"เด็กน้อย ความรัก และ การเดินทาง"

เขียนโดย ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม

ตอนที่ 11 : ขอโทษ

ที่ห้างสรรพสินค้า

"พี่วุฒิครับ นนท์อยากเดินไปเลือกของตรงโน้นคนเดียวนะครับ นนท์ไม่อยากให้พี่วุฒิรู้ว่านนท์ซื้ออะไร พี่วุฒิไปรอที่ร้านก่อนนะครับ นนท์ไปแปล๊บเดียวครับ" นนท์บอกวุฒิให้ไปรอที่ร้านอาหารก่อน

นนท์เดินตรงรี่ไปยังแผนกเสื้อผ้ากีฬาผู้ชายทันที นนท์เลือกเสื้อกีฬาสีน้ำเงินเข้มแขนกุดมาได้ 1 ตัว ราคาเสื้อถึงกับทำให้นนท์คิดหนัก สำหรับนนท์ราคาเสื้อตัวนี้ถือว่าแพงพอสมควรทีเดียว นนท์ไม่ได้มีค่าขนมต่อเดือนเยอะมากนัก ถึงแม้ว่ามันจะมากขนาดที่นนท์ตกใจก็ตามเมื่อเทียบกับที่นนท์เคยได้รับในอดีต เนื่องจากตอนเรียนมัธยมนนท์ได้ค่าขนมวันละ 50 บาทเท่านั้น แต่พอมาเรียนมหาวิทยาลัยแม่จะให้ค่าขนมเป็นเดือนโดยแม่จะฝากเงินเข้า ATM และให้นนท์กดใช้เมื่อต้องการ ในครั้งแรกนนท์ตกใจที่แม่ให้เงินไว้ใช้มากเหลือเกินแต่พอนนท์มารู้จักชิวิตที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซื้ออะไรเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นของใช้ของกิน ค่าสมุดหนังสืออะไรต่ออะไรจิปาถะเต็มไปหมด นนท์ถึงได้ทราบว่าเงินที่แม่ให้นนท์มาไม่ได้มากมายอะไร แม่ให้เงินนนท์ใช้สบายๆ ถ้าไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไรนนท์จะใช้ได้สบายๆ พอดีเดือน

นนท์ตัดสินใจซื้อเสื้อตัวนี้ถึงแม้ว่ามันจะแพงก็ตาม นนท์นึกถึงใบหน้าคมเข้ม ผิวสีแทน กับเสื้อแขนกุดที่พอใส่แล้วจะอวดวงแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของนัย นนท์คิดว่านัยคงจะชอบเสื้อที่นนท์ซื้อให้ในครั้งนี้ นัยเป็นคนชอบเล่นกีฬา ตอนเย็นถ้าไม่มีเชียร์นัยจะไปเตะบอลเสมอ และทุกเช้านัยก็จะตื่นมาวิ่งตลอด

"ได้อะไรมาครับนนท์ จะให้พี่เปิดดูหรือยังละ" วุฒิคิดว่านนท์ซื้อมาให้ตัวเอง

"ของพี่นัยนะครับ นนท์ซื้อให้พี่นัยครับเพราะพี่นัยดีกับนนท์มาก" นนท์ตอบตามจริง

"อ้าว! แล้วพี่ไม่ดีกับนนท์หรือครับ ไม่เห็นซื้อให้พี่มั๊งเลยครับ" วุฒิโวยวาย

"ก็มันยังไม่ถึงวัน Thank นี่ครับ เอาไว้วันนั้นก่อน พี่วุฒิอยากได้อะไรนนท์จะหาซื้อให้ ถ้าไม่แพงมากนะครับ" นนท์ยิ้มตอบ นนท์ไม่ได้คิดอะไรมาก ความเป็นเด็กของนนท์ช่วยได้มากเมื่อนนท์ต้องการเลี่ยงคำตอบหรือไม่ต้องการแสดงความรู้สึกอะไรออกมาตรงๆ หน้าใส่ๆ แววตาซื่อๆ ของนนท์ช่วยนนท์ได้มาก

"นนท์สัญญาแล้วนะครับ ว่าจะให้ของขวัญพี่นะครับ อะไรก็ได้ที่พี่อยากได้"

