ความในใจของผม

เพิ่มเติม

มีคนเขียนmailมาถามผมว่า What will happen with your thought if XQ28 Theory is wrong? ผมก็อยากให้คุณลองอ่านนี่ดูก่อน........

เมื่อ เซอร์ ไอเซค นิวตัน ได้ตีพิมพ์ผลงาน Newton's universal laws of gravitation ใจความว่า วัตถุทั้งหลายในเอกภพจะดึงดูดกัน ด้วยแรงระหว่างมวล โดยแรงนี้มีขนาดเป็นไปตามสมการ F = GMm/(d^2) ซึ่งสามารถ ไขความลึกลับของ แรงดึงดูดระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ และ ไขปัญหาที่ว่า ทำไมวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ถึงเป็นวงรี เมื่อผู้คน ได้วิเคราะห์ข้อมูล จากการสังเกต เป็นเวลานานปี ก็ได้ข้อมูลที่สนันสนุนความจริงดังกล่าว ดังนั้น ผู้คนจึงเชื่อว่า กฎอันนี้ของนิวตันนั้นถูกต้อง และเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ต่อมา ไอน์สไน์ได้หา สมการของการโคจร ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ปรากฎว่าได้สมการเป็น F = GMm/(d^2.00000016) เมื่อได้ถูกทดสอบ ปรากฎว่า สมการที่ถูกที่สุด คือ สมการของไอนสไตน์ ( ส่วนสมการของนิวตัน ก็ยังใช้เป็นสมการ ประมาณค่าได้ ใกล้เคียงค่าจริง) แต่ ไอนสไตน์ ก็กล่าวว่า สมการของเขา อาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ หากมี ทฤษฎีใหม่ที่ พิสูจน์ และ ทดสอบได้ว่า ถูกต้อง มากกว่า ทฤษฎีของเขา

สรุปแล้ว ทุกสิ่ง ที่เรากำลัง คิดว่าจริง ในวามเป็นจริงแล้ว มันอาจเท็จ ส่วนสิ่งที่เรา กำลังคิดว่า ไม่จริง เป็นไปได้ จริงๆแล้วมันอาจเป็นความจริงก็ได้เช่นกัน เดิมคนเคยเชื่อว่าโลกแบน ถ้ามีใครบอกว่าโลกกลมก็คงขำกลิ้ง แล้วก็มีคำถามว่า ถ้าโลกกลมแล้วทำไมคนไม่หล่นออก ไปจากโลก พอมีคนขี่เรือรอบโลก แล้วกลับมาที่เดิม จึงเริ่มมีคนเชื่อว่าโลกกลม หลังจากคนได้เห็น ภาพโลกกลมๆจากดาวเทียม ทุกคน(ในขณะนี้)จึงเชื่อว่า โลกกลม สิ่งที่เราเชื่อว่าจริงในวันนี้ พรุ่งนี้เราอาจจะได้รู้ความจริง ว่ามันไม่จริง ส่วนสิ่งที่เราไม่เชื่อว่าจริง คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ในวันนี้ พรุ่งนี้เราอาจจะได้รู้ความจริง ว่ามันไม่เป็นอย่างที่เราคิด

เรื่อง Xq28 นี่ก็เช่นกัน มันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ สำหรับตัวผม หลังจากได้อ่านข้อมูลมามากมาย เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าถามผมว่าเชื่อว่า เกย์ เกิดจาก Xq28 จริงหรือไม่? ผมก็ขอตอบว่า สำหรับตัวผม ค่อนข้างเชื่อ (เชื่อสัก90%มั้ง) แต่ ถ้ามีทฤษฎีอื่น ที่มาแย้งกับ ทฤษฎีXq28 และพิสูจน์ได้ว่า เป็นความจริง ที่ถูกต้องยิ่งกว่า ทฤษฎีXq28 ผมก็คงดูว่าอันใหนถูกกว่ากัน ก่อนที่จะเลือก ว่า จะเชื่ออันใหน

