เจ็บทุกครั้งที่คิดถึงเธอ

โดย ใบสน

ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าจะต้องเขียนเรื่องราวเหล่านี้เพื่อเป็นการระบายความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผม มันทรมานมากครับ สำหรับผม แต่สำหรับเค้าคนนั้นช่างดูเค้ามีความสุขกับสิ่งที่เค้าทำ คำพูดที่เค้าบอกว่า "Please forget me" มันช่างดูง่ายดายมากสำหรับเค้าที่จะบอกให้ผมลืม


" ถ้าตัวเองเป็นแฟนเค้า ตัวเองจะรู้ว่าเค้ารักตัวเองแค่ไหน " คำพูดแรกที่เธอขอฉันเป็นแฟน
หลังจากที่เรารู้จักพูดคุยกันมานาน จนเริ่มพอที่จะรู้จักนิสัยกันบ้าง เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มันสร้างความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นกับฉันทุกครั้ง ทุกสัมผัสที่เธอเคยสัมผัสฉันมันทำให้ฉันได้รับความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ฉันยังจำได้ดีครั้งแรกที่เธอ เอามือมาลูบหลังฉันในวันที่ฉันไปรับเธอที่หมอชิต ฉันรู้สึกว่า อุณหภูมิในร่างกายของฉันมันเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด ฉันบอกเธอว่า ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เธอบอกฉันว่า " ทุกอย่างที่เค้าทำ เค้าทำด้วยใจ ที่อยากจะทำ ถ้าตัวเองรู้สึกอบอุ่นจริง เค้าจะรู้สึกดีมากที่ตัวเองรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ"

เธอคงลืมไปแล้วสินะ วันที่เธอมาเห็นต้นเฟิร์นข้าหลวงที่หน้าบ้านฉัน เธอถามฉันว่า "ตัวเอง ต้นนี้สวยดีอ่ะ ชื่ออะไรเหรอ เค้าอยากได้บ้าง เดี๋ยวตัวเองไปส่งเค้าซื้อที่ เจเจ นะ"
ฉันตอบเธอว่า " อ๋อ เฟิร์นข้าหลวงอ่ะ อยากได้เหรอ จะเอาไปปลูกที่ไหนล่ะ "
เธอบอกว่า " เค้าจะเอาไปตั้งในห้องน้ำอ่ะ จะได้สวยๆ"
ที่สวนจตุจักรวันนั้นหลังจากที่เราเดินกันได้ซักพัก ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก เธอทำให้ฉันรู้ว่าเธอรักฉันเหมือนที่เธอพูด เธอใส่เสื้อไปสองตัวในวันนั้นเธอถอดเสื้อเชิ้ตตัวข้างนอกออกแล้วเอามากางคลุมหัวของเราสองคน เพราะว่า ฝนตกแรงมากเลยทำให้ละอองฝนมันกระเด็นเข้ามาในหลังคาค่อนข้างแรง คนที่เดินก็เริ่มที่จะเข้ามาหลบฝนมากขึ้นจนฉันรู้สึกรำคาญที่คนค่อนข้างแน่น ฉันเลยเดินนำหน้าเธอออกไปประมาณ 4-5 ก้าว พอถึงตรงทางแยกที่ขาย แคคตัส เธอ โมโหฉันที่เดินออกจากเสื้อเชิ้ตที่เธอกางคลุมหัว เธอหยุดเดินแล้วตะโกนเรียกชื่อฉันและพูดว่า " จะรีบเดินไปไหน ไม่เห็นเหรอ ว่าฝนตก เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก น่าจะรู้ตัวนะว่าตัวเองชอบเป็นหวัดเวลาฝนตกแรงๆ " ฉันก็ไม่ได้โต้ตอบเธอได้แต่ยิ้ม พร้อมกับเดินไปหาเธอแล้วพูดว่า " เป็นห่วงเค้าเหรอ " แล้วเธอก็ทำหน้าตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อฉันแล้วก็บอกฉันอย่างอารมณ์เสียว่า "นี่ ถามออกมาได้ จะไม่ห่วงได้งัย เดี๋ยวก็เป็นไข้เดี๋ยวก็เป็นหวัด!" เธอคงไม่รู้หรอกนะว่าตอนนั้นฉันรักเธอมากขึ้นที่เธอเป็นห่วงฉัน เธอใส่ใจฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่า อย่างน้อยฉันยังมีเธอ เธอที่ดูแลฉันห่วงใยฉันตลอด


