"เด็กน้อย ความรัก และ การเดินทาง"

เขียนโดย ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม

ตอนที่ 6 : เพื่อใคร

คืนนั้นนนท์ไม่ได้รอพบนัยตามที่นัยนัดไว้ นนท์เข้านอนเร็ว แต่ไม่ได้หลับนนท์ต้องการใช้ความคิดอย่างมากท่ามกลางความมืดและความเงียบ นนท์ไม่สนใจแม้กระทั่งเสียงเรียกของนัย นนท์ไม่ขานตอบรับเสียงเรียกของนัย จนกระทั่งเสียงเรียกเงียบหายไป พร้อมกับความเข้าใจว่านนท์ได้หลับไปเรียบร้อยแล้ว นนท์ไม่สนใจของฝากที่สายรหัสหรือใครก็ตามทิ้งไว้ให้ที่สำนักงานข้างล่างด้วยซ้ำ นนท์ไม่อยากรับของ Take นั้นแล้ว นนท์ยังไม่สามารถตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้เกี่ยวกับการเข้าเชียร์หรือไม่ ตอนนี้นนท์ได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้วว่านนท์พร้อมจะไปเข้าเชียร์ เพื่อไม่ให้รุ่นพี่ทุกคนเกิดปัญหา แต่นนท์จะสามารถอดทนได้หรือไม่ต่อความรู้สึกของการที่นนท์ต้องไปยื่นอยู่หน้าแถวและพูดว่า "ผมขอโทษกับเรื่องที่ทำไปทั้งหมด ผมอยากกลับเข้าเชียร์อีกครั้ง ผมอยากเป็นน้องในคณะฯ และผมจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สองอีกแล้วครับ" พร้อมกับวิดพื้นเพื่อรับโทษต่อความผิดนั้น อีกละ!

นนท์อยากเข้าไปในคณะฯ เฉยๆ เลยมากกว่าแต่ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ การทำแบบนั้นจะเป็นการชี้ให้เห็นว่ารุ่นพี่ยอมรับผิดและถ้ารุ่นน้องคนอื่นเลียนแบบเหตุการณ์ของนนท์บ้าง อะไรจะเกิดขึ้นระบบการ "ว๊าก" จะถูกล้มลงไปทันที เพราะรุ่นน้องปีหนึ่งไม่ได้มีความเชื่อถือและไม่เกรงกลัวกับรุ่นพี่อีกแล้ว นนท์ไม่รู้จะหาคำตอบอย่างไรดี นนท์รู้เพียงว่าทางเลือกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการที่นนท์เข้าไปยอมรับผิดและยอมรับการลงโทษมากกว่า นนท์ไม่ได้ต้องการทำเพื่อตัวเอง แต่นนท์จะรู้สึกผิดถ้ารุ่นพี่ๆ ปี 2 จะต้องโดนรุ่นพี่ของพวกเค้าต่อว่า ทั้งๆ ที่นนท์คิดว่าเรื่องคงไม่ร้ายแรงเท่าไรนัก อย่างมากพวกปี 2 ก็เสียหน้าเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามนนท์ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น นนท์ไม่กลัวที่จะโดนทิ้งจากพี่ๆ ให้เรียนหนังสือคนเดียวโดยไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ นนท์คิดว่าอย่างน้อยเพื่อนๆ ของนนท์ในชั้นปีหนึ่งคงมีบางคนยอมรับนนท์บ้างละ อย่างน้อยคงมีอ้อกับศักดิ์และเด็กหอหนึ่งอีก 3-4 คน นนท์ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดมากมาย นนท์ไม่เชื่อว่าทุกคนจะคิดเหมือนกันหมดแต่นั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไร อย่างไรก็ตาม นนท์ไม่อยากที่จะกลับเข้าไปในสภาพนั้นอีก นนท์ทนต่อความรู้สึกนั้นไม่ได้นี่ หรือเปล่าที่เป็นความแตกต่างของเด็กกับผู้ใหญ่ นนท์กำลังใช้อารมณ์ความรู้สึกมาตัดสินการกระทำของตัวเองมากกว่าที่นนท์ควรจะใช้เหตุผล นนท์คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ตลอดทั้งคืนจนกระทั่งหลับไปโดยยังไม่ได้คำตอบสุดท้ายแต่อย่างใด