หลังจากทานข้าวเสร็จ วุฒิก็มาส่งนนท์ที่ห้องแล้วอยู่คุยกับนนท์เล็กน้อยก่อนจะขอตัวกลับ วันนี้นนท์อยู่คนเดียวเพราะวิทย์ไปรับน้องต่างจังหวัด นนท์เตรียมเสื้อกีฬาออกมาแล้วจัดการนำริบบิ้นมาห่อง่ายๆ ใส่ถุงกลับเข้าไปเหมือนเดิม นนท์หยิบการ์ดที่ซื้อติดมาด้วยขึ้นมาแล้วบรรจงใช้หมึกสีฟ้าเขียนถ้อยความขอบคุณ

"สำหรับพี่ชายที่แสนดีของนนท์ ขอบคุณพี่นัยมากนะครับที่ช่วยดูแลนนท์ทุกอย่าง ……… รัก น้องนนท์"

"พี่นัยครับ นนท์เองครับ พี่นัยนอนหลับหรือยังครับ" นนท์ถือของขวัญไปหานัยที่ห้องฝั่งตรงข้าม เป็นครั้งแรกที่นนท์เดินมาหานัยถึงห้อง

นัยเปิดประตูออกมา ใบหน้าชายหนุ่มปราศจากรอยยิ้มใดๆ ทั้งสิ้น "วุฒิกลับไปแล้วหรือไง ถึงได้มาหาพี่ได้ แล้ววันนี้ทำไมไม่รอพี่ล่ะครับ จะไปกับคนอื่นทำไมไม่บอกพี่ก่อนครับ ทำไมให้พี่รอละครับ นั่งรถยนต์ก็คงดีกว่านั่งมอเตอร์ไซด์ละนะครับ" วุฒิพูดโดยไม่มองหน้านนท์ หลังจากเปิดประตูให้นนท์แล้วก็กลับมานั่งก้มหน้าเขียนลอกงานที่โต๊ะต่อ

นนท์รู้สึกได้ทันที่ว่าวุฒิกำลังโกรธตน นนท์กำลังชั่งใจว่าจะแก้ตัวดีหรือว่าจะยอมรับผิดแล้วเข้าไปง้อตรงๆ นนท์สังเกตรอบห้องพบว่าการอยู่ห้องคนเดียวของนัยไม่ได้ทำให้ห้องเก่าดูเก่าตามแต่อย่างใด นัยจัดห้องได้เรียบง่ายสะอาดสะอ้านมาก นนท์สังเกตเห็นรูปที่โต๊ะนัย เป็นรูปครอบครัว 2 ครอบครัวคือครอบครัวนนท์และนัย ในรูปนนท์ยังเด็กมาเป็นทารกอยู่เลย นนท์ถูกอุ้มโดยเด็กหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาละม้ายคล้ายนัยเป็นอย่างมาก นนท์แอบแปลกใจที่นัยเอารูปนี้มาวางไว้

"พี่นัยเรียบร้อยจังเลยครับ ห้องสะอาดแล้วก็เรียบร้อยมากครับ" เงียบ!ไม่มีเสียงตอบอะไรแต่อย่างใดจากชายหนุ่ม ชายหนุ่มยังคงก้มหน้าทำงานไปเรื่อยๆ แต่จิตใจของชายหนุ่มกับร้อนรุ่มเป็นอย่างมาก มีคำถามมากมายที่อยากจะถามแต่ก็ได้แต่อดทนรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากก่อน "พี่นัย โกรธนนท์หรือครับ นนท์ขอโทษนะครับพอดีพี่วุฒิเค้ารีบนะครับ นนท์บอกให้รอบอกพี่นัยก่อนเค้าก็ไม่ยอม เค้าคงไม่คิดอะไรมั้งครับ พี่วุฒิบอกว่าเขียนโน้ตฝากบอกพี่นัยไว้ที่เคาเตอร์แล้วไม่ใช่หรือครับ" ไม่มีเสียงตอบใดๆ ทั้งสิ้นจากผู้เป็นพี่

