกๆ (ตามนิสัยเด็ก 'ติสท์) คือเธอไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครมากนัก ไม่ทำกิจกรรม (ถ้าไม่โดนบังคับ) และถึงแม้จะไม่ใช่คนโวยวาย แต่ก็ไม่มีขาโจ๋ที่ไหนกล้ากวนเธอ เรียกว่ามีบุคลิกที่ขรึมๆ เ?ยๆ จนคนกลัว ผมก็กลัวเธอนะในตอนแรก แต่ผมเป็นคนคุยได้กับทุกคน ผมก็คุยกับเธอ ผมจึงได้รู้ว่าเธอยิ้มง่าย ตลก และจริงๆ ก็ขี้อาย ผมมีความรู้สึกชอบเธอ นึกๆ ว่าจะจีบดีมั้ย แต่อะไรบางอย่างบอกผมให้ อืม..อย่าเพิ่งเลย เป็นเพื่อนอย่างนี้ก็ดีนะ ถึงผมจะคุยได้กับบี แต่ผมก็ไม่ใช่เพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอ บีก็ยังคงไม่ค่อยยุ่งกับใคร บางคนพูดว่า "เธอคงเข้าไม่ได้กับเด็กศิลปกรรมฯ ก็ดูเธอแต่งตัวสิ คุณหนู๊ คุณหนู แต่ดันไม่เห็นสังคมกับใครเลยนะ"" แต่ก็นั่นแหละ ทั้งหมดก็คือ บี
ตึกคณะศิลปกรรมฯ นั้น อยู่ใกล้กันกับตึกของคณะมนุษยฯ เมื่อผมอยู่ปี 2 นั้น ผมได้มีโอกาสรู้จักกับ "เอ" สาวน้อยคณะมนุษยฯ ปี 1 เพราะเด็กมนุษยฯ ปี 2 ขอร้องให้เด็กศิลปกรรมฯ มาช่วยทำ?ากละครเวทีให้ "เอ" นั้นเป็นผู้หญิงที่ใครๆ เห็นก็บอกว่า น่ารัก ใสๆ บางคนก็บอกสวย เธอมีผมยาว บางทีก็ใส่กระโปรงสั้น แต่ไม่สั้นมาก แต่ผมเห็นเธอใส่กระโปรงยาวซะส่วนใหญ่ เธอเป็นคนร่าเริง มีเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ ทำกิจกรรมทุกอย่างที่ขวางหน้า นั่นเองทำให้ผมรู้จักเออ ผมก็มีความรู้สึกชอบเอ อย่างบอกไม่ถูก ผมชอบคุยกับเธอ แต่ก็คุยเรื่องทั่วๆ ไป ก็เพราะผมคุยได้ทุกเรื่องนี่นะ คุณๆ อาจจะคิดว่าผมนี่เป็นคนบ้าผู้หญิงหรือเปล่า ผมมีเพื่อนผู้หญิงเยอะพอๆ กับผู้ชายนะครับ เป็นเพื่อนก็เพื่อนครับ ผมคบผู้หญิงเป็นเพื่อนได้ โดยผมไม่จีบเค้าหรอกนะครับบ
วันเวลาผ่านไป ขณะที่ผมกำลังคุยกับบี เรื่องอะไรนั้น จำไม่ค่อยได้ แต่เรื่องนั้นมันทำให้บี บอกกับผมว่า "เออ ซีรู้มั้ย ว่าเราน่ะชอบผู้หญิงนะ ชอบแบบรักได้น่ะ" พูดแล้วบีก็ยิ้มๆ ด้วยความที่บี เป็นคนมั่นใจในตัวเอง คงทำให้เธอเปิดเผยออกมา คุณๆ อาจจะคิดว่าบีเป็นทอมเหรอ ผมว่าถ้าเธอเป็นทอม วงการทอมคงแตกตื่น ไม่หรอกครับเธอไม่ใช่ทอม ไม่ได้มีความอยากจะเป็นผู้ชายเลย เราคุยกันนานมาก เธอบอกผมว่า ไม่จำเป็นหรอกที่ต้องมีคนหนึ่งเป็นทอม อีกคนเป็นดี้ ไม่จำเป็นต้องมีใครทำตัวแมน อีกคนทำตัวอ่อนหวาน เธอบอกว่าเธอก็ไม่ได้อยากจะเป็นผู้ชาย เธอก็ชอบเป็นผู้หญิงดี แต่เธอรู้ว่าเธอต้องการอะไร ชอบอะไร เธอบอกว่า เธอเห็นผมเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ เธอก็เลยบอกผม ...