"เด็กน้อย ความรัก และ การเดินทาง"

เขียนโดย ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม

ตอนที่ 12 : ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป

เช้าวันอาทิตย์ นนท์ออกมาธุระกับอ้อ ตั้งใจจะไปธุระเป็นเพื่อนอ้อแทนศักดิ์ อ้อต้องไปเอาของให้แม่ที่แม่ริม หลังจากเสร็จธุระ อ้อก็มาส่งนนท์ที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้มหาวิทยาลัย นนท์ยังไม่อยากกลับหอพักเพราะไม่รู้จะทำอะไร นนท์กะจะเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อย และอาจจะแวะทานข้าวเย็นก่อนกลับหอเสียที่นี่เลย

นนท์เดินลึกเข้าไปถึงส่วนที่เป็นพลาซ่า เดินขึ้นเดินลงหลายชั้นจนรู้สึกเบื่อ แล้วนนท์ก็มาหยุดนั่งพักที่ร้านอาหารฟาดฟู้ดชื่อดังแห่งหนึ่ง นนท์นั่งเหมอใจลอยออกไปข้างนอกและสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทักทาย

"มาคนเดียวหรือครับ ให้พี่นั่งเป็นเพื่อนได้หรือไม่" เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มที่นนท์รู้จักเป็นอย่างดียกเว้นชื่อและที่มา ชายหนุ่มที่ยื่นอยู่เบื้องหน้านนท์ในวันนี้แต่งตัวต่างไปจากเดิม แว่นสีดำ เสื้อโปโล กางเกงเสลค ทำให้ชายหนุ่มดูมีอายุมากกว่าทุกครั้งที่นนท์เคยเห็น

"ครับ พี่ผมมาคนเดียว" นนท์ไม่ได้ทักทายอะไรต่อมากนัก นนท์ยังคงเกลียดขี้หน้าชายหนุ่มอยู่ ความฝังใจเมื่อครั้งเชียร์ยังคงติดตานนท์ไม่ลบเลือน นนท์จำผู้ชายที่ทำให้นนท์ร้องไห้ได้เป็นอย่างดี

"ทำไมละครับ โกรธพี่หรือครับ อะไรกันนึกว่าหายแล้วเสียอีก ถ้าวันนั้นไม่ได้นนท์ทุกคนจะมีความประทับใจขนาดนั้นหรือ" ชายหนุ่มพูดและถือวิสาสะนั่งตรงหน้าเด็กหนุ่มทันที

"ได้ของที่พี่ให้หรือยังครับ ชอบไหมทำไมไม่ใส่ละครับ พี่ว่ามันเหมาะกับนนท์ดีนะครับ" ชายหนุ่มยังเป็นฝ่ายพูดอยู่ฝ่ายเดียว

"ของอะไรหรือครับ ไม่เห็นได้" นนท์ตอบชายหนุ่ม

"ก็กำไลงา 2 อันไงครับ" ชายหนุ่มตอบด้วยความสงสัย

"ของพี่หรือครับ ไม่เห็นมีชื่อเขียนไว้ว่าเป็นของใคร ผมยังหาตัวอยู่เลยว่าใครให้" นนท์รู้สึกแปลกใจว่าทำไมนนท์ได้รับของจากผู้ชายคนนี้

"เป็นของพี่เองครับ สงสัยพี่จะลืมการ์ดไว้ในถุงแน่เลยครับ เป็นของพี่เองครับพี่ซื้อให้เพราะมันมีความหมายดีและถือว่าเป็นคำขอโทษจากพี่ชายคนนี้นะครับ" ชายหนุ่มอธิบาย

"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ติดใจอะไร ขอบคุณนะครับ แต่ผมไม่ใส่หรอกครับมันดูไม่ดี" นนท์พูดตามที่ใจคิด แม้ปากจะบอกว่าไม่โกรธแต่จริงๆ นนท์ยังรู้สึกตรงข้ามอยู่

