"เด็กน้อย ความรัก และ การเดินทาง"

เขียนโดย ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม

ตอนที่ 4 แตกหัก

การซ้อมเชียร์ยังคงดำเนินต่อไปอยู่เรื่อยๆ นนท์รู้สึกเหนื่อยหน่ายเป็นอย่างมากกับการเข้าซ้อมเชียร์ นนท์เบื่อและรู้สึกกังวลใจตลอดเวลากับกิจกรรมนี้ ทุกๆ 4 โมงเย็น นนท์จะรู้สึกเกิดอาการเซ็งเป็นอย่างมาก สีหน้านนท์จะห่อเหี่ยวขึ้นมาทันทีเพราะนนท์ต้องไปรวมตัวกับเพื่อนๆ และเดินเป็นแถวไปยังคณะเพื่อเข้าซ้อมเชียร์ทุกวัน จะมีเว้นบ้างก็เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น

คณะอื่นๆ ก็เช่นกัน กิจกรรมซ้อมเชียร์ถูกจัดขึ้นเกือบทุกคณะในเวลาไล่เลี่ยกัน เวลาวิ่งก็จะมีวิ่งสวนกันบ้าง เวลาทำกิจกรรมนอกคณะก็จัดชนกันบ่อยๆ แม้ว่าที่มหาวิทยาลัยจะมีเนื้อที่ค่อนข้างกว้างมากก็ตาม

ห้องเชียร์คณะบริหารฯ ก็คือห้องเรียนธรรมดาที่เป็นห้องเรียนใหญ่ที่สามารถบรรจุคนได้ประมาณ 150 คน โดยเป็นห้องขั้นบันได หรือที่นักศึกษาที่นี่นิยมเรียกว่าห้อง Slope โดยห้องเชียร์นี้จะถูกปิดประตูหน้าต่างหมด จนอากาศที่จะใช้ในการหายใจแทบจะไม่มี ในขณะที่มีคนเป็นร้อยนั่งอยู่ข้างใน แต่สิ่งเหล่านี้แหละ เป็นความตั้งใจของรุ่นพี่ เพราะอากาศที่อึดอัดและความร้อนภายในห้องเชียร์จะเป็นตัวทำให้เกิดความกดดันเป็นอย่างมากแก่รุ่นน้อง เพราะนอกจากจะต้องมานั่งในห้องที่ไม่มีอากาศหายใจแล้ว ยังต้องนั่งตัวตรงกระดุกกระดิกตัวไม่ได้ แล้วยังต้องมีสมาธิต่อการร้องเพลงและจำเนื้อเพลงอีก ดังนั้นสมาธิและความอดทนจริงๆ ของน้องนักเรียนปี 1 ทุกคนในห้องเชียร์แต่ละวันจึงเหมือนน้ำที่ตักจนเกือบเต็มตุ่ม แต่ที่มันยังไม่ล้นและกระชอกออกมานั้น ก็เป็นเพราะรุ่นน้องแต่ละคนใช้ฝาแห่งความอดทนปิดมันไว้ แต่ว่ามันจะปิดได้นานสักเพียงไรกัน….

นนท์ รู้สึกว่าการนั่งในห้องซ้อมเชียร์เพื่อร้องเพลง การที่รุ่นพี่สั่งให้ต้องมุดโต๊ะ ต้องหมอบ ต้องคลาน เป็นสิ่งที่นนท์ทนได้ ยกเว้นแต่เพียงการที่นนท์ต้องมาโดนว่าในลักษณะของการเสียดสี ถากถาง หรือที่เรียกว่าการ "ว๊าก" ของรุ่นพี่ นนท์มีนิสัยไม่ชอบให้ใครมาดูถูกและพูดจากเสียดสีโดยไม่มีเหตุผล หลายครั้งที่นนท์รู้สึกว่านนท์ใกล้จะหมดความอดทนแล้ว แต่นนท์ก็ยังคงนิ่งเงียบรอไปเรื่อยๆ เพราะนนท์เห็นว่าเพื่อนทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงก็ยังทนได้ ไม่มีใครเอ่ยปากว่าจะไม่เข้ากิจกรรมนี้สักคน รุ่นน้องปี 1 จะโดนขู่ว่าการที่ไม่มา "ว๊าก" จะเป็นผลให้รุ่นน้องคนนั้นไม่มีรุ่นพี่หรือพี่รหัสคอยดูแล เมื่อไม่มีพี่รหัสเวลาคณะมีกิจกรรมอะไรก็จะไม่ถูกเรียกเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วการที่จะไม่มีเพื่อนสำหรับการเรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัยกับการทนให้คนด่าเพียงแค่ 2 อาทิตย์เป็นเรื่องที่คุ้มกว่ามาก