แล้ววันที่เราไปดูหนังด้วยกันที่ IMAX " Don't leave me ,darling " เธอบอกฉันพร้อมกับทำหน้าอ้อนฉัน
ฉันยังหัวเราะเธอ เพราะเธอ เอาคำพูดจากหนังมาล้อเล่นกะฉัน
ซึ่งฉันได้บอกเธอว่า " แหว่ะ น้ำเน่า เค้าไม่ใช่นางเอกนะ ทำเป็นมาพูดดี "
เธอหัวเราะแล้วบอกว่า " อ้าว .......ถ้าเค้าไม่พูดดีกะตัวเองเดี๋ยวตัวเองก็แอบมีคนอื่นน่ะสิ "
ฉันเลยบอกเธอว่า " เค้าไม่ได้เจ้าชู้ขนาดที่จะแล่นไปมีคนโน้นมีคนนี้ นะ ขอบอก "
เธอเลยพูดว่า " ขอบอกว่ารักเค้าล่ะสิ" แล้วเราก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข

ยังมีเรื่องราวอีกบางเรื่องที่ฉันเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดถึงเพราะฉันไม่อาจลืมมันได้ เมื่อ เธอจะไปต่างจังหวัด ฉันจะไปส่งเธอที่หมอชิตทุกครั้งแต่ก่อนไปเราจะไปเซ็นทรัลลาดพร้าว ฉันไม่เคยลืมว่า ตัวฉันเองชอบกินข้าวต้มตรงฟู้ดเซ็นเตอร์ที่ชั้น3 แล้วเธอก็จะกินกับฉันทุกครั้ง ทุกครั้งที่กินข้าวต้ม เราจะสั่งกับ 5 อย่าง แล้วข้าวต้ม 2 ถ้วย
พอข้าวหมด เธอก็จะแซวฉันว่า "ยังไม่อิ่มล่ะสิ 5555 ไหนว่าจะไดเอทงัย ยัยอ้วน"
แล้วเธอก็จะเดินไปซื้อมาอีก 2 ถ้วย เราก็จะนั่งกินกันต่อ จนเหลืออีก 2 ชั่วโมงก่อนรถจะออก เราก็จะนั่งรถไปหมอชิตกัน แล้วเธอก็จะซื้อ ตับไก่ย่าง ทุกครั้ง เพราะเธอรู้ว่าฉันชอบกินตับ แต่ฉันก็รู้ ว่าเธอชอบเหมือนกัน และทุกครั้งเราก็จะไปนั่งรอเวลารถออกที่ ฟู้ดเซ็นเตอร์ เพราะว่า ข้าวต้มน่ะมันไม่อิ่ม เธอก็จะไปซื้อข้าวกับ ผัดกระเพราเครื่องในไก่มาจานนึงแล้วจะเอามากินกับตับไก่ย่าง มันเป็นข้าวราดแกงที่เราจะกินกัน 2 คน เสมอๆ เธอจะไม่ยอมกินตับไก่ย่างเพราะเธอไม่อยากแย่งฉันกิน แต่ฉันก็รู้ว่าเธอไม่อยากแย่งเลยต้องบอกเธอว่าอิ่มแล้ว เธอถึงจะกิน เรื่องเหล่านี้มันทำให้ฉันรักเธอมากขึ้นอีก เพราะเธอมักจะเสียสละให้ฉันทุกครั้งไม่ว่าเรื่องไหนๆ