"ขี้งอนจริงเรานี้ ก็ขอโทษแล้วไงครับ จะโกรธอะไรนานๆ เป็นเด็กเป็นเล็กอยู่เลย" ชายหนุ่มพูดพร้อมเอามือลูบหัว

นนท์รู้สึกดีกับชายหนุ่มคนนี้ทุกครั้งที่เจอกันยกเว้นตอนเชียร์ ความเป็นผู้ใหญ่มีเหตุผล ดูเป็นคนตรงๆ พูดอย่างไรคิดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น นี่เป็นบุคคลิกที่นนท์แอบติดใจ

"แล้วพี่ละครับมาทำอะไรคนเดียว อายุขนาดนี้ทำไมไม่มากับแฟนละครับ มาเที่ยวคนเดียวเหงาแย่ครับ" นนท์แอบสัพยอกเล็กน้อย

"แม้! ดูถูกว่าเป็นเด็กไม่ได้เลยนะเรานี่ ทำไมหรือครับพี่มาคนเดียวไม่ได้หรือ แฟนพี่ก็กำลังหาอยู่แหละครับ ยังไม่เจอคนถูกใจนะครับ แล้วก็มานี่นะ ไม่ได้มาเที่ยวมาทำรายงานกับเพื่อนๆ นะครับ" ชายหนุ่มอธิบาย

นนท์เพิ่งรู้ว่าชายหนุ่มหน้าเข้มที่นั่งตรงหน้าชื่อ "ชาย" เรียนปริญญาโทที่คณะบริหารฯ ที่นนท์เรียนอยู่หลังจากจบไปแล้วเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงยังมีความสนิทสนมกับพี่ๆ ปี 3 ปี 4 อยู่พอสมควร

ชายหนุ่มทำงานที่บ้าน ที่บ้านของชายหนุ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับแว่นตาและนาฬิกา ร้านที่ชายหนุ่มเป็นเจ้าของเป็นสาขาที่แยกตัวมาจากที่บ้านอีกทีหนึ่ง

"ต้องรีบหาแล้วนะครับ เพราะแก่แล้ว ถ้าแก่มากกว่านี้อาจจะหายากใหญ่นะครับ ไม่น่าเชื่อนะครับอยู่มาตั้งนานแล้วไม่เจอคนที่ถูกใจเลยหรือครับ" นนท์ยังสัพยอกไม่เลิก

"เมื่อก่อนพี่ไม่เจอจริงๆ ครับ แต่ตอนนี้เจอแล้วครับ เป็นเด็กกว่าพี่หลายปี น่ารัก ปากจัดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเค้าจะชอบคนแก่หรือเปล่า" ชายหนุ่มพูดพร้อมจ้องมองมาที่นนท์อย่างจริงจัง

"พี่ไม่แก่หรอกครับ เพิ่งจะจบเองครับ" นนท์พูดเอาใจ

"แต่เค้าเพิ่งปีหนึ่งเองนะครับ ไม่ซิครับ จริงๆประมาณ ม 5 เองครับ" ชายหนุ่มพูดแบบยิ้มๆ นึกขันเล็กน้อยกับความไม่ทันคนของเด็กหนุ่ม

"ก็เด็กกว่าเยอะเหมือนกัน แต่ไม่แปลกหรอกครับ พ่อนนท์กับแม่นนท์ห่างกันตั้ง 10 ปีแหนะครับยังแต่งงานกันได้เลย" เด็กหนุ่มยังไม่เข้าใจความหมายของชายหนุ่ม

"เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะครับ เอาเป็นเรื่องนนท์บ้างดีกว่า เรื่องเรียนเป็นอย่างไรบ้างครับ" ชายหนุ่มถาม