"ทำไม แค่นี้ทนไม่ได้หรือไง อย่างนี้จะไปทำอะไรกินได้ ผมไม่สนใจหรอกนะครับใครอยากไปก็ออกไปได้เลย เรายินดีเพราะเราไม่อยากมีน้องที่อ่อนแอและไม่มีความจริงใจในการเข้าร่วมเป็นคนของคณะบริหารฯ" นนท์ได้ยินประโยคนี้บ่อยมาก จนหลายครั้งนนท์อยากจะยกมือแล้วเดินออกไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไป

"พรุ่งนี้วันเสาร์ให้ทุกคนมารวมตัวกันตั้งแต่ 8 โมงเช้าเรามีกิจกรรมที่ต้องทำอีกเยอะที่คณะฯ" นนท์และรุ่นน้องทุกคนเกิดอาการเบื่อและเซ็งไปตามๆ กันอะไรกันนี่วันหยุดนี้ยังต้องมาทำอะไรบ้าๆ อีกหรือ "พรุ่งให้ใส่กางเกงยีนส์ทุกคน ส่วนเสื้อให้ใส่เสื้อยืดสีเข้มๆ เท่านั้นและถ้ามีคนไม่มาทุกคนจะต้องถูกทำโทษ" นนท์อยากจะบอกว่าวิธีการทำโทษแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งเพราะจะช่วยให้คนรู้สึกเห็นใจกัน และการทำให้คนหมู่มากรู้สึกได้ถึงความรักใคร่กลมเกียวกัน การกระทำแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่มาอาจไม่ได้สำนึกหรอกว่าคนอื่นเป็นอย่างไร ซึ่งพอวันรุ่งขึ้นพวกนี้ก็จะให้ถูกวิดพื้น หรือ วิ่งนิดหน่อย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วไม่ได้เหนื่อยอะไรเท่าใดนัก และทุกครั้งรุ่นพี่จะให้พวกที่ไม่มาเข้าซ้อมเชียร์ของวันก่อนมายืนข้างหน้า แล้วจะทำโทษคนที่อยู่ข้างใน เพื่อจะให้พวกที่ไม่มาหรือทำผิดรู้สึกสำนึกว่าได้ทำผิดไป และการกระทำของเค้าทำให้ทุกคนที่ปฏิบัติตัวดีต้องโดนทำโทษ และเช่นกันในการเข้ากิจกรรมวันหยุดในครั้งนี้ก็มีรุ่นน้องปี 1 ไม่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมเยอะมากเกือบ 20 คนได้ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นเด็กในตัวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพวกเค้าจะทราบและรู้ทางหนีที่ไล่เป็นอย่างดี พวกนี้จะมีรุ่นพี่ที่เป็นพี่ปี 2 ค่อนข้างมากเนื่องจากสอบติดกันมาได้เป็นจำนวนมาก ความสนิทกับรุ่นพี่ของโรงเรียนตนเองจึงมากตามไปด้วย นนท์ได้แต่นึกในใจว่านนท์น่าจะไม่มาเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เสียคงดี