จนครั้งสุดท้ายที่ฉันได้มีโอกาสไปส่งเธอไปต่างจังหวัด
อยู่ๆเธอพูดว่า "ตัวเอง จะผิดมั้ยถ้า มีคนๆนึงที่เค้าดีกะเรามากแต่เราไม่ได้รักเค้าไม่ได้คิดอะไรกะเค้า แค่คบเค้าแบบเพื่อนที่รู้จัก"
ประโยคนี้ ทำให้ฉันอึ้ง มองหน้าเธอ และไม่ตอบคำถามเธอ ฉันได้แต่นั่งนิ่งๆ
จนเธอพูดขึ้นว่า " นี่ ตอบหน่อยสิ เค้าไม่ได้หมายถึงตัวเองหรอกนะ ตัวเองน่ะชอบคิดมาก เค้ารู้ ตัวเองรักเค้า ตัวเองไม่อยากเสียเค้าไป เค้าก็รักตัวเอง แต่ที่ถามเพราะว่า มีคนๆนึงมาชอบเค้าทำดีกะเค้าทุกอย่าง แล้วทีนี้จะตอบเค้าได้ละยังล่ะว่า ผิดมั้ย "
ฉันก็ตอบเธอว่า " ไม่ผิดหรอก ถ้าไม่รักคนๆนั้นแต่ก็ควรจะบอกให้เค้ารู้ อย่าหลอกเค้า"
เธอก็บอกว่า "คิดอย่างนั้นจริงอ่ะ ถ้าคิดอย่างนั้น ไหนยิ้มซิ ทำหน้าบึ้งตอบเค้าอีกแล้ว แสดงว่า งอน"
ฉันได้แต่ฝืนยิ้ม เพราะฉันยิ้มไม่ออกจริงๆ ก่อนเธอจะขึ้นรถ เธอจะปลอบฉันตลอดว่าอย่าคิดมาก แล้วเธอ ย้ำเสมอว่า เธอรักฉัน ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นรถ เธอจุ๊บปากของเธอไปที่นิ้วชี้และนิ้วกลางของเธอ แล้วเอาแปะที่ปากฉัน แล้วพูดว่า " เค้ารักตัวเองนะ จำไว้ "

ฉันไม่มีโอกาสรู้ตัวเลยว่านั่นคือความอบอุ่นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้รับจากเธอ คนที่ฉันรัก พอเธอขึ้นรถแล้วฉันก็เดินไปนั่งรถเมล์ สาย ปอ.49 กลับบ้าน และแล้ว ติ๊ด ตี๊ด ติ๊ด ตี๊ด เสียงจากมือถือของฉัน มีข้อความเข้ามาฉันเปิดอ่าน มันเป็นข้อความของเธอ

" love you forever.rak kun mak na krab.pom mai yak hai kid mak na krab.kae yak hai ru tao nan wa pom care kun jing jing. Rak kun tee sud lae ja rak kon deaw."

อีกไม่ถึง 5 นาที ติ๊ด ตี๊ด ติ๊ด ตี๊ด มันเป็นข้อความของเธออีก

" klab ban dee dee na krab ya learm tan ya duy krab kon dee kong pom torn nee rot ook lew krab mai tong pen houng pom na krab rak mak mai "

เธอเตือนฉันว่าจะต้องทานยาเพราะวันนั้นฉันเป็นหวัด แต่แล้วหลังจากนั้นเหตุการณ์ที่ฉัน งงเป็นไก่ตาแตกได้เกิดขึ้น เมื่อฉันโทรเข้ามือถือเธอตลอดทั้งอาทิตย์ พบว่าเธอปิดมือถือ หรือบางทีเธอไม่ยอมรับสายของฉัน จนวันนึงที่เธอรับสายฉันถามเธอว่า "นี่ตัวเองเป็นอะไรรึเปล่า มีปัญหาอะไรก็บอกเค้านะ แล้วทำไมปิดมือถือล่ะ เราไม่เคยทิ้งกันไม่ว่าเรื่องอะไร" เสียงของเธอที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์คือ " อือ..ไม่เป็นรัยหรอก เค้าไม่ค่อยสบายอ่ะ แล้วก็ไกล้สอบด้วย อ่านหนังสือน่ะ เค้าอ่านไม่ทัน"
ฉันหันไปมองปฏิทิน อืมม ... ไกล้สอบจริงๆด้วยลืมไปเลย ฉันเลยบอกเธอกว่า " งั้นอ่านหนังสือไปนะ เค้าไม่กวนแล้ว พักผ่อนด้วยนะ บายจ๊ะ"

จนเวลาผ่านไปกระทั่งเวลาแห่งการสอบผ่านพ้นไป แต่ช่วงเวลาที่เธอสอบฉันไม่เคยรบกวนการอ่านหนังสือของเธอเลย ฉันปล่อยให้เธออ่านหนังสือเต็มที่ และแล้วสิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เธอทำเหมือนเดิม เธอปิดโทรศัพท์ เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ของฉัน ประมาณ 2 อาทิตย์ ในที่สุด ฉันส่งอีเมลล์ไปหาเธอ