"นนท์ ไม่รบกวนพี่นัยก็แล้วกันครับ งั้นนนท์กลับก่อนนะครับ" เด็กหนุ่มตัดสินใจกลับห้องทันที่ เด็กหนุ่มเห็นว่าวันนี้คงไม่เหมาะต่อการสนทนาต่อแต่อย่างใด เด็กหนุ่มทิ้งของที่ซื้อมาวางไว้ที่เตียงนอนโดยไม่พูดอะไร แม้เด็กหนุ่มจะรู้สึกผิดแต่เด็กหนุ่มก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เด็กหนุ่มเปิดประตูออกมาอย่างเงียบๆ กลับมาที่ห้องแล้วล้มตัวลงนอนทันที

นัยอยากจะเอ่ยปากเรียกให้เด็กหนุ่มรออยู่ก่อน เค้าเองหายโกรธตั้งแต่เด็กหนุ่มเอ่ยปากขอโทษแล้ว นัยรู้จักวุฒิเพื่อนสนิทเค้าเป็นอย่างดี วุฒิเป็นลูกชายคนเล็กดังนั้นเค้ามักจะค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง นอกจากนี้นัยยังรู้จักพฤติกรรมลึกๆ ของวุฒิเป็นอย่างดี นัยเหลือบไปเห็นห่อของขวัญที่นนท์เตรียมมาให้ นัยเปิดออกดูและอ่านข้อความที่ถูกเขียนมาในกระดาษ นัยนั่งอมยิ้มกับความน่ารักของเด็กหนุ่มและก็นึกโทษตัวเองที่ไปโกรธเด็กหนุ่มโดยไม่มีเหตุผล

นัยเริ่มรู้สึกสับสนกับความรู้สึกตัวเอง นัยเริ่มไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ตลอดเวลานัยคิดว่านนท์เป็นน้องชายตัวเองมาตลอด นัยไม่เคยมีน้องนัยเป็นลูกคนเดียวดังนั้นการมีน้องชายมาให้ดูแลจึงเป็นความรู้สึกดีๆ ที่ชายหนุ่มรู้สึกได้ แต่ความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้นัยไม่สามารถอธิบายกับตัวเองได้ นัยกำลังเป็นห่วงน้อง หรือ หวงน้องกันแน่ หรือบางที่นัยอาจจะรู้สึกกับน้องมากกว่านั้น หรือเป็นเพราะนัยรู้พฤติกรรมของวุฒิอย่างนั้นหรือ นัยกำลังจะเป็นเหมือนวุฒิหรือเปล่า นัยเริ่มสับสนกับความรู้สึกที่ตัวเองเพิ่งจะได้พบ

นัยอยากจะเดินไปหานนท์ที่ห้องแล้วเอ่ยปากขอโทษเด็กหนุ่ม แต่ทำไมนัยไม่กล้า ทำไมนัยต้องไม่กล้าด้วย ถ้านัยคิดว่านนท์เป็นเหมือนน้องชาย การที่พี่ชายจะเข้าไปหาน้อง พูดคุย กอดคอ หรือเอ่ยปากขอโทษคงไม่ใช่เรื่องยากขนาดนี้ นัยกำลังคิดอะไรกับน้องมากกว่าพี่ชายเสียแล้ว……………………

เช้าวันเสาร์ นนท์รีบตื่นแต่เช้าเพราะนนท์ต้องไปช่วยวุฒิเก็บของจากบ้านมาที่หอพัก นนท์ตื่นแต่เช้ามารอวุฒิที่หน้าหอพัก

"นนท์จะไปไหนหรือครับ ตื่นแต่เช้าเชียวให้พี่ไปส่งไหมครับ" นัยเห็นเด็กหนุ่มอยู่นานแล้วแต่ไม่กล้าที่จะทักทาย

"พี่นัยไปวิ่งมาหรือครับ" นนท์ยังไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านี้

"ครับไปวิ่งมา แล้วนนท์ละครับยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าจะไปไหน วันนี้วันเสาร์ไม่ใช่หรือครับ อ้อ! สำหรับเสื้อพี่ชอบมากครับ สวยถูกใจพี่มากครับ" นัยพยายามหาเรื่องคุยกับนนท์ "บอกได้หรือยังครับว่าจะไปไหน" นัยเริ่มคาดคั้นเมื่อเห็นว่านนท์ไม่ยอมตอบ