นนท์ยังตื่นไปเรียนตามปกติสีหน้านนท์ไม่ค่อยดีนัก หน้าขาวใสของนนท์ดูหมองคล้ำเหมือนคนอดนอนมาตลอดทั้งคืน นนท์เองแปลกใจเหมือนกันทั้งๆ ที่นนท์ก็นอนหลับตามเวลาปกติคือประมาณเที่ยงคืนจะต่างเพียงนนท์ตื่นก่อนนาฬิกาจะปลุกประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ตลอดเช้านี้จนกระทั่งนนท์เข้าเรียนหัวสมองนนท์ก็ยังคงมีแต่เรื่องการเข้าเชียร์หรือไม่ตลอดเวลา เป็นครั้งแรกสำหรับนนท์ที่ต้องคิดเรื่องอะไรต่างๆ เพียงเรื่องเดียววนไปมาหลายรอบ เมื่อก่อนนนท์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายนัก นนท์เพียงแต่ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ แต่ครั้งนี้ไม่ใช้แล้ว นนท์มีเรื่องส่วนตัวที่นนท์ต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดของวันให้กับมัน แต่นนท์กลับหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้

"นนท์เป็นอะไรหรือ ยังคิดเรื่องนั้นอยู่ใช่ไหม เราบอกแล้วไม่ต้องคิดมากหรอก ไม่มีอะไรหรอกรู้ไหมพวกรุ่นพี่ปี 2 เราบางคนนะไม่ได้เข้าห้องเชียร์ด้วยซ้ำ ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย พอขึ้นปี 2 ก็ไม่มีใครมายุ่งแล้วละ เราว่าพวกเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไรนนท์นะ ส่วนมากก็พอเข้าใจนะ ไม่มีใครชอบหรอกนะไอ้เข้าห้องเชียร์นะแต่ทุกคนก็ทนๆ กันไปนะ" อ้อพยายามปลอบใจนนท์
"ก็ใช่นะสิ ทุกคนไม่ได้โดนเหมือนนนท์นี่ครับ ตั้งแต่เริ่มเชียร์นนท์ซวยตลอด นนท์โดนเรียกเกือบทุกครั้งอ้อก็เห็น รุ่นพี่จงใจแกล้งนนท์นะ"

"มันก็ใช่ เราถึงว่าทุกคนยอมรับนนท์ไงละ และไม่มีใครว่านนท์หรอกนะ พยายามมองอีกแง่หนึ่งซิ รุ่นพี่อาจจะชอบนนท์มากก็ได้นะ พวกเค้าถึงเรียกแต่นนท์ตลอดเวลานะ คงเห็นว่าเป็นเด็กนะเลยสนใจเป็นพิเศษนะ เราว่ารุ่นพี่เอ็นดูนนท์ละนะ อืมแต่ว่าอย่าเพิ่งเข้าเชียร์ก็ดีเหมือนกัน พี่วุฒิกับพี่สิทธิเงียบๆ ไปเลยช่วงนี้ ไม่ดุเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ ตอนนี้พวกพี่ปี 3 กับปี 4 ลงมาช่วย ว๊าก และนะ" อ้ออธิบายอะไรยืดยาว นนท์ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

"นายณนนท์ ห้อง 317 ลงมาชั้นล่างด้วยค่ะ มีคนมาพบ" เสียงเรียกผ่านลำโพงจากสำนักงานชั้นล่างของหอพัก นนท์รู้สึกแปลกใจเหมือนกับว่าเป็นใคร เพราะปกติถ้าเป็นผู้ชายก็จะสามารถขึ้นมาหานนท์ได้เลย หรือว่าคนที่มาขอพบเป็นผู้หญิง อาจจะเป็นอ้อก็ได้! แต่ว่าธุระอะไร? นนท์เดินลงบันไดไปคิดไป ขณะที่นนท์จะก้าวพ้นขอบกำแพงเพื่อเดินเข้าสู่ห้องกลางของชั้นล่างสุดของหอพักนนท์ก็ต้องชะงักทันที เพราะคนที่รออยู่ข้างล่างเป็นหัวหน้าว๊าก พี่วุฒิยืนคุยอยู่กับพี่นัย นนท์ตกใจและรีบหลบเข้ากำแพงทันที นนท์ยังไม่รู้ว่านนท์จะต้องทำอย่างไรความรู้สึกกลัวเกิดขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่นนท์ไม่รู้ว่ากำลังกลัวอะไรอยู่เสียด้วยซ้ำ หลังจากที่นนท์คิดอยู่นาน นนท์ได้ตัดสินใจแล้วว่านนท์จะไม่ไปเข้าเชียร์ นนท์อาจไม่มีความรับผิดชอบเท่าใดนัก แต่นนท์กระดากอายกับการไปแสดงละครตบตาเพื่อนมากกว่า นนท์คิดว่าปล่อยมันไปอย่างนี้แหละ นนท์ไม่ได้สำคัญอะไรมากมายนัก เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบไปเองและเมื่อวันสุดท้ายของการเชียร์ จะมีการเปิดตัวว่าใครเป็นพี่รหัสใครและใครเป็นน้องรหัสใคร วันนั้นจะมีงานฉลองเล็กน้อย ทุกคนก็จะลืมความเจ็บปวดในวันนั้นเอง

