ทำไงดี...........(ตอน1)

โดย แจง

"แจง….เราเป็นเกย์"
นี่เป็นคำพูดที่เราไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเพื่อนสนิท… เราอึ้งไปพักใหญ่..

อาร์ทก็คงจะรู้ดีว่าทำไมเราถึงเงียบไปอย่างนี้ ..
เค้าไม่ใช่เหรอที่เคยบอกว่าเกลียดเกย์ที่สุด

เค้าไม่ใช่เหรอที่แอนตี้พวกเพศเดียวกัน เราพูดไม่ได้เต็มปากหรอก
ว่าเรา "รับได้" กับคำพูดเมื่อกี้นี้
ซักพัก.. เราพยายามรวบรวมสติ พยายามปัดอคติที่เกี่ยวกับเกย์ กับกระเทยทิ้งไป

ก่อนจะได้ยินคำๆนี้.. เราคิดว่าการเป็นเกย์ เป็นเรื่องตลก..
ไม่มีทางที่เพื่อนคนไหนของเราจะเป็นเกย์..
แต่ตอนนี้ เพื่อนคนนั้นอยู่ตรงหน้าเรา คนที่เราสนิทที่สุด…..
คนที่เราให้ความสำคัญกับเค้ามากที่สุด
เราตบไหล่เค้าเป็นเชิงปลอบๆเหมือนที่เคยทำทุกครั้งเวลาเค้าไม่สบายใจ…
"อืม….แล้วไง… ถึงนายจะเป็นเกย์… นายก็ยังเป็นเพื่อนซี้เราคนเดิมใช่มะ"

คำพูดของเราทำให้อาร์ทยิ้มกว้าง " ขอบใจนะ "
คำขอบคุณของอาร์ททำให้เรายิ้มออกเหมือนกัน
เอาน่า.. อย่างน้อย…
เค้าก็ยังเป็นเพื่อนคนเดิม เพื่อนที่เค้าไว้ใจที่สุดนี่นา
เสียงออดดังบอกเวลาหมดเวลาพักเทียงแล้ว
อาร์ทลุกขึ้น ปัดฝุ่นใหัตัวเอง แล้วยิ่นมือให้จับเพื่อดึงเราลุกขึ้นมาอย่างเคย
" ได้คุยกะแจงแล้วสบายใจขึ้น เรารู้ว่าแจงเก็บความลับไม่ค่อยอยู่..
แต่เรื่องนี้เรามันใจว่าแจงเก็บอยู่แน่"

เค้าพูดพลางหัวเราะ..
" ไปนะ…เราเรียนบ่ายนี้" …… เราโบกมือให้เค้าพร้อมส่งยิ้ม

มองเค้าเดินไปซักระยะ เราหันกลับมาเดินกลับไปเรียนวิชาของเราเองบ้าง
ในใจก็นึกทบทวนเรื่องเมื่อกี้ที่เกิดขึ้น…
อืม.. มันเป็นจริงๆด้วยแฮะ..
ไม่น่าเชื่อ… แล้วเราก็เดินยิ้มไปตลอดทาง
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เวลาที่เพื่อนรักซักคนบอกความลับที่ไม่เคยบอกใครให้เราฟัง…
เรารู้สึกเหมือนเราเป็นคนสำคัญขึ้นมานิดๆแล้วสิ