ครับ ผมคิดว่าผมเป็นคนเปิดกว้าง เข้าใจง่าย อาจจะเป็นเพราะเรื่องแบบนี้ คือ ผมก็มีเพื่อนเป็นเกย์น่ะครับ มันเรียนวิศวะ ไม่ได้แต๋วนะครับเพื่อนผม แฟนมันก็ออกจะแมน มันก็เคยบอกผมว่า มึงน่ะเพื่อนกู กูเลยไม่มีอะไรอยากปิดบัง มันก็เลยบอกมันเป็นเกย์ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ผมรังเกียจครับ ก็เพื่อนกันนี่ครับ เรื่องความรักของเพื่อน ผมไม่สนอยู่แล้ว ผมแค่ชอบนิสัยมัน ทำให้เราเป็นเพื่อนกัน ผมก็มีเพื่อนที่ติสท์มากที่ชอบกินเหล้า เที่ยว ซึ่งก็เป็นเพื่อนผม จะเป็นเกย์ไม่เป็น ผมไม่สนน่ะครับ ผมไม่เลือกคบเพื่อนน่ะครับ ..โอเค นั่นก็คือวันที่บีบอกผมว่า เธอชอบผู้หญิง เธอก็เคยลองมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่เธอก็ขอเลิกกับเค้า เธอก็บอกเค้าไปตรงๆ ว่าเธอรู้ใจตัวเองแล้วว่าไม่ชอบผู้ชาย ปัจจุบันแฟนเก่าเธอ ก็ยังเป็นเพื่อนเธออยู่
วันเวลาผ่านไปอีกหลายเดือน วันหนึ่งผมได้มีโอกาสอยู่กับเอ สองคนที่โต๊ะนั่งคณะมนุษยฯ เอถามผมว่า ผมสนิทกับบีมากมั้ย ผมก็บอกว่า ก็ไม่มากหรอก แต่เราก็เป็นเพื่อนกัน คุยได้ทุกเรื่องน่ะะ เอก็บอกว่า "พี่ซี ..เอน่ะ ชอบพี่บีมากๆ เลย ชอบมากๆ น่ะพี่เข้าใจมั้ย เอชอบมองพี่บีมากเลย พี่เค้าเป็นคนยังไงเหรอคะ เออยากรู้.." ผมก็ค่อนข้าง งง นะ แต่ผมก็ตอบคำถามเธอทุกอย่างที่ผมพอจะตอบได้เกี่ยวกับบี ผมก็คิดว่าอืม เอ คงชอบบีเหมือนพวกผู้หญิงที่ชอบรุ่นพี่ผู้หญิงมั้ง แต่ เอ มาจากโรงเรียนสห เธอไม่เคยเรียนโรงเรียนหญิงล้วนเลย (เช่นเดียวกันกับบี) ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายย
บีบอกผมว่า เนี่ย มีผู้หญิงที่ทำงานโฆษณามาจีบเธอ (ตอนเธอไปฝึกงาน) ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้เป็นทอมหรอก ออกจะเป็นผู้หญิงมั่นๆ working woman น่ะแหล่ะ อายุ 35 แล้ว ...บีกำลังคิดว่าจะลองคบดูดีมั้ย ผมก็บอกบี ว่า แล้วบีชอบเค้ามากๆ เหรอ บีบอกว่า ก็อืม ไม่ได้แบบรักม๊ากก มาก หรอก แต่เค้าก็ดีน่ะ มันทำให้ผม?ุกคิดถึงเรื่องที่เอ สารภาพกับผมเมื่อหลายเดือนก่อนน
ตอนนั้นในหัวของผมคิด "อืม เราจะแนะนำให้บีรู้จักกับเอ ดีมั้ย...ผมก็ชอบเอด้วย...ถ้าผมไม่แนะนำให้รู้จัก นานๆ ไป เอ อาจจะหันมาชอบผมบ้างก็ได้นะ..." ผมคิดไปมาจนปวดหัว แล้วบีก็ถามผมว่าเป็นอะไรดูท่าทางไม่สบาย...ผมเลยมองหน้าบี บีก็เพื่อนผม ผมก็ชอบเธอมาก เธอเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่กระแดะ จริงใจเท่ากับพวกเพื่อนผู้ชายของผมน่ะแหละ เธอมีอะไรก็ช่วยผมเสมอ ออกจะอ่อนหวานกับผม ไม่โหดเหมือนพวกผู้หญิงทั่วไปในคณะผม (ฮ่าๆ)) ผมจึงตัดสินใจได้ ผมถามบีว่า "อืม บี รู้จักน้องเอ ที่อยู่คณะมนุษยฯ มั้ย" บีบอกว่า รู้จัก เธอบอกว่าเธอคิดว่าน้องเอ น่ารักมากๆ เลย แล้วเธอก็บอกว่า "ซี เธอจีบเอ อยู่ใช่มั้ยล่ะ น้องเค้าก็ชอบคุยกับเธอนี่นะ" ผมก็บอกบีว่า ไม่จริงหรอก ผมไม่ได้จีบ ผมแค่ชอบคุยด้วย แล้วจริงๆ น่ะ น้องเอ เค้าก็แอบชอบแกนะบี ไม่รู้เลยหรือไง (จะไปรู้ได้ไง ก็ผมเล่นไม่บอก) แกน่าจะไปลองคุยกับน้องเอ นะ