ในวันนี้กิจกรรมมีมากเสียจนนนท์ไม่มีอารมณ์จะรับรู้อะไรทั้งสิ้น นนท์เบื่อและอยากไปให้เสียพ้นจากตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่นนท์มักจะลืมและอดทนอยู่ต่อจนจบเสมอ เพราะทุกครั้งที่นนท์กลับหอพัก นนท์จะได้รับขนม สมุดโน๊ต หรือ ของใช้อะไรมากมายจากพี่รหัส และ พี่คนอื่น ๆ เสมอ "น้องนนท์ ต้องอดทนนะ พี่รหัส ป้ารหัส และ ย่ารหัส ดูนนท์ทุกวัน นนท์ทำได้ดีทุกวัน พยายามอีกนิดนะ จะจบแล้ว …..จากพี่รหัส" นนท์ได้รับจดหมายเขียนให้กำลังใจในลักษณะนี้จาก พี่รหัสและ สายรหัสของตัวเองทุกวัน ไม่หยุดแม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์โดยจะมีรุ่นพี่คนอื่นเอามาให้บ้างหรือฝากไว้ที่เคาร์เตอร์บ้าง

นนท์จะได้พบเห็นลายมือที่เป็นของพี่รหัสและรุ่นพี่อีกคนหนึ่งซึ่งนนท์ ไม่รู้ว่าเป็นญาติฝ่ายไหนในสายรหัสตัวเอง เพราะบางครั้งจะมีพี่ที่อยาก Take น้องบางคนที่ถูกใจหรือเป็นสายใกล้เคียงที่มาจาก ปู่หรือย่ารหัสเดียวกันบ้าง นนท์สังเกตว่าคนอื่นๆ จะไห้ของนนท์เป็นบางวันเท่านั้น แต่ในทุกวันต้องมีของพี่รหัสและพี่อีกคนหนึ่งที่นนท์ไม่รู้จัก นนท์ได้ลืมสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตในช่วงเวลานั้น นนท์ได้รับช๊อคโกแลตยี่ห้อหนึ่งเหมือนกันทุกวัน โดยที่นนท์เข้าใจผิดเสมอว่าเป็นของพี่รหัสหรือของสายรหัส เพราะมันมักจะวางที่โต๊ะนนท์พร้อมกับห่อขนมอื่นๆ เสมอ นนท์ชอบทานช๊อคโกแลตยี่ห้อนี้มาก นนท์ไม่รู้ว่าคนที่ซื้อให้นนท์จงใจหรือขี้เกียจจะซื้ออย่างอื่นกันแน่ เพื่อนๆ นนท์บอกว่านนท์น่าจะได้พี่รหัสเป็นผู้หญิง เพราะดูแลดีมาก และทุกคนมักจะแอบอิจฉานนท์ เพราะของที่นนท์ได้รับมักจะเป็นของที่ถูกการคัดสรรมาอย่างดีแล้วทั้งนั้น ไม่ได้ถูกซื้อมาจากใต้หอพักหรือจากสหกรณ์ เพราะขนมที่นนท์ได้รับจะเป็นของที่ต้องซื้อในตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งนั้น นนท์เดาว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ที่อยู่ในตัวเมือง เพราะว่าของที่ซื้อมาต้องเป็นคนในพื้นที่จริงๆ จึงจะรู้ว่าขนมประเภทไหนซื้อที่ไหนจะอร่อย ซึ่งถ้าซื้อไม่เป็นก็จะเจอกับขนมที่พอทานได้แต่มีชื่อเสียงดังเนื่องจากการโปรโมชั่น ซึ่งจะพบได้ตามร้านขายของทั่วไปแถวท่าแพ สิ่งนี้กระมังที่นนท์รู้สึกเสมอว่าต้องอดทนต่อการเข้าเชียร์ไปเรื่อยๆ นนท์ไม่อยากทำให้พี่รหัสเสียความความรู้สึก อีก 3 วันก็จะครบกำหนด 2 สัปดาห์แล้วนนท์ได้แต่บอกกับตัวเองว่าให้อดทนต่อไป