อันที่จริง เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ก็ไม่สำคัญสำหรับผม ที่ผมทำ homepageนี้ ขึ้นมา เพราะ อยากให้สังคมยอมรับ คนที่เป็นเกย์ (และเลสเบี้ยน) เหมือนๆกับ ชายจริงหญิงแท้ ทั่วๆไปในสังคม ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน ไม่ได้อยู่ที่ เพศ และ รสนิยม จริงใหมครับ

แล้วก็มีคนถามเข้ามาเกี่ยวกับ ตุ๊ด เกย์ เกย์คิง เกย์ควีน เกย์แสดงออก เกย์ไม่แสดงออก ไบเซ็กชวล ต่างกันยังไง แล้วก็เกิดจาก Xq28 หมดเลยหรือ รวมทั้ง เลสเบี้ยน ทอม ดี้ ด้วยหรือ
ผมก็ขอตอบตามที่ผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ
ตุ๊ด คือผู้ชายที่ท่าทางกระตุ๊งกระติ้ง ดัจจริต เหมือนกับ(หรือยิ่งกว่า) ผู้หญิง
เกย์แสดงออก คือผู้ชายที่เป็นเกย์ ที่คนรอบข้างดูออกว่าเขาเป็นเกย์ (ตุ๊ดก็เป็น เกย์แสดงออก)
เกย์ไม่แสดงออก คือผู้ชายที่เป็นเกย์ ที่มีท่าทางเหมือนๆกับผู้ชายแท้ๆทั่วไป ไม่มีท่าทางอะไรผิดแปลก จนทำให้คนรอบข้างดูไม่ออกว่าเขาเป็นเกย์ ตราบเท่าที่เขายังไม่เปิดเผยตัวเอง (ผมก็เป็นแบบนี้แหละ)


ในความคิดของผม (ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้) ผมคิดว่า เกย์ทุกแบบเกิดจากพันธุกรรม ส่วนจะกลายเป็น ตุ๊ด, เกย์, เกย์คิง, เกย์ควีน, เกย์แสดงออก, เกย์ไม่แสดงออก หรือว่าเป็น ไบเซ็กชวล นั้นเกิดจากสิ่งแวดล้อม และ การเลี้ยงดู อย่างเช่น เด็กที่เติบโต ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ผู้หญิง ถ้าเด็กคนนั้นเกิดมาเป็นชายแท้ ก็อาจจะ กลายเป็นผู้ชายที่เรียบร้อย (แต่ก็ ยังเป็น ผู้ชายที่ชอบผู้หญิง อยู่ดี) ถ้าเด็กคนนั้นเกิดมาเป็นเกย์ เขาก็อาจจะกลายเป็นตุ๊ด เป็นต้น
ส่วนเรื่องเลสเบี้ยน เท่าที่ผมอ่านงานวิจัย เรื่องของพันธุกรรม กับ ความเบี่ยงเบนทางเพศ ก็เห็นมีแต่ ทดสอบกับเกย์ แต่ผมไม่เห็นว่ามี การกล่าวถึง เลสเบี้ยน มั่งเลย ผมเองก็ไม่รู้ว่าเลสเบี้ยนเกิดจากอะไร ถ้าให้เดา ก็คงเดาว่า เกิดจากพันธุกรรม เหมือนกันมั้ง (แต่อาจเป็น chromosome ตัวอื่นที่ไม่ใช่ Xq28 ก็ได้)


หลังจากที่ผมทำ กระดานข่าวชาวเกย์ มีคนตั้งคำถามว่า "เป็น Gay ต้องมีคู่ หรือเปล่า" "เวลาแก่ตัวไปแล้วจะทำอย่างไร ใครเขาจะมาอึ้บเรา แล้วเราจะทำอย่างไรดี" แล้วก็มีคนตอบว่า
Subject: ชีวิตคู่หรือชีวิตโสด .. ก็แค่ชีวิต
Name: Freezer
Time/Date: 20:33:18 7/01/98
Message:

ในกรณีของชายหญิง straight ก็เถอะครับ ถ้าแก่ตัวไป แล้วใครจะมาอึ๊บ ? คำตอบของคำถามอยู่ที่ว่า ก็แต่งงานไปแล้ว ให้สามี/ภรรยา อึ๊บ แต่แน่ใจหรือครับ ว่ามีสักกี่คู่ที่ยังประกอบกิจกรรมทางเพศเมื่ออายุมากๆ คนที่เคยถามไป เขาคงถามบนสมมติฐานที่ว่า เกย์ จะไม่มีคู่ที่อยู่กันยืด และคงมีความเชื่อว่า เกย์ ต้องเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ ฉะนั้น เมื่อแก่ตัวขึ้น ก็คงหาคู่นอนยากขึ้น ต้องไปพึ่งผู้ให้บริการทางเพศ

แต่เกย์ก็แค่คนธรรมดาที่รักคนเพศเดียวกันครับ ผมเชื่ออย่างนี้ และคนธรรมดาๆ ก็ย่อมหลากหลาย บ้างอาจยังมีความต้องการ บ้างก็มีความต้องการน้อย ผมคิดว่าสังคมเอาเรื่องเพศมาผูกกับเกย์มากไปหน่อย อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมถือว่า ต่างไปจากปกติก็เป็นได้

เมื่อสังคมไม่ได้คาดหวังเกย์ในลักษณะการครองคู่ การประคับประคองคู่ อย่างชายหญิง หนำซ้ำยังใช้การลงโทษทางสังคมต่อเกย์ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่การล้อเลียน ตั้งข้อรังเกียจ ไม่ให้การยอมรับ ดูถูกเหยียดหยาม พูดง่ายๆ คือ เกย์ที่ได้รับการยอมรับ คือเกย์ที่ต้องทำตัวตลกโปกฮา และมีสถานภาพด้อยกว่าคนอื่น พร้อมรับการล้อเลียนถากถางได้ทุกเมื่อ ตลอดจนไม่มีสิทธิในการปกป้องตัวเองจากข้อกล่าวหานั้นได้

สภาพแวดล้อมแบบนี้ เกย์ที่ไหนจะสามารถรักษาชีวิตคู่อยู่ได้ล่ะครับ ? ก็คงต้องปกปิดด้วยการมีแฟนมีภรรยาเป็นเพศตรงข้าม แล้วก็เป็นปัญหาให้สังคมไปอีก ปัญหาครอบครัว แล้วรวมถึงการที่ภรรยา ต้องมาสงสัย ว่าสามีเป็นเกย์หรือไม่ อย่าโทษเกย์เลยครับ ก็สังคมนี่แหละครับ ที่ไม่ยอมรับเกย์ เขาถึงต้องพยายามเป็นในสิ่งที่สังคมอยากให้เป็น ทั้งที่เขาไม่ได้เป็น

ผมเชื่อ(อีก)ว่า ถ้าเงื่อนไขสภาพสังคมต่างไปจากนี้ เกย์ก็มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ด้อยไปกว่าบุคคลอื่นๆ ในสังคม

คุณ Freezerตอบได้ดีมากๆเลยครับ โดนใจผมจริงๆ แล้วก็ ความกดดันจากสังคม ที่มีต่อเกย์ ก็เป็นแบบที่คุณ Freezer บอกจริงๆ

มีหลายครั้ง ที่ผมได้ดูรายการ talkshow ที่ดารารับเชิญชาย ถูกพิธีกรถามว่า "คุณเป็นเกย์จริงหรือไม่" ผมว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่ ไร้สาระที่สุด เพราะไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร คำตอบที่ได้รับ ก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจาก "ไม่จริงครับ ผมไม่ได้เป็นเกย์" ........ ผมซึ่งไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงอะไรเลยแม้แต่น้อย ผมยังไม่กล้าเปิดเผยให้ใครรู้เลยว่าผมเป็นเกย์ ถ้าเกิด ผม ได้เป็นดารา มีชื่อเสียง และมีคนถามอย่างนั้น มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ที่ผมก็คงต้องตอบแบบนี้เช่นกัน