นนท์เล่าเรื่องต่างๆ มากมายโดยไม่ได้สังเกตว่าชายหนุ่มกำลังหลอกถามเรื่องต่างๆ เพื่อคาดคะเนพฤติกรรม นนท์เล่าแม้แต่เรื่องของวุฒิและนัย จากประสบการณ์ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าวุฒิคิดอย่างไรกับนนท์ แต่ไม่แน่ใจในความรู้สึกของนัยเท่าไรนัก ชายหนุ่มแอบถอนใจในใจ เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาใสซื่อเกินไปที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้ นนท์ยังเด็กเกินไปและไม่พร้อมที่จะทนต่อความเจ็บปวด โดยเฉพาะความเจ็บปวดที่เกิดจากความรัก ชายหนุ่มไม่แน่ใจในความจริงจังของวุฒิและนัย ทั้ง 2 คนนั้นก็เด็กไม่ได้โตไปกว่านนท์สักเท่าใดนัก ความรับผิดชอบ ความยั้งคิดจะมีมากน้อยขนาดไหนกัน กลัวแต่จะเห็นว่านนท์เป็นของใหม่ที่เพิ่งเจอะเจอ พอวันเวลาผ่านไปเจอคนใหม่ก็จะลืมคนเก่า นนท์เด็กเกินไป ชายหนุ่มลูบหัวเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่าเค้าเองจะคิดกับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าน้องคณะฯ ก็ตาม แต่ด้วยสำนึกชายหนุ่มจะยังคงทำหน้าที่เป็นพี่ชายที่แสนดีไปอย่างนี้อีกนาน รอคอยต้นอ่อนผลิดอกแย้มบานพร้อมที่จะเผชิญกับทุกๆ เรื่อง


ชายหนุ่มมาส่งนนท์ที่หอพัก ที่มีนัยและวุฒินั่งรออย่างใจจดใจจ่อที่ห้อง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อทราบว่านนท์ทานข้าวมาเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มทั้งสองจึงต้องชวนกันออกไปทานข้าวกันเอง แต่ยังไม่วายมารบกวนนนท์ก่อนนอนจนดึก


ชีวิตของนนท์ยังคงต้องดำเนินต่อไป วุฒิ พี่รหัสที่แสนดีจะสามารถพิชิตใจเด็กหนุ่มได้หรือไม่ เรื่องราวจะจบแบบมีความสุขหรือเสียใจกันแน่ เช่นเดียวกันกับนัย พี่ชายที่แสนดีที่คอยปกป้องดูแลและเฝ้ามองน้องชายคนนี้อย่างห่วงแหน นัยจะรู้ถึงใจตัวเองจนกล้าจะเอ่ยปากได้หรือไม่ และชายหนุ่มที่เฝ้ารอคอยการเติบโตของเด็กน้อย


นนท์ยังต้องเผชิญกับเรื่องราวอีกมากมาย อีกหลายปีกว่าที่นนท์จะเรียนจบ ความรักของนนท์จะสมหวังหรือผิดหวัง ฟ้าได้ลิขิตไว้แล้ว


ขอขอบคุณ ผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ผู้เขียนพยายามที่จะสอดแทรกเรื่องราวต่างๆ ตามประสบการณ์ของผู้เขียนเองที่ได้ประสบพบเจอมาในอดีต แต่งเติมสีสรรลงไปให้ตื่นเต้นเร้าใจ เรื่องของนนท์จบแค่ภาคแรกเท่านั้นครับ ถ้าผู้เขียนมีเวลา จะเริ่มเขียนภาคต่อๆ ไปอีกนะครับ จริง ๆ ผู้เขียนไม่อยากบอกว่านี่เป็นภาคแรกหรอกครับ กลัวว่าเขียนไม่ดี ก็อย่าสะเออะเขียนภาคต่อไปเลย ผู้เขียนช่วงนี้งานยุ่งจึงต้องจบแค่นี้ไว้ก่อนนะครับ ถ้าไม่ถูกใจอะไรอย่างไรขอโทษด้วยนะครับ

.

[Home]