นนท์เดินหลบออกมาทางหลังหอพักเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งออกมาหน้ามหาวิทยาลัยอย่างไม่รู้ตัว นนท์เลือกขึ้นรถแดง(รถสองแถวเล็ก) เข้าไปในตัวเมืองกะเพียงว่าเดินเล่นสักชั่วโมงหรือสองชั่วโมงแล้วกลับคงจะดี หรือนนท์อาจจะดูหนังสักรอบก็ได้เพื่อเป็นการฆ่าเวลา


นนท์กลับมาหอพักประมาณ 4 ทุ่มนนท์เลือกดูหนังหนึ่งเรื่องเป็นการฆ่าเวลา ขากลับนนท์ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างเพราะมันค่อนข้างดึกแล้ว นนท์ไม่อยากกลับมาหอพักดึกมาก เพราะตอนเช้าต้องมีเรียน พรุ่งนี้แล้วซินะที่คณะฯ จะมีการเชียร์เป็นวันสุดท้ายแล้ว หลังจากนั้นก็จะเป็นกิจกรรมรับน้องที่มีแต่ความสนุกสนาน พี่ๆ จะนัดน้องๆ พาไปเลี้ยงอาหารในที่ต่างๆ แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นปี 3 และ ปี 4 ที่จะค่อยๆ ทยอยนัดเลี้ยงอีกต่างหากและต่อไปก็จะเป็นกิจกรรมต่างๆ ที่คณะฯ เป็นคนจัด แต่กิจกรรมเหล่านั้นจะไม่มีนนท์ไปร่วมด้วยในฐานะที่นนท์ไม่ผ่านการเข้าเชียร์ นนท์คงต้องทนให้ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่นนท์เลือกเอง นี่ละมั้งความแตกต่างที่เปลี่ยนแปลงไปจากเด็กมัธยมมาเป็นนักศึกษา ยิ่งโตขึ้นนนท์ก็ต้องรับผิดชอบอะไรต่ออะไรมากขึ้น

"พี่วุฒิ" นนท์ตกใจจนหน้าซีด เมื่อตอนที่นนท์เปิดประตูห้องเข้าไปแล้วพบว่าคนในห้องนอกจากวิทย์แล้ว ยังมีพี่วุฒิและนัยนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องรอการกลับมาของนนท์

"นนท์ไปไหนมานะ แล้วทำไปหลบหน้าไม่ยอมลงมาหาพี่กับพี่วุฒิ ทำแบบนี้ไม่ถูกนะเรานะ แล้วนี่ไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกพี่ถ้าเกิดหลงจะทำอย่างไร" นัยเดินเข้ามาต่อว่านนท์เป็นการใหญ่ พร้อมกับเดินจูงมือให้นนท์นั่งลงที่เก้าอี้

"กูขอคุยกับน้องเค้าตัวต่อตัวนะ เพราะเป็นเรื่องในคณะฯ น้องนนท์ไม่ได้ทำอะไรใช่ไหมครับ พี่ขอคุยสัก 20 นาทีนะครับ ไปกับพี่หน่อยแล้วกันครับ" วุฒิเดินนำหน้านนท์ออกมาข้างนอกโดยไม่สนใจวิทย์และนัย แม้ว่านัยจะรู้สึกไม่อยากให้นนท์ออกไปกับวุฒิเท่าไรนัก แต่ก็ไม่กล้าขัดใจเพื่อนเพราะสีหน้าจริงจังของวุฒิ