" เค้างง มากนะ กับสิ่งที่ตัวเองทำ
มันทำให้เค้ารู้สึกว่า เค้ากำลังจะ
สูญเสีย คนที่รักเค้า ห่วงใยเค้า
ดูแลเค้า เค้ากำลังจะเสียไปอย่าง
ที่ไม่มีทางจะกลับคืนมา"

หลังจากนั้น 2 วัน ในขณะที่ฉันนั่งกินข้าวที่โออิชิทองหล่อ กับเพื่อนๆของฉัน
เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ฉันดีใจมากที่เป็นโทรศัพท์ของเธอ
" ฮัลโหล สวัสดีครับ โทรมาได้ด้วยเหรอ มีอะไรอ่ะ เค้ากำลังกินข้าวกับเพื่อน หิวมั้ยเดี๋ยวป้อน"
เธอตอบว่า " เป็นชุดเลยฟังไม่ทัน อืมม..เค้าอ่านเมลล์เจออ่ะ ก็ไม่มีอะไรหรอกนะ แต่เค้าไม่รู้จะบอกยังงัย คือว่า เค้า............ติดไวรัสจากเพื่อนน่ะ "
ฉันตกใจมาก เลยถามเธอว่า "ติดได้งัย แล้วรู้ได้งัย ติดเมื่อไหร่"
เธอบอกฉันว่า " เค้าไปกินน้ำแก้วเดียวกับเพื่อนอ่ะ เพื่อนเค้ามันเป็นน่ะ มันบอกเค้าหลังจากที่กินข้าวเสร็จ มันไม่กล้าบอกเค้าต่อหน้าเพื่อนกลัวเพื่อนตกใจ แล้วพอดีหลังจากนั้นซัก 2อาทิตย์ได้มั้ง เค้ารู้สึก เพลียๆอ่ะ เหนื่อยง่าย เค้าเลยคุยกะเพื่อนคนนั้น มันบอกว่าเป็นเหมือนมันเลย เค้าก็เลยไปตรวจเลือด หมอบอกว่าเค้าเป็นไวรัสตับอักเสบ เฮ้อ.....กว่าเค้าจะกล้าบอก พอบอกแล้วก็สบายใจ "
ฉันนิ่งซักแป๊บก่อนจะตอบว่า "งั้นตัวเองดูแลตัวเองดีดีนะ ยังงัยคืนนี้ค่อยคุยกัน เดี๋ยวเค้าขอกินข้าวก่อน"

เธอไม่รู้หรอกว่า ฉันกินข้าวไม่ลงนั่งคิดแต่เรื่องของเธอ เป็นห่วงสารพัด นึกอะไรไม่ออกเหมือนกัน พอกลับมาถึงบ้านก็ดึกพอสมควร ฉันอาบน้ำแล้วเข้าไปในห้องนอน ฉันนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว คิดแต่ว่าทำไมเธอต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย อารมณ์ของฉันตอนนั้น สับสนมาก สุดท้ายฉันจึงโทรศัพท์ไปหาพี่คนนึงที่สนิทกันที่อยู่นครปฐม พี่ชายที่แสนดีของฉัน พี่ชายที่รักน้องอย่างฉันด้วยความรักแบบพี่คนนึงที่จะรักน้องคนนึงได้ ฉันโทรไปร้องไห้กะพี่เค้า ฉันแสดงความอ่อนแอออกไปอย่างไม่สามารถที่จะห้ามได้ พี่ชายของฉันเค้าปลอบฉันไม่ให้คิดมาก เพราะว่า จริงๆแล้วถึงแม้เธอจะเป็นโรคอะไร เราก็ยังรักกันได้ จริงมั้ยล่ะ ...........ฉันพยายามที่จะโทรไปคุยกับเธอให้กำลังใจเธอเสมอ ส่งข้อความทางโทรศัพท์บ้าง ตลอดเวลาฉันเข้าใจเสมอว่าเธอยังรักฉันอยู่

และแล้ววันนึงวันที่ฉันรู้ความจริงความจริงที่ไม่มีการโกหกเคลือบแฝงความจริงที่ฉันต้องยอมรับมันอย่างเจ็บปวดที่สุด ถึงแม้ว่ากว่าที่ฉันจะรู้ความจริงมันก็นานพอสมควร แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับ ทำให้ฉันแทบบ้า