บีตกใจมาก แล้วก็ถามผมอยู่นั่นแหละ ว่าผมโกหกเธอ หรือเปล่า จนในที่สุด บี ก็ตัดสินใจไปหาเออ เย็นวันหนึ่ง บีเดินไปหาน้องเอ ซึ่งนั่งอยู่ที่ซุ้มคณะมนุษยฯ ผมมองดูอยู่ไกลๆ ผมกำลังเล่นบาสฯ กับเพื่อน แต่ก็แอบเชียร์ บี เพื่อนผมอยู่ในใจ (มองไปด้วย เล่นไปด้วยว่างั้นเถอะ)) ผมเห็นน้องเอ หน้าแดงมากๆ บีก็ยิ้มๆ คุยอะไรกันอยู่ตั้งนาน ดูมีความสุขมากๆๆ หลังจากวันนั้นบี ก็บอกผมว่า เธอชอบเอมาก แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ คบกันน
ครับ ณ วันนี้ เวลาผ่านมาพอสมควรแล้ว บี กับ เอ เป็นแฟนที่รักกันมาก บี ทำงานเป็น graphic designer ที่บริษัทแห่งหนึ่ง น้องเอ เป็นพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน (ground hostess) ที่สายการบินแห่งหนึ่งง ผมนายซี ขณะนี้นั่งคิดว่า การเกิดอะไรสักอย่างหนึ่ง มันต้องมีสาเหตุมาจากอย่างหนึ่ง ผมขอยกตัวอย่าง ผมได้รู้จักเพื่อนผม ที่เป็นเกย์ (เรียนวิศวะ) ทำให้ผมรู้และเข้าใจ และยอมรับ เมื่อบีเพื่อนผมมาบอกว่าเธอชอบผู้หญิง ผมไม่ได้รังเกียจเธอ ผมแนะนำเธอรู้จักกับเอ ซึ่งถ้าเพราะผมไม่เป็นคนคุยง่าย ผมก็จะไม่รู้จักเอ และไม่ทำให้ บีกับเอ มาเจอกัน ทุกอย่างมันมีเหตุผล เป็นลูกโซ่ ต่อๆ กันมา ทุกคนอาจจะเคยคิดว่า พวกเกย์ มีความสัมพันธ์ที่ไม่ยืนยาว คบๆ เดี๋ยวเลิก เป็นแฟชั่น ผมว่าไม่จริงครับ พวกที่คบกันยืนยาวก็มี คบกันไม่นานก็เหมือนหญิงและชาย ที่คบและเลิกได้เหมือนกันครับ บียังอยู่กับเอ และคงจะใช้ชีวิตด้วยกันตลอดไป (ผมหวัง) ส่วนเพื่อนผมที่เป็นเกย์ (ปัจจุบันเป็นวิศวกร บริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง) มันคบกับแฟนมันได้แค่ 3 ปี ก็เลิกกันไป มันบอกว่า ไปกันไม่ได้ หลายๆ อย่างทำให้เลิกกันดีกว่าา

อะแฮ่ม ส่วนผมนายซี ผมได้รู้จักแฟนผม คนนี้ที่รักมาก เพราะเอ ครับ เธอเป็นเพื่อนของเออ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะรักกันได้นะครับ แต่ก็นะ ผมรักแฟนผมมาก (เรื่องนี้เก็บไว้เล่าวันหลังนะครับ) และนี่คือตัวอย่างแห่งเหตุผลลูกโซ่ ว่า ถ้าผมไม่รู้จักเอและบี ผมจะได้เจอแฟนผมมั้ยเนี่ยย ผมเล่าเรื่องนี้ให้คุณๆ ฟัง เพราะผมอยากจะบอกว่า "การที่คุณอคติกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันอาจจะทำให้คุณพลาดสิ่ง ดีๆ ในชีวิตไปตั้งหลายอย่าง"" ใช้ชีวิตให้เรียบง่าย เข้าใจผู้อื่นมากๆ แล้วจะเป็นสุขนะครับบ

ครับจากผม นาย ซี Copy Writer ณ บริษัทโฆษณา แห่งหนึ่ง


Go Back