"เมื่อวันเสาร์มีเพื่อนไม่มาเข้าร่วมกิจกรรมเยอะมาก ขอให้คนที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมออกมายืนข้างหน้าครับ" พี่วุฒิ ตระโกนเรียกพวกที่ไม่มาในวันเสาร์และก็อย่างเดิมพี่วุฒิก็สั่งให้พวกที่อยู่ในแถววิดพื้น ผู้หญิงให้ยืนดู คราวนี้พี่วุฒิกับพี่สิทธิท่าทางโกรธมากเป็นพิเศษเพราะดูแกสองคนเอาจริงเอาจังมาก วันนี้เราวิ่งตั้งแต่เย็นเสร็จแล้วยังมาเจอวิดพื้นอีก นี่จะ 6 โมงเย็นแล้วยังไม่ได้เข้าห้องเชียร์เลยผิดวิสัยมากสำหรับการเชียร์ในครั้งนี้

กิจรรมเชียร์ของวันนี้ถูกดำเนินอยู่ข้างนอก แดดที่ร้อนแรงเผาหน้านนท์มาตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนเกือบจะ 6 โมงเย็นแล้ว ทั้งวิ่ง วิดพื้น หมอบ คลานสารพัดจะทำ และแล้วเหตุการณ์ชวนให้เหนื่อยก็เกิดขึ้นมาอีก ฝนตั้งเค้าและตกลงมาอย่างไม่รู้ตัว ทุกคนวิ่งหาที่หลบฝนอย่างอัตโนมัติ มันจึงเป็นชนวนที่ทำให้รุ่นพี่หันมาเล่นงานพวกเราอีก พวกผู้หญิงให้เข้าไปข้างในได ้เพราะใส่เสื้อสีขาวเปียกฝนคงไม่เหมาะ แต่พวกผู้ชายยังคงยืนตากฝนอยู่ข้างนอกพร้อมพวกพี่ ๆ โดยให้หมอบคลานอยู่กับพื้นพร้อมจะมีรุ่นพี่มาตะโกนด่าแข่งกับสายฝนตลอด "ผมยังไม่ได้รับพวกคุณเป็นน้องนะครับ ให้เกียรติผมบ้างซิครับ ใครบอกให้พวกคุณแตกแถว" พี่วุฒิตะโกนข้างหูนนท์ "อย่างมาทำตัวแหยมแหยะๆ เป็นผู้หญิงที่นี่นะ" พี่สิทธิมาตะโกนใส่หูนนท์บ้าง นนท์รู้สึกฉุนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเพราะเหมือนพี่ทั้ง 2 คนนี้ไม่ชอบหน้านนท์หรืออย่างไรเพราะทั้ง 2 คนนี้จะชอบมาตะโกนใส่หน้านนท์ตลอด และ เวลามีการสุ่มเรียกน้องปี 1 เพื่อต้องทำอะไรสักอย่างนนท์จะต้องโดนทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน

"น้องผู้หญิงออกมาได้แล้วครับ ฝนหยุดแล้ว" พี่วุฒิเรียกกลุ่มผู้หญิงออกมาเข้าแถว "เมื่อวันเสาร์ มีการจัดกลุ่มและเราพบว่ามีกลุ่มหนึ่งที่เข้าฐานช้ากว่ากำหนด เนื่องจากแวะพักกันระหว่างทางให้กลุ่มนั้นออกมาข้างนอก" นนท์วิ่งออกมาพร้อมกับเพื่อนผู้ชายอีกหนึ่งคนและผู้หญิงอีก 5 คน นนท์นึกในใจก็มันจัดยังไงของมันวะ ผู้หญิง 5 คนมาอยู่กลุ่มนี้หมดและผู้ชายก็มี นนท์ กับ ต่าย เท่านั้น จะไปทำอะไรทันได้ นนท์นึกในใจว่ารุ่นพี่ช่างจับกลุ่มให้เสียเหลือเกิน ต่ายก็อ่อนแอ บอบบางกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีกเสียอีก

"กลุ่มนี้มาช้าที่สุดในวันนั้น จริง ๆ แล้วทุกคนต้องรับผิดชอบต่อความผิดร่วมกัน แต่ให้คนในกลุ่มรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำก่อน ที่เหลือจะให้ทุกคนร่วมรับผิดชอบ" พี่วุฒิตะโกน "ให้ผู้หญิง กระโดดกบคนละ 100 ครั้งทำเท่าที่ทำได้ ที่เหลือให้ทุกคนในแถวรับผิดชอบ ส่วนผู้ชายให้ถอดเสื้อวิดพื้น 100 ครั้ง ทำได้" พี่สิทธิตะโกนใส่หน้านนท์

นนท์ใจหายวาบแต่ไม่เท่าต่าย สีหน้าต่ายถอดสีอย่างเห็นได้ชัดว่า ต่ายจะไม่ยอมถอดเสื้ออย่างเด็ดขาด และต่ายก็อยู่ในอาการที่ช๊อคต่อคำสั่งจนเห็นได้ชัดว่าต่ายทำอะไรไม่ถูกเลย สำหรับนนท์ถ้าจำเป็นจริงๆ นนท์สามารถถอดเสื้อวิดพื้นได้ แต่ครั้งนี้นนท์รู้สึกว่ามันเป็นครั้งที่แย่ที่สุดในชีวิต พวกผู้หญิงเตรียมตัวกระโดดกบแล้ว "1,2,3…." "หยุด ๆ ๆ" พี่วุฒิตะโกน "ทำไม่ ไม่ทำ มีปัญหาหรือน้องหรือว่าจะให้พวกข้างในทำให้หมด ไม่รับผิดชอบความผิดเลยนี่ครับ เอาเปรียบไปหน่อยแล้วมั้งครับ หรือจะเปลี่ยนไปเป็นกระโดดกบเหมือนพวกผู้หญิงดี" พี่วุฒิกระโกนพร้อมยื่นหน้ามาที่นนท์ ต่ายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นนท์รับรู้ได้ว่าทุกคนสงสารต่าย และรู้ว่าต่ายเป็นอย่างไร ต่ายไม่กล้าถอดเสื้อออกเด็ดขาด ไม่ต้องถามเหตุผลเพราะทุกคนทราบดีว่าต่ายเป็นอย่างไร แต่สำหรับนนท์ละทำไมยังไม่ยอมทำอีก เพื่อนในแถวเริ่มจะขอทำแทนต่าย แต่รุ่นพี่ยังไม่ยอม รุ่นพี่ 4-5 คนเดินมาแล้วรุ่มตะโกนด่ามาที่นนท์และต่าย แบบว่ากะเอาให้ถึงตายไปเลย ทุกคนรู้แล้วว่ามันใกล้ถึงขีดสุดแล้วมีเพื่อนบางคนบอกว่า "จุดประสงค์ ก็คือถ้าในรุ่นใดมีรุ่นน้องหัวแข็งไม่ยอม แล้วรุ่นพี่ปราบได้จะถือว่าประสบความสำเร็จ หรือถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนหรือเกือบทั้งหมดร้องไห้ได้ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จเช่นกัน รุ่นพี่ทุกคนจึงหันมาใช้ประเด็นนี้เร่งอารมณ์ของรุ่นน้องทุกคน เพราะกะว่าคงจะต้องมีเหตุการณ์ดีๆ เกิดขึ้นแน่" ขณะนี้รุ่นพี่หลายคนเดินตรงรี่เข้ามาหานนท์และต่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมารุมด่าต่าง ๆ นา ๆ 5 คนนี้เข้ามา พอออกไปก็มีอีก 5 คนใหม่เดินเข้ามา

"ทำไมครับ แค่นี้ทนไม่ได้หรือถ้าทนไม่ได้ก็ออกไป" พี่วุฒิตะโกนใส่พร้อมกับทุกคนที่ทำตัวเหมือนลูกคู่ตะโกนอยู่เรื่อย ๆ นนท์มาถึงทางตันและความอดทนสำหรับนนท์