ออดเตือนบอกเวลาย้ำว่าต้องไปเรียนวิชาต่อไปดังขึ้น… แย่แล้วสิ..
เราวิ่งกระหึดกระหอบมาเข้าห้องให้ทันเวลา " สายอีกแล้วนะธิดารัตน์ "
เสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความเอ็นดูของอาจารย์สอนวรรณคดีดังมา
"ขอโทษค่ะ… ไปหาเพื่อนมา" เราเดินเข้าห้อง…. มองหาเก้าอี้ที่จะนั่ง
เฮ้อ.. อีกแล้ว มดไม่ยอมจองที่ให้เราอีกแล้ว
มดเป็นเพื่อนที่เราเคยคิดว่าสนิทด้วย
แน่ล่ะ.. เค้าเคยเป็นแฟนกับอาร์ท
แต่ตอนนี้เลิกกันแล้ว.. เลิกกันเพราะเรา.. เค้าคิดว่าเรากับอาร์ทแอบคบกัน..
เลยขอเลิกกับอาร์ทซะ.. แล้วเริ่มไม่ชอบเราขึ้นทุกวันๆ ไม่ชวนเรากินข้าว
รึว่าเดินชอปปิ้งเหมือนเคย ช่างเถอะ… อีกไม่นานเราคงจะชิน..
สงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้ามดรู้ในสิ่งที่เรารู้เมื่อกี้นี้… เค้าจะว่ายังไงมั่งนะ

ในตอนที่เรามองหาที่นั่งอยู่… เพื่อนๆอีกกลุ่มที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องห้องกวักมือเรียก
เราใจชื้นขึ้น(ที่อย่างน้อยยังมีคนห่วงว่าเราจะไม่มีอยู่บ้างในที่เรียนวิชานี้)

เราเดินขึ้นไป วางหนังสือลง กระวีกระวาดหยิบปากกาดินสอออกมาจดเลคเชอร์
แต่เพราะความรีบร้อน(และซุ่มซ่าม) ทำให้ดินสอเราตก
จีนก้มลงเก็บดินสอให้ " ระวังหน่อยสิ" จีนพูดพลางยื่นดินสอคืนให้เรา
" น่ารักดีว่ะ.. ซื้อที่ไหนเหรอ"
" ไม่รู้… เพื่อนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด"
เราตอบพร้อมกับเก็บดินสอที่อาร์ทซื้อให้เข้ากระเป๋าคืน
อืม… รู้สึกว่าวันนี้โชคดีจัง อาร์ทบอกความลับเรา
แถมได้คุยกับจีนที่เราแอบชื่นชมอีก..

เพราะความเป็นนักกิจกรรมตัวยงของจีนทำให้จีนดังมากๆ
เค้าเคยเป็นทั้งประธานเชียร์
เป็นตัวเอกในงานแสดงละครของโรงเรียน
จีนเป็นผู้หญิง แต่ผมที่สั้นบวกกับท่าทางห้าวๆเหมือนผู้ชาย ทำให้เธอหล่อไม่แพ้หนุ่มๆในห้องเลย
…..

หลังเลิกเรียน..เพื่อนๆหลายคนต่างก็รีบกลับบ้านกัน ก็นะ…
อีกไม่กี่อาทิตย์จะสอบแล้วนี่..
คงเหลือแต่เรามั๊งที่ยังไม่อยากอ่านหนังสือเลย
"ใครกลับข้างหน้าบ้าง" เสียงจีนดังขั้น
" เราๆ" เราขูมือโบกไปมา….
ความจริงเรากลับข้างหลังโรงเรียนต่างหาก
แต่ถ้าได้กลับกับจีน ถึงจะเสียเวลาเดินหน่อยก็โอเค
จีนยิ้มแล้วกวักมือเรียก " งั้นก็เร็วๆเข้า"
เรารีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินไปพร้อมกัน…

ว้าว…นี่เราได้กลับกับคนดังในโรงเรียนด้วยแฮะ
ในระหว่างเดินทางกลับ จีนก็เล่าเรื่องสนุกๆให้ฟัง..
ทั้งเรื่องที่เคยนอนค้างในโรงเรียน…
คืนวันก่อนเตรียมงานกีฬาสี…
" วันนี้เหนื่อยเนอะ.. ว่ามะ" จีนพูดพร้อมเอามือมาพาดไหล่เรา
หันหน้ามาส่งยิ้มให้
เรายิ้มตอบ…. แต่ไหงทำไมตอนนี้หัวใจเราเต้นแรงนักล่ะ?!?!?

 

ติดตามตอนต่อไปนะคะ



Go Back (กลับหน้าแรก)