มีคนเขียน mail มาว่า ผมไม่ได้เป็นเกย์แต่กำเนิดนะครับ ที่มั่นใจก็เพราะว่าแรก ๆ ผมช่วยตัวเองนั่น ผมนึกถึงแต่ ผู้หญิงครับ แน่นอน 100% แต่ผมค่อนข้างจะไว้หน่อย ช่วยตัวเองครั้งแรกก็ ป.5 ได้นะครับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมถึงกลายมาเป็นเกย์ได้ แปลกใจจัง อาจจะเป็นเพราะวันนั้นก็ได้ ที่ผมได้เห็นของ ผู้ชาย อายุ สัก 20 ได้นะ เลยเกิดความอยากรู้อยากเห็น เลยสนใจแต่ไอ้นั่นของเพื่อน จนเปลี่ยนมาได้หนะ (รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนตอน ป.6) เลยไม่รุ้ว่ากรณีผมนี้จะเกี่ยวกับ Xq28 หรือเปล่า เพราะผมไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด เออแล้วอีกอย่างไม่รู้ว่า คนที่เค้าไม่เคยเป็นเกย์มาก่อน แล้วจะมาเป็นได้นี่ มันเป็นไปได้มาน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้เนอะ เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่ามีเหมือนกันนะครับ แบบว่าไม่ใช่ แต่ว่าพอเคยมีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน ก็เกิดชอบแล้วก็ติดใจ เปลี่ยนเป็นเกย์ไปเลยหนะ ก็ไม่รู้นะครับ มันคงจะเป็นไปได้เหมือนกันหละนะ
ผมขอตอบอย่างที่ผมคิดนะครับ (ก็อย่างที่บอกครับ สิ่งที่ผมบอก อาจจะถูก หรือ ไม่ถูกก็ได้ คำตอบของผม อาจเข้าข้าง ทฤษฎี Xq28 มากไปก็ได้ มันจะถูกหรือผิดสำหรับคุณ อยู่ที่คุณตัดสิน) สิ่งที่เกิดจาก พันธุกรรม ไม่จำเป็นต้องเป็นมาตั้งแต่กำเนิด อย่างเช่นหัวล้าน ซึ่งเกิดจากพันธุกรรม มักจะมาปรากฎ อาการให้เห็น ตอนอายุ ประมาณ 30 ปี แต่ เรื่องเกย์ นี่ รู้สึก มันลึกลับ เหลือเกิน บางคนเริ่มรู้ตัวว่าเป็น ตั้งแต่ เริ่ม สำเร็จความใคร่เป็น บางคนก็ไม่รู้ตัวว่าเป็น จนกระทั่ง มีอะไรมากระตุ้น ในความคิดผม ผมคิดว่า คนที่เป็นผู้ชายแท้ ไม่ว่า จะมีอะไรมากระตุ้น หรือมีsexกับ ผู้ชายด้วยกัน แต่เขาก็ยังพึงพอใจ ผู้หญิง มากกว่าอยู่ดี ส่วนตัวผมเอง ผมก็อาจมีsexกับผู้หญิงได้ แต่ยังไงก็ตาม ผมก็พึงพอใจกับผู้ชายมากกว่าอยู่ดี


ในหนังสือ คู่คุยคู่คิด ของ คุณ ป๊อป อารียา สิริโสภา เขียนเอาไว้ว่า
A woman shouldn't go searching for a man to love her.
She should learn to love her self

กระผมขอเอามาดัดแปลงเล็กน้อยนะครับ แด่เพื่อนร่วมโลกทุกคนที่เป็นเกย์
A gay shouldn't go searching for a man to love him.
He should learn to love him self


Go back