ติ๊ด ตี๊ด ติ๊ด ตี๊ด

เสียงโทรศัพท์ของเพื่อนฉันดังขึ้น เมื่อเพื่อนฉันเปิดอ่านแล้วก็พูดว่า "เอะ...ใครส่งมา "
แฟนเพื่อนฉันเลยหยิบไปอ่านแล้วแล้วพูดว่า " เบอร์XXXXXXXมันของ_____นี่นา"
ฉันตกใจมากที่เป็นเบอร์ของเธอเพราะ เธอพึ่งบอกฉันว่าจะตั้งใจเรียน ฉันเลยถามเพื่อนฉันว่ารู้จักได้ยังงัย เพื่อนฉันบอกว่า "รู้จักเมื่อคืนที่________เป็นแฟนเพื่อนเราอ่ะ โอ้โหเต้นสุดๆเลย" ฉันได้แต่นั่งอึ้ง ไม่พูดไม่จา น้ำตาของฉันมันไหลอยู่ในใจ ฉันอดทนมากที่จะไม่แสดงอะไรออกมาให้เพื่อนฉันรู้ว่า ฉันกำลังร้องไห้ ฉันกำลังหมดแรง ฉันเลยขอให้เพื่อนฉันโทรไปหาเธอ แล้วฉันเลยคุยกับเธอ เราคุยกัน ไม่กี่คำ ฉันจำได้ ว่าเธอพยายามเลี่ยงที่จะพูดเรื่องของเรา ฉันเข้าใจว่าทำไม หลังจากนั้น ฉันได้ส่งข้อความไปหาเธอ " you know, I can't forget you . I love you always"
เธอตอบกลับมาว่า "please forget me"
คำตอบง่ายๆที่ฉันได้รับเป็นการตอบแทนในความรักที่มีให้ ฉันยังจำได้เสมอที่เธอบอกฉันว่า "เค้ารักตัวเองมากเท่ากับที่รักตัวเค้า" แต่ในวันนี้ฉันอยากบอกเธอว่า "เค้าเจ็บมากเป็นทวีคูณของความรักที่ตัวเองเคยให้เค้า"


แล้วการพูดคุยครั้งสุดท้ายของเราก็เกิดขึ้นเมื่อวันนึงฉันพบเธอออนไลน์ไอซีคิว
ฉันได้ถามเธอว่า " เค้าผิดอะไรทำไมถึงทำแบบนี้ เค้าเจ็บมากและมากขึ้นทุกวัน ร้องไห้ทุกวัน เค้าคิดถึงตัวเองมาก "
สิ่งที่เธอตอบมาคือ " ตัวเองไม่ผิดแต่เค้าเลวเอง เค้าเห็นแก่ตัวลืมเค้าซะ ได้ ยินป่ะ ลืมเค้าซะจะได้ไม่เจ็บ จะได้ไม่ร้องไห้อีก"
ฉันตอบเธอว่า " ความรักมันลืมกันได้ง่ายๆเหรอ"
เธอไม่ตอบฉันแต่เธอกลับบอกว่า "เราเปลี่ยนเรื่องคุยเถอะ"
แต่ฉันบอกว่างั้นขอถามข้อสุดท้ายนะ "ตั้งแต่คบกันมา เคยรู้สึกรักเค้าบ้างมั้ย"
คำตอบสุดท้ายของเธอทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมาจากตาได้อย่างมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คำตอบของเธอคือ " รักครับ รักมากด้วย "
ฉันอยากรู้ว่ามีใครบ้างที่ทำกับคนที่ตัวเองรักมากได้ขนาดนี้ แต่แล้ววันนึงเมื่อฉันได้พบกับคนที่เธอรัก เค้าพูดว่า "เธอ เป็นคนดี" ฉันยอมรับว่าเธอเป็นคนดีแต่เป็นคนดีของเค้าคนนั้น ทำดีกะเค้าคนนั้นที่สำคัญเธอคงไม่ทำเลวกับเค้าเหมือนที่เธอบอกฉันว่า "ฉันไม่ผิดแต่เธอเลวเอง"


มีคนพูดว่าความรักของคนเราก็เหมือนแก้ว เวลาจะเลิกกัน แก้วมันก็จะร้าวและเมื่อถึงจุดๆหนึ่งมันก็จะแตก แต่สำหรับผม แก้วมันไม่ร้าวครับ มันถูกโยนลงพื้นให้แตก.....


Go Back (กลับหน้าแรก)