"จะไปไหนหรือครับคุยแถวนี้ก็ได้" นนท์เอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน เพราะวุฒิเดินนำลงมาชั้นล่าง และไม่ได้เดินตรงไปที่ม้านั่งใต้อาคารหอพักแต่อย่างใด แต่กับเดินไปที่รถ

"ไปกับพี่หน่อยแล้วกันครับ พี่ไม่ทำอะไรหรอกครับ" วุฒิไม่พูดอะไรมาก แต่สายตาและท่าทางบ่งบอกให้รู้ว่านนท์ควรจะตามมาแต่โดยดี

นนท์นั่งในรถโดยไม่พูดอะไร และวุฒิก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน วุฒิพานนท์ออกมาทางดอยสุเทพและขับขึ้นไปถึงที่พักริมทาง ระหว่างทางนนท์สังเกตเห็นว่ามีหนุ่มสาวนั่งชมวิวกันเป็นคู่ ๆ และส่วนมานำรถจักรยายนต์มาทั้งนั้น

"ลงครับ" วุฒิพูดสั้นแต่ได้ใจความ นนท์กับวุฒิเลือกนั่งบนที่กั้นริมทางข้างๆ ศาลาเพราะค่อนข้างเป็นส่วนตัวเล็กน้อยและไม่มืดจนเกินไป

"น้องนนท์ครับ พี่รหัสเค้าฝากถามว่าทำไมน้องไม่รับของที่เค้าซื้อมาให้ครับ"

"ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องรับของแล้วนี่ครับ ผมเกรงใจเค้า เพราะผมกะว่าผมคงไม่เข้าเชียร์แล้วครับ ผมจึงไม่ควรรับของจากเค้า เพราะผมคงไม่ได้มีโอกาสเป็นน้องพี่เค้าแน่ๆ" นนท์ตอบแต่ไม่มองหน้าวุฒิแต่อย่างใด

"เวลาพูดกับพี่มองหน้าพี่ซิครับ" วุฒิพูดเสียงแข็ง "น้องรู้ได้ไงว่าเค้าจะไม่รับน้องเป็นน้องรหัส พี่เค้าให้ของแล้วเราไม่รับรู้ไหมครับพี่รหัสเราเค้าเสียใจมาก แล้วทำไมตัดสินใจไม่ไปเข้าเชียร์ละครับ โกรธพวกพี่หรือครับหรือคิดว่าพี่ทำเกินไปหรือไงครับ" วุฒิพูดเสียงแข็งเช่นเดิม

"ฝากขอโทษพี่รหัสผมแล้วกันครับ ผมดีใจนะครับที่ผมได้เป็นน้องเค้า พี่เค้าซื้อของให้ผมตลอดไม่เว้นเลยสักครั้งของเพื่อนๆ ยังได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ผมได้ทุกวันและขนมก็อร่อยทุกอย่างด้วยครับ พี่วุฒิครับ ผมไม่อยากพูดอะไรมากนะครับ เอาเป็นว่าถ้าพี่จะคุยเรื่องนี้อีกผมเบื่อแล้วครับ ผมคิดว่าผมไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรขนาดนั้น จริงๆ ผมว่าพวกพี่ก็ทำต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่าครับผมไม่สามารถไปแสดงละครยอมรับผิดอะไรนั่นได้หรอกครับ เรื่องโกรธหรือเปล่านั้นมันก็มีบ้าง แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุใหญ่อะไรหรอกครับ ผมว่าผมเข้าใจเหตุผลของพวกพี่ดีและเคยคิดจะเข้าไปเชียร์อีกนะครับ ผมไม่อยากให้พี่ปีสองเดือดร้อน แต่ผมไม่ชอบการโกหกนะครับ ผมไม่อยากไปยืนหน้าเพื่อนๆ แล้วแสดงละครใส่พวกเค้านะครับ ผมต้องอยู่กับเค้าอีก 4 ปีนะครับ ผมไม่อยากมีความรู้สึกผิดไปตลอด 4 ปีครับ" นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความตั้งใจ นนท์มองตาวุฒิตลอดเวลาที่พูดครั้งนี้ นนท์เพิ่งจะสังเกตเห็นชัดๆ วันนี้เองว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีแววตาที่คมเข้มจริงๆ สายตาของวุฒิจ้องมองมาที่นนท์อย่างไม่กระพริบตาแต่อย่างใด แววตาเป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่อง นนท์นึกไปถึงว่าถ้าวุฒิตัดผมสั้นและโกนหนวดเคราบ้าง หรือถ้ามีก็ไม่ใช่เยอะอย่างนี้ วุฒิคงจะหล่อมากที่เดียว