นนท์ ถอดเสื้อออกและหันไปมองหน้าต่าย "ต่าย เดี๋ยวเราทำก่อนนะ" นนท์พูดกับต่ายพร้อมกับเริ่มลงมือวิดพื้น "1,2,3……" ขณะที่นนท์กำลังวิดพื้น รุ่นพี่จะมาคอยด่าต่ายตลอด และยังมาด่านนท์อีกว่าทำไมแขนไม่ตรง วิดพื้นเหยาะแหยะ "แขนตรงๆ ซิ ทำแบบนี้ให้เริ่มนับหนึ่งใหม่" พี่สิทธิตะโกนให้นนท์นับหนึ่งใหม่ "เป็นไง เห็นเพื่อนทำแล้วมีความสุขหรือไง ไอ้คนเอาเปรียบ" พี่วุฒิหันไปตะโกนใส่หน้าต่าย "เอ้าน้อง ทำไมไม่รู้จักฟังบ้าง บอกว่าให้ทำดี ๆ ลักไก่หรือไงหรือฟังไม่เข้าใจ หัวสมองนะใช้บ้าง" พี่วุฒิหันมาด่านนท์อีกและให้นนท์นับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

หมดแล้วสำหรับความอดทนของนนท์ที่มีต่อการเข้าเชียร์ในครั้งนี้ นนท์ลุกขึ้นมองหน้าพี่วุฒิด้วยสายตาเอาจริงทันที น้ำตานนท์เริ่มคลอเบ้าแสดงให้เห็นถึงความอดกลั้นถึงที่สุดแล้ว พี่วุฒิหน้าเสียลงเล็กน้อย นนท์ใส่เสื้อโดยยังไม่ติดกระดุม รุ่นพี่ทุกคนรีบวิ่งมาที่นนท์ทันที่พร้อมกับตะโกนด่านนท์ "อะไรทำไม่ได้แล้วหรือแค่นี้ ห่วยแตก เหมือนผู้หญิงเลย ๆๆๆๆๆ" มีอะไรอีกมากมายที่ถูกตะโกนออกมา นนท์อดกลั้นอย่างเต็มที่

"นี่ครับ สมุดเชียร์ ผมคงไม่มีความสามารถเป็นรุ่นน้องของพวกพี่ได้ผมทำได้แค่นี้ตลอดเวลา ผมพยายามอดทนมาโดยตลอด และพยายามที่จะเข้าใจวัตถุประสงค์ของการเชียร์ในครั้งนี้ แต่ผมว่าพวกพี่ควรดูตัวเองบ้างอะไรคือความเหมาะสมอะไรคือความพอดี พวกพี่เริ่มใช้อารมณ์มากกว่าความรู้สึกที่ควรเป็น ผมคิดว่าถ้าการเรียนในที่นี้โดยปราศจากรุ่นพี่หรือเพื่อนๆ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเรียนไม่จบ ผมก็คงอยากจะเลือกลองทำดู เพราะผมคิดว่าตลอดเวลาของการเข้าเชียร์มาหลายวันได้พิสูจน์แล้วว่าผมพยายามอย่างเต็มที่ และผมก็เชื่อว่าพวกเราทุกคนทำดีที่สุดแล้ว แต่คนที่ต้องพิจารณาตัวว่าได้ทำสิ่งที่สมควรหรือเปล่าคือพวกพี่ ลาละครับ" นนท์ยื่นสมุดเชียร์ให้วุฒิ แล้ววิ่งออกมาจากที่นั้นทันที่ นนท์วิ่งออกมาโดยไม่สนใจต่ออะไรทั้งสิ้น ในหัวของนนท์มีแต่ว่านนท์ต้องวิ่ง ๆๆๆ ให้เร็วที่สุด ไม่สนใจต่ออะไรทั้งสิ้น แม้ว่านนท์จะได้ยินเสียงตะโกนจากรุ่นพี่ และมีพี่ๆ ขับมอเตอร์ไซด์ตามมาก็ตาม

.
[ อ่านตอนถัดไป (ตอนที่ 5) ]

[Home]