"ไงนนท์ ไงนัยไปวิ่งมาหรือ" เสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง วุฒิมาด้วยชุดสบายๆ เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและความแข็งแรง

"อ้าววุฒิ มารับนนท์หรือจะไปเที่ยวไหนกันละ" นัยฝืนทักทาย

"กูมารับน้องไปที่บ้านโว้ย จะให้นนท์ช่วยถือของนะ กูจะย้ายมาหอพักนะ อยากเข้ามาอยู่ในหอพักอีกแล้วนะ เตรียมที่ว่างไว้ให้ด้วยนะ จะย้ายมาคืนนี้เลย"

"แล้วทำไมไม่ให้กูช่วยวะ ไปรบกวนน้องเค้าทำไม นนท์ยังเด็กอยู่เลยจะช่วยถือได้สักกี่ชิ้น เอางี้รอกูแปล๊บนึงเดี๋ยวลงมา วันนี้กูว่างพอดี" นัยไม่สนใจกับคำตอบใดๆ ทั้งสิ้น นัยวิ่งขึ้นห้องทันที อาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วรีบลงมาทันที

"น้องนนท์ อยากทานอะไรครับ พี่จะให้เด็กที่บ้านเตรียมไว้ให้ เอาเป็นอาหารเหนือดีไหมครับ มาเชียงใหม่ลองทานอาหารเหนือกี่อย่างแล้วครับ" วุฒิพูดไม่หยุดตั้งแต่เริ่มออกจากหอพัก โดยมีนัยนั่งหน้าและนนท์นั่งหลัง

"อะไรก็ได้ครับ" นนท์ตอบสั้นๆ

"งั้นเอาเป็นขนมจีนน้ำเงี้ยวกับไส้อั่วแล้วก็พวกข้าวเหนียวแล้วกันนะครับ เพราะมีไอ้จอมตระกละมาด้วย" วุฒิเสนอความคิด พร้อมสัพยอกนัยไปด้วย

"อย่าดีกว่าว่ะ นนท์เป็นคนธาตุท้องไม่ดี กินของพวกนี้เข้าไปเดี๋ยวท้องเสีย เอาเป็นข้าวหมูทอดหรือไข่ทอดดีกว่า เพราะนนท์ไม่ทานเผ็ด ส่วนกูอะไรก็ได้" นัยขัดขึ้นมาทันที

"ทำไมจะกินไม่ได้ วันก่อนไปทานข้าวกันกูยังสั่งพวกลาบ พวกยำ น้องเค้ายังกินได้" วุฒินึกหมั่นไส้ทันที

"มึงไม่รู้อะไรนนท์เค้าไม่อยากขัดใจมึงไง น้องเค้าทานเผ็ดไม่ได้หรอก ที่บ้านเค้ากินแต่ของจืดๆ กัน แม่เค้าเป็นคนจีนไม่กินเผ็ดโว้ย นนท์คราวหลังอย่าฝืนนะครับ ไม่อยากกินอะไรหรือทำอะไรต้องบอกนะครับ ไอ้นี่มันไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของคนอื่นเท่าไรนัก" นัยพูดพร้อมเอามือตบหัววุฒิหนึ่งที

"อ้าว น้องนนท์ทำไมไม่บอกพี่ละครับว่าทานไม่ได้ ถึงว่าซิทานไปทานน้ำไป"

ไม่มีเสียงตอบใดๆ จากเด็กหนุ่ม การสนทนามักจะเป็นระหว่างนัยกับวุฒิ นนท์นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า คืนนั้นมีความรู้สึกแปลกเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มรู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องของวุฒิและนัย เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกที่วุฒิทำตัวตีสนิทกับนนท์มากกว่าพี่รหัสน้องรหัส และก็รู้สึกเหมือนว่านัยเองก็เป็นห่วงตนเองมากกว่าพี่ชายเป็นห่วงน้องชาย เด็กหนุ่มรู้สึกดีต่อการกระทำของคนทั้งสอง แต่เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่ามันเหมือนยังขาดอะไรสักอย่าง เด็กหนุ่มยังหาคำตอบกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 12) ]

[Home]