"พี่ไม่เถียงนะครับ ว่านั้นเป็นการแสดงอย่างหนึ่งแต่มันไม่ทั้งหมดนะครับ นั่นเป็นเหมือนหน้าทีของน้องปีหนึ่ง แม้ว่าพี่ๆ จะรุนแรงไปบ้างแต่ทำไมทุกคนทนได้แต่น้องบางคนทนไม่ได้ แต่จะด้วยอะไรก็ตาม นนท์เหมือนไม่ได้อยากเป็นน้องรหัสหรือน้องในคณะฯเราเลยนะครับ มีรุ่นพี่บางคนบอกว่าให้ปล่อยไป แต่นั้นเป็นความคิดส่วนน้อยมาก เพราะในที่ประชุมตกลงกันแล้วว่ามันเป็นความรับผิดชอบของพวกพี่นะครับ การที่พวกพี่ทำให้นนท์ออกจากการเชียร์พวกพี่ก็มีส่วนเพราะจริงๆ แล้วมันก็เหมือนนนท์ดวงไม่ดีที่ถูกเลือกให้รับบทที่กดดันนี้ จริงๆแล้วถึงนนท์ไม่เข้าเชียร์ พี่ทุกคนก็ยอมรับนนท์นะครับ แต่ว่าจะให้ทำอย่างไรละครับ ในเมื่อทุกวันพวกพี่จะบอกว่าจะไม่รับน้องปีหนึ่งเป็นน้องถ้ามีน้องปีหนึ่งคนไหนไม่ผ่านเชียร์ มันก็เหมือนพวกพี่พูดโกหก การเชียร์ก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ บทนะอาจเขียนมาบ้างว่าพวกพี่ต้องทำอะไรบ้าง แต่มันเหมือนเหตุการณ์สดนะครับ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกพี่ทุกคนก็ช๊อคที่เกิดเหตุการณ์วันนั้นขึ้น ถึงแม้จะมีการเตรียมพร้อมต่อเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถควบคุมได้หมดทุกครั้ง" วุฒิพยายามอธิบาย

"แล้วไงครับ พี่วุฒิกำลังจะอธิบายว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เกิดเหตุการณ์วันนั้นขึ้น ดังนั้นผมควรจะเข้าเชียร์ใช่ไหมครับ" นนท์เริ่มเถียง

"ไม่ใช่ครับ ฟังให้จบแล้วค่อยเถียงซิครับ" วุฒิเริ่มมีอาการหงุดหงิดที่ตัวเองไม่สามารถพูดอะไรทุกสิ่งที่อยากพูดออกมาได้หมดตามที่ตัวเองอยากจะพูด "น้องนนท์ครับ พี่กำลังจะบอกว่าพี่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ตามหลักแล้วการเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่โดยส่วนมากแล้วน้องปีหนึ่งก็จะกลับไปเข้าเชียร์อีกครั้ง แต่กับนนท์ไม่ใช่"

"แล้วเหตุการณ์ที่ผมเจอเหมือนกันกับที่พวกพี่เคยเจอหรือเปล่าครับ" นนท์เถียงไม่ลดละ

"คืออย่างนี้นะครับ พี่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีนะครับ เอาเป็นว่าพี่อยากให้นนท์กลับเข้ามาเชียร์เหมือนเดิมได้ไหมครับ และขอให้รับของที่พี่รหัสซื้อมาให้นะครับถึงแม้ว่านนท์จะตัดสินใจไม่ไปเชียร์ก็ตาม นนท์รู้ไหมครับว่าพี่รหัสนนท์ดีใจมากนะครับที่รู้ว่านนท์เป็นน้องรหัสเค้านะครับ เค้าเลือกซื้อของให้นนท์ด้วยตัวเองทุกครั้งและของที่ซื้อก็เป็นของดีทั้งนั้นนะครับ ขนมก็เป็นเจ้าที่อร่อยมากๆ ที่ต้องไปซื้อให้ถูกร้านจริงๆ นะครับ" วุฒิพยายามอธิบาย

"สายไปแล้วครับ ผมไม่อยากให้พี่ทำแบบนี้นะครับ การที่พี่มาขอร้องแบบนี้ผมเองก็เกรงใจนะครับ แต่จะอย่างไรละครับ พี่จะให้ผมทำอย่างไรในเมื่อถ้าผมตัดสินใจทำแบบนั้นแล้วผมจะรู้สึกรังเกียจตัวเองไปตลอด แต่ผมควรทำเพื่อส่วนรวมใช่ไหมครับ ผมควรทำเพื่อพี่ปีสองใช่ไหมครับ ผมอยากจะบอกว่ามันไม่แฟร์เลย ผมเองไม่ได้อยากเป็นคนเรื่องมากหรือต้องการเป็นจุดสนใจขนาดนี้หรอกนะครับ ผมไม่ได้กะว่าเรื่องมันจะใหญ่โตขนาดที่คนที่เป็นประธานเชียร์อย่างพี่จะต้องมีพูดเอง ผมถามจริงๆ พี่รับได้หรือครับกับการแสดงละครแบบนั้น พี่ไม่รู้สึกหรือครับว่าพี่เอาเปรียบพวกรุ่นน้องอย่างพวกผม ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นความรู้สึกที่ดีหรอกครับ" นนท์ไม่ยอมลดละและนนท์เริ่มใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แม้ในใจนนท์จะยอมรับต่อความคิดของวุฒิก็ตามแต่นนท์อยากเอาชนะมากกว่า

การสนทนาออกไปในแนวทะเลาะกันมากกว่า เหมือนการทะเลาะที่ไม่ยอมให้กันและกัน ที่ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง จนวัตถุประสงค์จริง ๆ ของการพูดคุยเบี่ยงเบนไปกลายไปเป็นการไม่ยอมให้กัน นนท์เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมวุฒิต้องมาอดทนกับนนท์ขนาดนี้ นนท์เองก็เช่นกันปกติเมื่อไม่พอใจอะไรจะเงียบแล้วไม่ทำ เหมือนเด็กดื้อเงียบ นนท์มักจะไม่พูดอะไรหรือทะเลาะอะไรกับใครแบบนี้มาก่อนเลย

"พี่ขอโทษครับน้องนนท์ พอใจหรือยังครับหรือจะให้พี่ทำอย่างไรถึงจะพอใจบอกมาเลยครับ" วุฒิอดทนไม่ไหวเอ่ยปากขอโทษน้องที่เพิ่งจะรู้จักกันมาไม่นาน แถมยังเป็นน้องคณะฯเสียอีก ความรู้สึกเสียหน้าคงมีไม่น้อย "นนท์คิด" เพราะถ้าปกติเป็นเรื่องทั่วไปการเอ่ยปากขอโทษคงไม่ยากขนาดนี้ แต่นี่เป็นการเอ่ยปากขอโทษของบุคคลมีภาระเป็นถึงประธานเชียร์กับน้องปีหนึ่งที่ยังไม่ผ่านการเชียร์แต่อย่างใด

นนท์เงียบมองหน้าวุฒิที่แสดงอาการหัวเสียอย่างรู้สึกผิด นนท์แปลกใจที่ทำไมวุฒิต้องมาเซ้าซี้ให้นนท์ยอมรับ และยอมกลับเข้าเชียร์อีกครั้ง วุฒิน่าจะต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ แต่ถ้าวุฒิบอกกับทุกคนว่านนท์ไม่ยอมเรื่องมันก็น่าจะจบลงได้ด้วยดี และสิ่งหนึ่งที่นนท์รู้สึกได้จากการพูดคุยในครั้งนี้คือ วุฒิยอมที่จะลงให้นนท์ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นพี่คนอื่นการคุยกันระหว่างผู้ชายคงไม่ใช้ลักษณะนี้ หรือเป็นเพราะวุฒิเห็นว่านนท์ยังเป็นเด็ก เวลาผู้ใหญ่คุยกับเด็กมักจะพยายามใจเย็นและมองข้ามความไร้เหตุผลหรือเปล่า นนท์ไม่อาจทราบได้

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 7) ]

[Home]